พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 594 (เล่ม 27)

[๕๖๓ ] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนวัจฉะ เพราะไม่เห็นในสังขาร
ทั้งหลาย....
[๕๖๔] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนวัจฉะ เพราะไม่เห็นในวิญญาณ... .
๑๑-๑๕. รูปอนภิสมยาทิสูตร
(รวม ๕ สูตร)
[๕๖๕] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนวัจฉะ เพราะไม่ตรัสรู้ในรูป... .
[๕๖๖] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนวัจฉะ เพราะไม่ตรัสรู้ในเวทนา... .
[๕๖๗] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนวัจฉะ เพราะไม่ตรัสรู้ในสัญญา... .
[๕๖๘] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนวัจฉะ เพราะไม่ตรัสรู้ในสังขาร
ทั้งหลาย.....
[๕๖๙] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนวัจฉะ เพราะไม่ตรัสรู้ในวิญญาณ... .
๑๖-๒๐. รูปอนนุโพธาทิสูตร
(รวม ๕ สูตร)
[๕๗๐] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนวัจฉะ เพราะไม่รู้ตามในรูป... .
[๕๗๑] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนวัจฉะ เพราะไม่รู้ตามในเวทนา... .
[๕๗๒] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนวัจฉะ เพราะไม่รู้ตามในสัญญา... .
[๕๗๓] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนวัจฉะ เพราะไม่รู้ตามในสังขาร
ทั้งหลาย....
[๕๗๔] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนวัจฉะ เพราะไม่รู้ตามในวิญญาณ... .

594
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 595 (เล่ม 27)

๒๑- ๒๕. รูปอัปปฏิเวธาทิสูตร
(รวม ๕ สูตร)
[๕๗๕ ] กรุงสาวัตถี. ข้าแต่ท่านพระโคดม อะไรหนอเป็นเหตุ
เป็นปัจจัย ให้ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้ เกิดขึ้นในโลกว่า โลกเที่ยง ฯลฯ
เพราะไม่แทงตลอดในรูป ฯลฯ ในวิญญาณ ฯลฯ.
๒๖-๓๐. รูปอสัลลักขณาทิสูตร
(รวม ๕ สูตร)
[๕๗๖] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนวัจฉะ เพราะไม่กำหนดในรูป ฯลฯ
ในวิญญาณ ฯลฯ.
๓๑-๓๕. รูปอนุปลักขณาทิสูตร
(รวม ๕ สูตร)
[๕๗๗] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนวัจฉะ เพราะไม่เข้าไปกำหนด
ในรูป ฯลฯ ในวิญญาณ ฯลฯ.
๓๖-๔๐. รูปอสมเปกขณาทิสูตร
(รวม ๕ สูตร)
[๕๗๘] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนวัจฉะ เพราะไม่เพ่งในรูป ฯลฯ
ในวิญญาณ ฯลฯ.

595
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 596 (เล่ม 27)

๔๑-๔๕. รูปอัปปัจจเวกขณาทิสูตร
(รวม ๕ สูตร)
[๕๗๙] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนวัจฉะ เพราะไม่พิจารณาในรูป
ฯลฯ ในวิญญาณ ฯลฯ.
๔๖-๕๐. อัปปัจจุปลักขณาทิสูตร
(รวม ๕ สูตร)
[๕๘๐] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนวัจฉะ เพราะไม่เข้าไปกำหนด
เฉพาะในรูป ฯลฯ ในวิญญาณ ฯลฯ.
๕๑-๕๔. รูปอัปปัจจักขกัมมาทิสูตร
(รวม ๔ สูตร)
[๕๘๑] กรุงสาวัตถี. ครั้งนั้น วัจฉโคตรปริพาชก ได้เข้าไป
เฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาคเจ้า
ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วน
ข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่ท่านพระโคดม
อะไรหนอเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้เกิดขึ้นในโลก
ว่า โลกเที่ยงบ้าง ฯลฯ สัตว์หลังจากตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้
ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้บ้าง ?

596
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 597 (เล่ม 27)

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนวัจฉะ เพราะกรรมคือการ
ไม่เห็นประจักษ์ในรูป ในเหตุเกิดแห่งรูป ในความดับแห่งรูป
ในปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งรูป ฯลฯ.
[๕๘๒] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนวัจฉะ เพราะกรรมคือการไม่เห็น
ประจักษ์ในเวทนา ฯลน.
[๕๘๓] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนวัจฉะ เพราะกรรมคือการไม่เห็น
ประจักษ์ในสัญญา ฯลฯ.
[๕๘๕] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนวัจฉะ เพราะกรรมคือการไม่เห็น
ประจักษ์ในสังขารทั้งหลาย ฯลฯ.
๕๕. วิญญาณอัปปัจจักขกัมมสูตร
[๕๘๕] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนวัจฉะ เพราะกรรมคือการไม่เห็น
ประจักษ์ในวิญญาณ ในเหตุเกิดแห่งวิญญาณ ในความดับแห่งวิญญาณ
ในปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งวิญญาณ จึงเกิดทิฏฐิหลายอย่าง
เหล่านี้ขึ้นในโลกอย่างนี้ว่า โลกเที่ยงบ้าง ฯลฯ สัตว์หลังจากตาย
แล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้บ้าง ดูก่อนวัจฉะ
ข้อนี้แลเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้เกิดขึ้นในโลกว่า
โลกเที่ยงบ้าง โลกไม่เที่ยงบ้าง โลกมีที่สุดบ้าง โลกไม่มีที่สุดบ้าง
ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้นบ้าง ชีพเป็นอย่างอื่น สรีระก็เป็นอย่างอื่น
บ้าง สัตว์หลังจากตายแล้วย่อมเกิดอีกบ้าง สัตว์หลังจากตายแล้วย่อม
ไม่เกิดอีกบ้าง สัตว์หลังจากตายแล้วย่อมเกิดอีกก็มี ย่อมไม่เกิดอีกก็บ้าง
สัตว์หลังจากตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้บ้าง.
จบ วัจฉโคตตสังยุต

