ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 68 (เล่ม 30)

บทว่า สามญฺญตฺถํ ได้แก่ นิพพาน. จริงอยู่ นิพพานนั้นท่าน
กล่าวว่า ประโยชน์ของความเป็นสมณะ เพราะควรเข้าถึงโดยความเป็นสมณะ.
บทว่า พฺรหฺมญฺญํ คือความเป็นผู้ประเสริฐสุด. บทว่า พฺรหฺมญฺ-
ญตฺถํ ได้แก่ พระนิพพาน เพราะควรเข้าถึงโดยความเป็นผู้ประเสริฐสุด.
เกจิอาจารย์กล่าวว่า นิพพานอันมาแล้วว่า เป็นที่สิ้นไปแห่งราคะในหนหลัง
และใน ๓ สูตรนี้ในที่ใด ๆ แม้อรหัตก็ควรในที่นั้น ๆ เช่นกัน.
จบอรรถกถาปฏิปัตติสูตรเป็นต้น
จบปฏิปัตติวรรควรรณนาที่ ๔
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปฏิปัตตสูตร ๒. ปฏิปันนสูตร ๓. วิรัทธสูตร ๔. ปารสูตร
๕. ปฐมสามัญญสูตร ๖. ทุติยสามัญญสูตร ๗. ปฐมพรหมัญญสูตร
๘. ทุติยพรหมัญญสูตร ๙. ปฐมพรหมจริยสูตร ๑๐. ทุติยพรหมจริยสูตร

68
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 69 (เล่ม 30)

อัญญติตถิยวรรคที่ ๕
๑. วิราคสูตร
ข้อปฏิบัติเพื่อสำรอกราคะ
[๑๑๗] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าพวกอัญญเดียรถีย์-
ปริพาชก พึงถามเธอทั้งหลายอย่างนี้ว่า ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย ท่านทั้งหลาย
อยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระสมณโคดมเพื่อประโยชน์อะไร เธอทั้งหลาย
ถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงชี้แจงแก่พวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชกเหล่านั้นอย่างนี้ว่า
ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย เราทั้งหลายอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าเพื่อสำรอกราคะ.
[๑๑๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ถ้าพวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชก พึง
ถามเธอทั้งหลายอย่างนี้ว่า ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย ก็ทางมีอยู่หรือ ข้อปฏิบัติ
เพื่อสำรอกราคะมีอยู่หรือ เธอทั้งหลายถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงชี้แจงแก่พวก
อัญญเดียรถีย์ปริพาชกเหล่านั้นอย่างนี้ว่า ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย ทางมีอยู่
ข้อปฏิบัติเพื่อสำรอกราคะมีอยู่.
[๑๑๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ทางเป็นไฉน ข้อปฏิบัติเพื่อสำรอก-
ราคะเป็นไฉน อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แล คือความเห็นชอบ ฯลฯ
ความตั้งใจชอบ นี้เป็นทาง นี้เป็นข้อปฏิบัติเพื่อสำรอกราคะ ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย เธอทั้งหลายถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงชี้แจงแก่พวกอัญญเดียรถีย์-
ปริพาชกเหล่านั้นอย่างนี้.
จบวิราคสูตรที่ ๑

69
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 70 (เล่ม 30)

๒. สังโยชนสูตร
ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อละสังโยชน์
[๑๒๐] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าพวกอัญญเดียรถีย์-
ปริพาชก พึงถามเธอทั้งหลายอย่างนี้ว่า ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย ท่านทั้งหลาย
อยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระสมณโคดมเพื่อประโยชน์อะไร เธอทั้งหลาย
ถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงชี้แจงแก่พวกอัญญเดียรถีย์ปริพาซกเหล่านั้นอย่างนี้ว่า
ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย เราทั้งหลายอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ ในพระผู้มีพระ-
ภาคเจ้า เพื่อละสังโยชน์ ฯลฯ
จบสังโยชนสูตรที่ ๒
๓. อนุสยสูตร
ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อถอนอนุสัย
[๑๒๑] . . .ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย เราทั้งหลายอยู่ประพฤติพรหม-
จรรย์ในพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อถอนอนุสัย ฯลฯ
จบอนุสยสูตรที่ ๓

70
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 71 (เล่ม 30)

