ทะเลาะกัน แต่นั้น คนทั้งหลาย ต่างก็จะถือเอาสิ่งของสำคัญติดมือออกไป
นอกบ้าน ต่อนั้นมันก็เอามือรวบทรัพย์สิ่งของ พร้อมด้วยผู้คนแม้เหล่านั้น.
บางพวกก็ต้องประหารในที่นั้นเอง บางพวกก็ล้มลงในที่ประหาร ส่วนผู้คน
ที่ไม่บาดเจ็บนอกนั้น ก็พานำไปสู่ที่อยู่ของตน มัดด้วยเครื่องผูกคือเชือก
เป็นต้น ใช้สอยเยี่ยงทาส.
พึงทราบความเร่งร้อนคือกิเลสที่เกิดขึ้น เมื่ออารมณ์มาปรากฏ ใน
ทวารทั้ง ๖ เหมือนพวกโจรผู้ปล้นฆ่าชาวบ้านในที่นั้น พากันล้อมบ้าน
จุดไฟเผา เวลาที่ภิกษุต้องอาบัติทุกกฏ ทุพภาสิต ปาจิตตีย์และถุลลัจจัย
ก็เหมือนผู้คนถือทรัพย์สิ่งของที่สำคัญติดมือไปนอกบ้าน เหมือนโจรใน
ขณะนั้น ที่ละกุศลกรรม ประกอบอกุศลกรรม ใช้มือรวบทรัพย์สิ่งของ
เวลาที่ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ก็เหมือนเวลาชาวบ้านที่ได้รับประหาร
เวลาที่ภิกษุต้องอาบัติปาราชิกแล้ว ไม่เป็นสมณะ ก็เหมือนเวลาที่ชาวบ้าน
ล้มในที่ได้รับการประหาร เวลาที่ภิกษุทั้งปวงผู้อาศัยอารมณ์นั้นนั่นแล
ทั้งที่พิจารณาเห็นอยู่นั่นแหละ ทำลายจุลศีล มัชฌศีล และมหาศีล
แล้วบอกคืนสิกขา ถึงความเป็นคฤหัสถ์ เหมือนเวลาที่พวกโจรมัดคนที่เหลือ
(ในปัจจุบัน) นำไปสู่ที่อยู่ใช้สอยเยี่ยงทาส. ในข้อนั้น พึงทราบทุกขขันธ์
ของผู้ทำกาละของผู้เลี้ยงบุตรและภรรยา พึงทราบทุกขขันธ์ในภพหน้า
ที่เห็นได้เอง ( ตาย ) แล้วบังเกิดในอบาย.
อายตนะภายนอก แม้เหล่านี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วแก่ภิกษุ
รูปหนึ่ง โดยเป็นกรรมฐานเท่านั้น. จริงอยู่ในที่นี้ อุปาทายรูป ๔ มี
รูปายตนะเป็นต้น, โผฏฐัพพายตนะ คือธาตุ ๓, ภูตรูป ๔ เหล่านี้ คือ