ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 58 (เล่ม 30)

[๘๗] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดีละ ๆ อุตติยะ กามคุณ ๕ เหล่านี้
เรากล่าวไว้แล้ว กามคุณ ๕ เป็นไฉน คือ รูปที่จะพึงรู้แจ้งได้ด้วยจักษุ
น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เป็นที่น่ารัก ยั่วยวน ชวนให้กำหนัด
เสียงที่พึงรู้แจ้งด้วยหู . . . กลิ่นที่พึงรู้แจ้งด้วยจมูก . . . รสที่พึงรู้แจ้งด้วยลิ้น. . .
โผฏฐัพพะที่พึ่งรู้แจ้งด้วยกาย น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เป็นที่น่ารัก
ยั่วยวนชวนให้กำหนัด ดูก่อนอุตติยะ กามคุณ ๕ เหล่านี้แล เรากล่าวไว้แล้ว.
[๘๘] ดูก่อนอุตติยะ อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ บุคคล
พึงเจริญ เพื่อละกามคุณ ๕ เหล่านี้แล อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
เป็นไฉน คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ความตั้งใจชอบ อริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ บุคคลพึงเจริญเพื่อละกามคุณ ๕ เหล่านี้แล.
จบอุตติยสูตรที่ ๑๐
จบมิจฉัตตวรรคที่ ๓
มิจฉัตตวรรควรรณนาที่ ๓
อรรถกถามิจฉัตตสูตรเป็นต้น
พึงทราบวินิจฉัยในมิจฉัตตสูตรที่ ๑ แห่งมิจฉัตตวรรคที่ ๓.
บทว่า มิจฺฉตฺตํ แปลว่า มีความผิดสภาวะ. บทว่า สมฺมตฺติ
แปลว่า มีความถูกเป็นสภาวะ. บทว่า มิจฺฉาปฏิปตฺตฺาธิกรณเหตุ แปลว่า
เพราะเหตุแห่งการปฏิบัติผิด. อธิบายว่า เพราะเหตุทำการปฏิบัติผิด. บทว่า
นาราธโก ได้แก่ ไม่ถึงพร้อม. บทว่า ญายํ ธมฺมํ ได้แก่ อริยมรรคธรรม.

58
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 59 (เล่ม 30)

บทว่า มิจฺฉาญาณี ความว่า รู้ผิด คือพิจารณาผิด. บทว่า มิจฺฉาวิมุตฺติ
ความว่า ไม่พ้นตามความจริง คือไม่ให้พ้นไปจากทุกข์. วัฏฏะและวิวัฏฏะ
ในมรรค ๔ พระองค์ตรัสแล้ว ในพระสูตรที่ ๓ เป็นต้นเหล่านี้. ส่วนบุคคล
ที่ทรงถามธรรมที่ทรงจำแนก มีอยู่ในพระสูตรทั้ง ๒ สุดท้ายในที่นั้น. ทรง
แสดงบุคคลโดยธรรมแล้วอย่างนี้. บทว่า สุปฺปวตฺติโย แปลว่า เป็นที่ตั้ง
แห่งความเป็นไปได้ง่าย. อธิบายว่า บุคคลย่อมยังจิตให้แล่นไปยังทิศอัน
ปรารถนา และต้องการแล้วได้ ฉันใด บุคคลก็ย่อมสามารถให้หม้อกลิ้งไป
ได้ฉันนั้น. บทว่า สอุปนิสํ สปริกฺขารํ ได้แก่ พร้อมทั้งปัจจัย พร้อม
ทั้งบริวาร คำที่เหลือในบททั้งปวง ง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถามิจฉัตตวรรคที่ ๓
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. มิจฉัตตสูตร ๒. อกุศลธรรมสูตร ๓. ปฐมปฏิปทาสูตร
๔. ทุคิยปฏิปทาสูตร ๑๘. ปฐมอสัปปุริสสูตร ๖. ทุติยอสัปปุริสสูตร
๗. กุมภสูตร ๘. สมาธิสูตร ๙. เวทนาสูตร ๑๐. อุตติยสูตร พร้อมทั้ง
อรรถกถา

