ผู้ ละทิ้งอาจารวัตร และอุปัชฌายวัตรเสียแล้ว ยังละเว้นจากอุทเทศ
ปริปุจฉา และโยนิโสมนสิการ ( การใส่ใจ ) จึงกล่าวนิวรณ์ ๕ โดยอรรถ
อย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ พวกเราจะไปสำนักของใคร. ลำดับนั้น ถีนมิทธ
นิวรณ์ ลุกขึ้นกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลายไม่เห็นหรือ บุคคลผู้เกียจคร้าน
อยู่ในวิหารโน้น นั่น ไปบ้านชื่อโน้น ซ้อนข้าวต้มไว้บนข้าวต้ม ขนม
ไว้บนขนม ซ้อนข้าวสวยไว้บนข้าวสวย มาวิหาร เป็นผู้สละวัตรปฏิบัติหมด
ละเว้นจากอุทเทศเป็นต้น ขึ้นเตียงนอน จงให้โอกาสแก่เรา.
ลำดับนั้น กามฉันทนิวรณ์ ลุกขึ้นกล่าวว่า เมื่อเราให้โอกาส
แก่ท่าน ท่านก็ต้องให้โอกาสแก่เราบ้าง บัดนี้แลเขานอนหลับ ถูกกิเลส
รบกวน ตื่นขึ้นก็จักตรึกแต่กามวิตก.
ลำดับนั้น พยาปาทนิวรณ์ ลุกขึ้นกล่าวว่า เมื่อเราให้โอกาส
แก่ท่าน ท่านก็ต้องให้โอกาสแก่เราบาล บัดนี้แลเราหลับไป ลุกขึ้นแล้ว
ถูกต่อว่า ท่านจงทำวัตรปฏิบัติ ก็กล่าวคำหยาบ มีประการต่าง ๆ ว่า ท่าน
คนพวกนี้ ไม่ทำการงานของตน ขวนขวายแต่ในเรา จำจักควักนัยน์ตา
ออก เที่ยวไป.
ลำดับนั้น อุทธัจจนิวรณ์ ลุกขึ้นกล่าวว่า เมื่อเราให้โอกาสแก่ท่าน
ท่านก็ต้องให้โอกาสเราบ้าง ขึ้นชื่อว่า ผู้เกียจคร้าน ย่อมลุกขึ้นเหมือน
กองเพลิงที่ถูกลมพัด.
ลำดับนั้น กุกกุจจนิวรณ์ ลุกขึ้นกล่าวว่า เมื่อเราให้โอกาสแก่ท่าน
ท่านก็ต้องให้โอกาสแก่เราบ้าง ขึ้นชื่อว่า ผู้เกียจคร้าน ย่อมเป็นผู้มีความ
รำคาญเป็นปกติ ทำให้เกิดความสำคัญ ในสิ่งที่ไม่ควรว่าควร และความ
สำคัญในสี ที่ควรว่าไม่ควร.