บทว่า นนฺทิราคสฺเสตํ อธิวจนํ ความว่า เหมือนอย่างว่า ทราย
ละเอียดและหยาบ ปิดท่อนไม้ที่จมตรงกลาง ( นอกนั้น ) อยู่บนบก
ท่อนไม้นั้นไม่สามารถจะยกปลายขึ้นได้อีก ฉันใด บุคคลผู้อันนันทิราคะ
ติดพันแล้วก็ฉันนั้น ตกไปในอบาย ๔ ถูกทุกข์ใหญ่บีบคั้น เขาไม่สามารถ
เงยศีรษะขึ้นได้อีก ตั้งหลายพันปี ด้วยเหตุนั้นจึงตรัสว่า นนฺทิราคสฺเสตํ
อธิวจนํ ดังนี้.
บทว่า อสฺมิมานสฺเสตํ อธิวจนํ ความว่า เหมือนอย่างว่า ท่อนไม้
ที่งอกขึ้นบนบก ท่อนล่างแช่น้ำในแม่น้ำคงคา ท่อนบนเปียกน้ำฝน ถูก
สาหร่ายหุ้มรัดไว้โดยลำดับ ก็จะถูกเขาต่อว่าว่าตอนั้นเป็นแผ่นหินหรือ
ฉันใด บุคคลผู้ถือตัวด้วยอัสมิมานะก็ฉันนั้น ถือว่าเป็นผู้ถือบังสุกุลเป็นวัตร
ในฐานะของผู้ถือบังสุกูลิกังคธุดงค์ เป็นพระธรรมกถึก ในฐานะพระธรรม-
กถึก เป็นผู้รักษาเรือนคลัง ในฐานะภัณฑาคาริก เป็นแพทย์ ในฐานะ
เป็นแพทย์ เป็นผู้ส่อเสียด ในฐานะเป็นผู้ส่อเสียด. บุคคลนั้น ถึงการ
แสวงหาที่ไม่สมควร มีประการต่าง ๆ ถูกอาบัตินั้น ๆ ผูกพันไว้ ก็จะถูกเขา
ต่อว่า ศีลอะไร ๆ ภายในของเขา มีหรือไม่มีหนอ. ด้วยเหตุนั้น จึงตรัสว่า
อสฺมิมานสฺเสตํ อธิวจนํ ดังนี้.
บทว่า ปญฺจนฺเนตํ กามคุณานํ อธิวจนํ ความว่า เหมือนอย่างว่า
ท่อนไม้ที่ตกไปในน้ำวน ถูกกระแทกที่แผ่นหินเป็นต้น แหลกละเอียด
ภายในนั้นนั่นแล ฉันใด บุคคลผู้ตกไปในวังวน คือ กามคุณ ๕ ก็ฉันนั้น
ถูกทุกข์อันเกิดแต่ความหิวกระหายเป็นต้น กระทบกระทั่งบีบคั้น เพราะ