59
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 60 (เล่ม 30)

ปฏิปัตติวรรคที่ ๔
๑. ปฏิปัตติสูตร
ว่าด้วยมิจฉาปฏิบัติและสัมมาปฏิบัติ
[๘๙] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงมิจฉาปฏิบัติ
และสัมมาปฏิบัติแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟังเรื่องนั้น.
[๙๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็มิจฉาปฏิบัติเป็นไฉน คือ ความเห็น
ผิด ฯลฯ ความตั้งใจผิด นี้เรียกว่ามิจฉาปฏิบัติ.
[๙๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สัมมาปฏิบัติเป็นไฉน คือ ความเห็น
ชอบ ฯลฯ ความตั้งใจชอบ นี้เรียกว่าสัมมาปฏิบัติ.
จบปฏิปัตติสูตรที่ ๑
๒. ปฏิปันนสูตร
ว่าด้วยบุคคลผู้ปฏิบัติและปฏิบัติชอบ
[๙๒] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงบุคคลผู้
ปฏิบัติผิด และบุคคลผู้ปฏิบัติชอบแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟังเรื่องนั้น.
[๙๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้ปฏิบัติผิดเป็นไฉน บุคคลบาง
คนในโลกนี้ เป็นผู้มีความตั้งใจผิด บุคคลนี้เรียกว่า ผู้มีปฏิบัติผิด.

60
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 61 (เล่ม 30)

[๙๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้ปฏิบัติชอบเป็นไฉน บุคคล
บางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีความเห็นชอบ ฯลฯ มีความตั้งใจชอบ บุคคลนี้เรียก
ว่าผู้ปฏิบัติชอบ.
จบปฏิปันนสูตรที่ ๒
๓. วิรัทธสูตร
ผลของผู้พลาดและผู้ปรารภอริยมรรค
[๙๕] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยมรรคอันประกอบด้วย
องค์ ๘ อันบุคคลเหล่าใดเหล่าหนึ่งพลาดแล้ว อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
แห่งบุคคลเหล่านั้น ย่อมไม่ให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ อริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ อันบุคคลเหล่าใดเหล่าหนึ่งปรารภแล้ว อริยมรรคอันประกอบด้วย
องค์ ๘ แห่งบุคคลเหล่านั้น ย่อมให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ.
[๙๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เป็น
ไฉน คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ความตั้งใจชอบ อริยมรรคอันประกอบด้วย
องค์ ๘ อันบุคคลเหล่าใดเหล่าหนึ่งพลาดแล้ว อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
แห่งบุคคลเหล่านั้น ย่อมไม่ให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ อริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ อันบุคคลเหล่าใดเหล่าหนึ่งปรารภแล้ว อริยมรรคอันประกอบด้วย
องค์ ๘ แห่งบุคคลเหล่านั้น ย่อมให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ.
จบวิรัทธสูตรที่ ๓

61
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 62 (เล่ม 30)

๔. ปารสูตร
ธรรมเป็นเครื่องให้ถึงฝั่ง (นิพพาน)
[๙๗] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๘ ประการนี้
ที่บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพี่อถึงฝั่ง (นิพพาน) จาก
ที่มิใช่ฝั่ง (วัฏฏะ) ธรรม ๘ ประการเป็นไฉน คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ
ความตั้งใจชอบ ธรรม ๘ ประการนี้แล ที่บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มาก
แล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อถึงฝั่งจากที่มิใช่ฝั่ง.
พระผู้มีพระภาคเจ้าสุคตศาสดา ครั้นตรัสไวยากรณภาษิตนี้แล้ว จึง
ได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า
[๙๘] ในพวกมนุษย์ ชนที่ถึงฝั่งมีจำนวน
น้อย แต่หมู่สัตว์นอกนี้ ย่อมวิ่งไปตามฝั่ง
นั่นเอง ส่วนชนเหล่าใดประพฤติตามใน
ธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสดีแล้ว ชน
เหล่านั้นข้ามบ่วงมฤตยูซึ่งแสนยากที่จะ
ข้ามไปถึงฝั่งได้ บัณฑิตพึงละธรรมฝ่ายดำ
เสีย เจริญธรรมฝ่ายขาว ออกจากความ
อาลัย อาศัยธรรมอันไม่มีความอาลัยแล้ว
พึงละกามเสีย เป็นผู้ไม่มีกิเลสเป็นเครื่อง
กังวลปรารถนาความยินดีในวิเวก ที่สัตว์
ยินดีได้ยาก บัณฑิตพึงยังตนให้ผ่องแผ้ว
จากเครื่องเศร้าหมองจิต ชนเหล่าใด

