[๕๗๖] ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็ปริยายที่เป็นเหตุให้ธรรมเหล่านี้
อาศัยแล้ว มีอรรถเป็นอันเดียวกัน ต่างกันแต่พยัญชนะเท่านั้นเป็นไฉน
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ราคะ โทสะ โมหะ ชื่อว่ากิเลสตัวกระทำประมาณ
กิเลสเหล่านั้นอันภิกษุผู้ขีณาสพละได้แล้ว ตัดมูลรากขาดแล้ว ทำไห้เป็น
เหมือนตาลยอดด้วน ทำไม่ให้มี ไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไปเป็นธรรมดา อัปป-
มาณาเจโตริมุตติอันไม่กำเริบมีประมาณเท่าใด เจโตวิมุตติบัณฑิตกล่าวว่า
เป็นเลิศกว่าอัปปมาณาเจโตวิมุตติเหล่านั้น ก็เจโตวิมุตติอันไม่กำเริบ นั้น
ว่างเปล่าจากราคะ โทสะ โมหะ ราคะ โทสะ โมหะ ชื่อว่าเป็นกิเลส
เครื่องกังวล กิเลสเหล่านั้นอันภิกษุผู้ขีณาสพ ละได้แล้ว ตัดมูลรากขาด
แล้ว ทำให้เป็นเหมือนตาลยอดด้วน ทำไม่ให้มี ไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไป
เป็นธรรมดา อากิญจัญญาเจโตวิมุตติอันไม่กำเริบมีประมาณเท่าใด เจโต.
วิมุตติบัณฑิตกล่าวว่า เป็นเลิศกว่าอากิญจัญญาเจโตวิมุตติเหล่านั้น ก็เจโต-
วิมุตติอันไม่กำเริบนั้นว่างเปล่าจากราคะ โทสะ โมหะ ราคะ โทสะ โมหะ
ชื่อว่าเป็นกิเลสเครื่องกระทำนิมิต ( เครื่องหมาย ) กิเลสเหล่านั้นอัน
ภิกษุผู้ขีณาสพละได้แล้ว ตัดมูลรากขาดแล้ว ทำให้เป็นเหมือนตาลยอด
ด้วน ทำไม่ให้มี ไม่ให้เกิดอีกต่อไปเป็นธรรมดา. อนิมิตตาเจโตวิมุตติอัน
ไม่กำเริบมีประมาณเท่าใด เจโตวิมุตติบัณฑิตกล่าวว่า เป็นเลิศกว่าอนิมิต-
ตาเจโตวิมุตติเหล่านั้น ก็เจโตวิมุตติอันไม่กำเริบนั้นว่างเปล่าจากราคะ โทสะ
โมหะ. ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ปริยายนี้เป็นเหตุให้ธรรมเหล่านี้อาศัยแล้ว มี
อรรถเป็นอันเดียวกัน ต่างกันแต่พยัญชนะเท่านั้น ท่านพระโคทัตตะ
กล่าวว่า ดูก่อนคฤหบดี การที่ปัญญาจักษุของท่านหยั่งทราบในพระพุทธ-
พจน์ที่ลึกซึ้ง ชื่อว่าเป็นลาภของท่าน ท่านได้ดีแล้ว.
จบ โคทัตตสูตรที่ ๗