ย่อมเสวยความยินดีในความสงบ ตามที่ตนต้องการ ๆ ในพระศาสนานี้.
ถ้าภิกษุเป็นผู้ประสงค์จะส่งญาณมุ่งตรงต่ออุนิจจานุปัสสนาไซร้ ญาณก็ไป
ตรงทางอนิจจานุปัสสนานั้น แม้ในทุกขานุปัสสนา ก็นัยนี้เหมือนกัน.
บทว่า โภชเน มตฺตญฺญู แปลว่า รู้จักประมาณในโภชนะ.
ในบทว่า รู้จักประมาณนั้น ประมาณมี ๒ อย่าง คือประมาณในการรับ
และประมาณในการบริโภค. ใน ๒ อย่างนั้น ประมาณในการรับ พึง
ทราบโดยสามารถของทายก พึงทราบโดยสามารถของไทยธรรม พึง
ทราบโดยกำลังของตน. จริงอยู่ ภิกษุเห็นปานนี้ ถ้าไทยธรรมมีมาก
ทายกประสงค์จะให้น้อย ย่อมรับแต่น้อย ไทยธรรมมีน้อย ทายกประสงค์
จะให้มาก ก็รับแต่น้อย ด้วยอำนาจไทยธรรม ทั้งไทยธรรม ก็มีมาก
ทั้งทายกก็ประสงค์จะให้มาก ย่อมรู้กำลังของตน รับโดยประมาณ ภิกษุนั้น
ย่อมทำลาภที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น และทำลาภที่เกิดขึ้นแล้วให้มั่นคง เพราะ
ความที่ตนเป็นผู้รู้จักประมาณในการรับนั้น เหมือนสามเณรผู้มีอายุ ๗ ขวบ
ในรัชสมัยแห่งพระเจ้าติสสมหาราชผู้ทรงธรรม.
ได้ยินว่า ราชบุรุษทั้งหลายขนงบน้ำอ้อยมา ๕๐๐ เล่มเกวียนถวาย
แด่พระราชา. พระราชาทรงพระดำริว่า เครื่องบรรณาการ น่าชอบใจ
ไม่ถวายพระผู้เป็นเจ้าก่อน เราจักไม่กิน จึงส่งเกวียน ๒๕๐ เล่ม ไปยัง
มหาวิหาร ฝ่ายพระองค์เสวยพระกระยาหารเข้าแล้วก็เสด็จไป. เมื่อเขาติ
กลอง ภิกษุ ๑๒,๐๐๐ รูปประชุมกัน พระราชา ประทับยินอยู่ ณ ส่วน .
ข้างหนึ่ง รับสั่งได้เรียกคนวัดมาตรัสว่า ในการถวายทานของพระราชา
ถวายองค์ละประมาณเต็มบาตรหนึ่ง บรรจุเต็มภาชนะที่ถือมาแล้วจงบอก
ถ้าองค์ไร ๆ มั่นอยู่ในการรับพอประมาณ ก็จะไม่รับ ก็พึงบอกแก่เรา.