62
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 63 (เล่ม 30)

อบรมจิตดีแล้วโดยชอบในองค์เป็นเหตุให้
ตรัสรู้ ไม่ถือมั่นยินดีแล้วในความสละคืน
ความถือมั่น ชนเหล่านั้นเป็นผู้สิ้นอาสวะ
มีความรุ่งเรือง ปรินิพพานแล้วในโลกนี้.
จบปารสูตรที่ ๔
๕. ปฐมสามัญญสูตร
ว่าด้วยสามัญญะและสามัญญผล
[๙๙] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงสามัญญะ
(ความเป็นสมณะ) และสามัญญผล (ผลแห่งความเป็นสมณะ) แก่เธอทั้ง
หลาย เธอทั้งหลายจงฟังเรื่องนั้น.
[๑๐๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สามัญญะเป็นไฉน อริยมรรคอัน
ประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แล คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ความตั้งใจชอบ นี้เรียก
ว่าสามัญญะ.
[๑๐๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สามัญญผลเป็นไฉน คือ โสดาปัตติผล
สกทาคามิผล อนาคามิผล อรหัตผล นี้เรียกว่าสามัญญผล.
จบปฐมสามัญญสูตรที่ ๕

63
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 64 (เล่ม 30)

๖. ทุติยสามัญญสูตร
ว่าด้วยสามัญญะและสามัญญผล
[๑๐๒] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงสามัญญะ
และประโยชน์แห่งสามัญญะแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟังเรื่องนั้น.
[๑๐๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สามัญญะเป็นไฉน อริยมรรคอัน
ประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แล คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ความตั้งใจชอบ นี้เรียก
ว่าสามัญญะ.
[๑๐๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ประโยชน์แห่งสามัญญะเป็นไฉน
ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ ความสิ้นโมหะ นี้เรียกว่า ประโยชน์แห่ง
สามัญญะ.
จบทุติยสามัญญสูตรที่ ๖
๗. ปฐมพรหมัญญสูตร
ความเป็นพรหมและเป็นพรหมัญญผล
[๑๐๕] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงพรหมัญญะ
(ความเป็นพรหม) และพรหมัญญผล (ผลแห่งความเป็นพรหม) แก่เธอทั้ง
หลาย เธอทั้งหลายจงฟังเรื่องนั้น.
[๑๐๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็พรหมัญญะเป็นไฉน อริยมรรคอัน
ประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แล คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ความตั้งใจชอบ นี้เรียก
ว่าพรหมัญญะ.

64
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 65 (เล่ม 30)

[๑๐๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็พรหมัญญผลเป็นไฉน คือ โสดา
ปัตติผล สกทาคามิผล อนาคามิผล อรหัตผล นี้เรียกว่า พรหมัญญผล.
จบปฐมพรหมัญญสูตรที่ ๗
๘. ทุติยพรหมัญญสูตร
ความเป็นพรหมและประโยชน์แห่งความเป็นพรหม
[๑๐๘] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงพรหมัญญะ
และประโยชน์แห่งพรหมัญญะแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟังเรื่องนั้น.
[๑๐๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็พรหมัญญะเป็นไฉน อริยมรรคอัน
ประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แล คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ความตั้งใจชอบ นี้เรียก
ว่า พรหมัญญะ.
[๑๑๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ประโยชน์แห่งพรหมัญญะเป็นไฉน
ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ ความสิ้นโมหะ นี้เรียกว่า ประโยชน์แห่ง
พรหมัญญะ.
จบทุติยพรหมัญญสูตรที่ ๘