๔. อัทธานสูตร
ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อกำหนดรู้สังสารวัฏ
[๑๒๒] . . . ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย เราทั้งหลายอยู่ประพฤติพรหม-
จรรย์ในพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อกำหนดรู้สังสารวัฏอันยืดยาว ฯลฯ
จบอัทธานสูตรที่ ๓
๕. อาสวสูตร
ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อสิ้นอาสวะ
[๑๒๓] . . .ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย เราทั้งหลายอยู่ประพฤติพรหม-
จรรย์ในพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อความสิ้นอาสวะ ฯลฯ
จบอาสวสูตรที่ ๕
๖. วิชชาวิมุตติสูตร
ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อทำให้แจ้งซึ่งวิชชาและวิมุตติ
[๑๒๔] . . . ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย เราทั้งหลายอยู่ประพฤติพรหม-
จรรย์ในพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งผลแห่งวิชชา และวิมุตติ ฯลฯ
จบวิชชาวิมุตติสูตรที่ ๖

71
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 72 (เล่ม 30)

๗. ญาณทัสสนสูตร
ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อญาณทัสสนะ
[๑๒๕] . . .ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย เราทั้งหลายอยู่ประพฤติพรหม-
จรรย์ในพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อญาณทัสสนะ ฯลฯ
จบญาณทัสสนสูตรที่ ๗
๘. อนุปาทาปรินิพพานสูตร
ข้อปฏิบัติเพื่ออนุปาทาปรินิพพาน
[๑๒๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าพวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชก พึง
ถามเธอทั้งหลายอย่างนี้ว่า ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย ท่านทั้งหลายอยู่ประพฤติ
พรหมจรรย์ในพระสมณโคดม เพื่อประโยชน์อะไร เธอทั้งหลายถูกถาม
อย่างนี้แล้ว พึงชี้แจงแก่พวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชกเหล่านั้นอย่างนี้ว่า ดูก่อน
ผู้มีอายุทั้งหลาย เราทั้งหลายอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเจ้า
เพื่ออนุปาทาปรินิพพาน.
[๑๒๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ถ้าพวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชกพึง
ถามเธอทั้งหลายอย่างนี้ว่า ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย ก็ทางมีอยู่หรือ ข้อปฏิบัติ
เพื่ออนุปาทาปรินิพพานมีอยู่หรือ เธอทั้งหลายถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงชี้แจง
แก่พวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชกเหล่านั้นอย่างนี้ว่า ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย
ทางมีอยู่ ข้อปฏิบัติเพื่ออนุปาทาปรินิพพานมีอยู่.

72
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 73 (เล่ม 30)

[๑๒๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ทางเป็นไฉน ข้อปฏิบัติเพื่ออนุปาทา-
ปรินิพพานเป็นไฉน อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แล คือ ความ
เห็นชอบ ฯลฯ ความตั้งใจชอบ นี้เป็นข้อปฏิบัติเพื่ออนุปาทาปรินิพพาน
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงชี้แจงแก่พวกอัญญ-
เดียรถีย์ปริพาชกเหล่านั้นอย่างนี้.
จบอนุปาทาปรินิพพานสูตรที่ ๘
จบอัญญติตถิยวรรคที่ ๕
อรรถกถาอัญญติตถิยเปยยาล
พึงทราบวินิจฉัยใน อัญญติตถิยเปยยาล.
บทว่า อทฺธานปริญฺญตฺถํ ได้แก่ กำหนดรู้สังสารวัฏอันยืดยาว
เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า นิพพานเพื่อกำหนดรู้สังสารวัฏอันยืดยาว.
อธิบายว่า เพื่อประโยชน์แก่พระนิพพานนั้น. บทว่า อนุปาทาปรินิพฺพานตฺถํ
ได้แก่ ไม่ใช่ประโยชน์ทางปัจจัย เพื่ออนุปาทาปรินิพพาน. อนึ่ง ในเปยยาลนี้
ท่านกล่าวถึงพระอรหัต ด้วยผลคือวิชชาวิมุตติ ท่านกล่าวการพิจารณาด้วย
ญาณทัสสนะว่าเป็นนิพพาน โดยบทที่เหลือ ด้วยประการฉะนี้.
จบอรรถกถาอัญญติตถิยเปยยาล
รวมพระสูตรในอัญญติตถิยวรรค คือ
๑. วิราคสูตร ๒. สังโยชนสูตร ๓. อนุสยสูตร ๔. อัทธานสูตร
๕. อาสวสูตร ๖. วิชชาวิมุตติสูตร ๓ . ญาณทัสสนสูตร ๘. อนุปาทา-
ปรินิพพานสูตร พร้อมทั้งอรรถกถา.

