แล้ว ทรงถือบาตรแลจีวร พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เสด็จเข้าไปทางวนสัณฐา-
คาร. บทว่า ภควนฺตํเยว ปุรกฺขิตวา ได้แก่ กระทำพระผู้มีพระภาคเจ้า
ไว้ข้างหน้า. ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งกลางเหล่าภิกษุและ
เหล่าอุบาสก ทรงให้สรงด้วยน้ำหอม ให้น้ำไหลลงต่ำ ด้วยเครื่องรองรับคือ
ผ้า เช็ดด้วยชาติหิงคุ (มหาหิงคุ) สง่างาม ประดุจรูปปฏิมาทองคำแท่งแดง
ที่เขาประจงวางไว้บนตั่ง ที่ผูกด้วยผ้ากัมพลแดง.
ก็นี้เป็นทางพรรณนาพระคุณ. ของท่านโปราณาจารย์ทั้งหลายใน
ข้อนั้น.
พระผู้เป็นยอดโลก มีพระอาการเยื้องกราย
คล้ายพระยาช้าง เสด็จดำเนินไปยังโรงมณฑล
ทรงเปล่งพระรัศมี ประทับนั่งเหนืออาสน์อันประ-
เสริฐ. ณ ที่นั้น พระผู้เป็นสารถีฝึกคนที่ควรฝึก เป็น
เทพล่วงเทพ มีพระบุณยลักษณ์ ๑๐๐ ประทับนั่ง
อยู่กลางพุทธอาสน์ รุ่งโรจน์ประดุจแท่งทองชมพู
นุทบนผ้ากัมพลเหลือง. พระผู้ปราศจากมลทินดุจ
แต่งทองชมพูนุท ที่วางไว้เหนือผ้ากัมพลเหลือง
รุ่งโรจน์เหมือนรุ้งแก้วมณี ทรงเบ่งบานดั่งต้นสาละ
ใหญ่ อันพระคุณประดับแล้วดังขึ้นเขาสิเนรุ เปล่ง
รัศมีดังประสาททอง เบิกบานดังปทุมโกกนุท. ทรง
รุ่งเรืองดังประทีปมีด้าม เหมือนดวงไฟบนยอดเขา
บานสะพรั่งรุ่งโรจน์ดังต้นปาริฉัตตกะ ของทวยเทพ
ฉะนั้น.