65
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 66 (เล่ม 30)

๙. ปฐมพรหมจริยสูตร
พรหมจรรย์และผลแห่งพรหมจรรย์
[๑๑๑] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงพรหมจรรย์
และผลแห่งพรหมจรรย์ แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟังเรื่องนั้น.
[๑๑๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็พรหมจรรย์เป็นไฉน อริยมรรคอัน
ประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แล คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ความตั้งใจชอบ นี้เรียก
ว่าพรหมจรรย์.
[๑๑๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ผลแห่งพรหมจรรย์เป็นไฉน คือ
โสดาปัตติผล สกทาคามิผล อนาคามิผล อรหัตผล นี้เรียกว่า ผลแห่ง
พรหมจรรย์.
จบปฐมพรหมจริยสูตรที่ ๙
๑๐. ทุติยพรหมจริยสูตร
พรหมจรรย์และประโยชน์แห่งพรหมจรรย์
[๑๑๔] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงพรหมจรรย์
และประโยชน์แห่งพรหมจรรย์ แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟังเรื่องนั้น.
[๑๑๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็พรหมจรรย์เป็นไฉน อริยมรรคอัน
ประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แล คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ความตั้งใจชอบ นี้เรียก
ว่า พรหมจรรย์.

66
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 67 (เล่ม 30)

[๑๑๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ประโยชน์แห่งพรหมจรรย์เป็นไฉน
ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ ความสิ้นโมหะ นี้เรียกว่า ประโยชน์แห่ง
พรหมจรรย์.
จบทุติยพรหมจริยสูตรที่ ๑๐
จบปฏิปัตติวรรคที่ ๔
ปฏิปัตติวรรควรรณนาที่ ๔
อรรถกถาปฏิปัตติสูตรเป็นต้น
พึงทราบวินิจฉัยในปฏิปัตติสูตรที่ ๑ แห่งปฏิปัตติวรรคที่ ๔.
บทว่า มิจฺฉาปฏิปตฺตึ คือซึ่งไม่ปฏิบัติตามเป็นจริง. บทว่า มิจฺ-
ฉาปฏิปนฺนํ คือผู้ไม่ปฏิบัติตามเป็นจริง. สูตรหนึ่ง ท่านกล่าวด้วยสามารถ
ธรรม สูตรหนึ่งด้วยสามารถบุคคล. บทว่า อปาราปารํ ได้แก่ ซึ่งนิพพาน
จากวัฏฏะ ชนเหล่าใด ถึงซึ่งฝั่งแล้วก็ดี กำลังถึงก็ดี จักถึงก็ดี ชนเหล่านั้น
ทั้งหมดพึงทราบว่า เป็นผู้ถึงฝั่ง ในบทว่า ปารคามิโน ดังนี้.
บทว่า ตีรเมวานุธาวติ ความว่า ย่อมวิ่งไปสู่วัฏฏะนั่นเอง คือ
ย่อมเที่ยวไปในวัฏฏะ. บทว่า กณฺหํ คือ อกุศลธรรม. บทว่า โอกา อโนกํ
ได้แก่ จากวัฏฏะอาศัยนิพพาน. บทว่า อาคมฺม ได้แก่ ปรารภ หมายถึง
อาศัย.
บทว่า ปริโยทเปยฺย ได้แก่ พึงทำให้บริสุทธิ์. บทว่า จิตฺตกฺเลเสหิ
ได้แก่ ด้วยนิวรณ์อันทำจิตให้เศร้าหมอง. บทว่า สมฺโพธิยงฺเคสุ ได้แก่
ในโพชฌงค์ ๗.

67