73
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 74 (เล่ม 30)

*สุริยเปยยาลที่ ๖
๑. ปฐมกัลยาณมิตตสูตร
มิตรดีเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค
[๑๒๙] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อพระอาทิตย์จะขึ้น
สิ่งที่ขึ้นก่อน สิ่งที่เป็นนิมิตมาก่อน คือ แสงเงินแสงทอง สิ่งที่เป็นเบื้องต้น
เป็นนิมิตมาก่อน เพื่อความบังเกิดแห่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ของ
ภิกษุ คือ ความเป็นผู้มีมิตรดี ฉันนั้นเหมือนกัน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
อันภิกษุผู้มีมิตรดี พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์
๘ จักทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.
[๑๓๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้มีมิตรดี ย่อมเจริญอริยมรรค
อันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
อย่างไรเล่า. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ
อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญ
สัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุมีมิตรดี ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์
๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบปฐมกัลยาณมิตตสูตรที่ ๑
*อรรถกถา แก้รวมไว้ท้ายวรรคนี้.

74
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 75 (เล่ม 30)

๒. ปฐมสีลสัมปทาสูตร
สีลสัมปทา เป็นนิมิต แห่งอริยมรรค
[๑๓๑] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อพระอาทิตย์จะขึ้น
สิ่งที่ขึ้นก่อน สิ่งที่เป็นนิมิตมาก่อน คือ แสงเงินแสงทอง สิ่งที่เป็นเบื้องต้น
เป็นนิมิตมาก่อน เพื่อความบังเกิดแห่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ของ
ภิกษุ คือ ความถึงพร้อมแห่งศีล ฉันนั้นเหมือนกัน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
อันภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยศีล พึงหวังข้อนี้ได้ ฯลฯ
จบปฐมสีลสัมปทาสูตรที่ ๒
๓. ปฐมฉันทสัมปทาสูตร
ฉันทสัมปทาเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค
[๑๓๒] . . . คือ ความถึงพร้อมแห่งฉันทะ ฯลฯ
จบปฐมฉันทสัมปทาสูตรที่ ๓

75
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 76 (เล่ม 30)

๔. ปฐมอัตตสัมปทาสูตร
อัตตสัมปทาเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค
[๑๓๓] . . . คือ ความถึงพร้อมแห่งตน [ความถึงพร้อมแห่งจิต] ฯลฯ
จบปฐมอัตตสัมปทาสูตรที่ ๔
๕. ปฐมทิฏฐิสัมปทาสูตร
ทิฏฐิสัมปทาเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค
[๑๓๔] . . . คือ ความถึงพร้อมแห่งทิฏฐิ ฯลฯ
จบปฐมทิฏฐิสัมปทาสูตรที่ ๕
๖. ปฐมอัปปมาทสัมปทาสูตร
ความไม่ประมาทเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค
[๑๓๕] . . . คือ ความถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท ฯลฯ
จบปฐมอัปปมาทสัมปทาสูตรที่ ๖

76
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 77 (เล่ม 30)

๗. ปฐมโยนิโสมนสิการสัมปทาสูตร
โยนิโสมนสิการเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค
[๑๓๖] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อพระอาทิตย์จะขึ้น
สิ่งที่ขึ้นก่อน สิ่งที่เป็นมิมิตมาก่อน คือ แสงเงินแสงทอง สิ่งที่เป็นเบื้องต้น
เป็นนิมิตมาก่อน เพื่อความบังเกิดแห่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ของ
ภิกษุ คือ ความถึงพร้อมแห่งการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ฉันนั้น
เหมือนกัน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ในใจ
โดยแยบคาย พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.
[๑๓๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ใน
ใจโดยแยบคาย ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้
มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไร ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อม
เจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการ
สละ ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ
น้อมไปในการสละ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้
ในใจโดยแยบคาย ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้
มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบปฐมโยนิโสมนสิการสัมปทาสูตรที่ ๗

77