597
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 598 (เล่ม 27)

อรรถกถาวัจฉโคตตสังยุต
พึงทราบวินิจฉัยในวัจฉโคตตสังยุต ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อญฺญาเต แปลว่า เพราะไม่รู้.
พึงทราบความหมายในทุกบทด้วยอำนาจเป็นตติยาวิภัตติ
เหมือนกับดังพรรณนามาฉะนี้. ก็บทเหล่านี้ทุกบทเป็นไวพจน์ของกัน
และกันนั่นเองแล.
ก็แลในสังยุตนี้พึงทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสูตรไว้
๑๑ สูตร ตรัสไวยากรณะไว้ ๕๕ ไวยากรณะ.
จบ อรรถกถาวัจฉโคตตสังยุต
รวมพระสูตรในสังยุตนี้ คือ
๑. อัญญาณสูตร ๕ สูตร ๖-๑๐. อทัสสนสูตร ๕ สูตร
๑๑- ๑๕. อนภิสมยสูตร ๕ สูตร ๑๖-๒๐. อนนุโพธสูตร ๕ สูตร
๒๑-๒๕. อัปปฏิเวธสูตร ๕ สูตร ๒๖-๓๐. อสัลลักขณสูตร ๕ สูตร
๓ -๓๕. อนุปลักขณสูตร ๕ สูตร ๓๖-๔๐. อสมเปกขณสูตร ๕ สูตร
๔๑-๔๕. อัปปัจจเวกขณสูตร ๕ สูตร ๔๖-๕๐. อัปปัจจุปลักขณสูตร
๕ สูตร ๕๑-๕๔. อัปปัจจักขกัมมสูตร ๔ สูตร ๕๕. วิญญาณอัปปัจ-
จักขกัมมสูตร.

598
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 599 (เล่ม 27)

๑๓. สมาธิสังยุต
๑. สมาธิสมาปัตติสูตร
[๕๘๖] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้
๔ จำพวกเป็นไฉน ? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในการ
ตั้งจิตมั่นในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการเข้าสมาธิ ๑ บางคนฉลาดใน
การเข้าในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ ๑ บางคน
ไม่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และไม่ฉลาดในการเข้าสมาธิ ๑
บางคนฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และฉลาดในการเข้าในสมาธิ ๑
ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิและ
ฉลาดในการเข้าในสมาธิ นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน
สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสดเกิด
จากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด เนยข้นเกิดจากนมส้ม เนยใสเกิดจาก
เนยข้น หัวเนยใสเกิดจากเนยใสในจำนวนนั้น หัวเนยใสเขากล่าวว่า
เป็นเลิศ ฉันใด ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และฉลาดใน
การเข้าในสมาธิ ก็นับว่าเป็นผู้เลิศประเสริฐที่สุด เป็นประธานสูงสุด
และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น ฉันนั้นเหมือนกัน.
จบ สมาธิสมาปัตติสูตรที่ ๑
อรรกถาสมาธิสังยุต
อรรถกถาสมาธิสมาปัตติสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในสูตรที่ ๑ แห่งสมาธิสังยุต ดังต่อไปนี้ :-

599
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 600 (เล่ม 27)

บทว่า สมาธิกุสโล ความว่า เป็นผู้ฉลาดในการกำหนดองค์
อย่างนี้คือ ปฐมฌานมีองค์ ๕.
บทว่า น สมาปตฺติกุสโล ความว่า ไม่สามารถทำจิตให้
ร่าเริงให้สามารถแล้วเข้าฌานได้.
พึงทราบบทที่เหลือโดยนัยนี้.
จบ อรรถกถาสมาธิสมาปัตติสูตรที่ ๑
๒. ฐิติสูตร
[๕๘๗] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้
๔ จำพวกเป็นไฉน ? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้เป็นผู้ฉลาดในการ
ตั้งจิตมั่นในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการตั้งอยู่ในสมาธิ ๑ บางคนฉลาด
ในการตั้งอยู่ในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ ๑ บางคน
ไม่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และไม่ฉลาดในการตั้งอยู่ใน
สมาธิ ๑ บางคนฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และฉลาดในการ
ตั้งอยู่ในสมาธิ ๑ ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการตั้งจิตมั่น
ในสมาธิ และฉลาดในการตั้งอยู่ในสมาธิ นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด
เป็นประธานสูงสุดและดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือน
นมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด เนยข้นเกิดจากนมส้ม เนยใส
เกิดจากเนยข้น หัวเนยใสเกิดจากเนยใส ในจำนวนนั้น หัวเนยใสเขา
กล่าวว่าเป็นเลิศ ฉันใด ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ
และฉลาดในการตั้งอยู่ในสมาธิ ก็นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด
เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น ฉันนั้น
เหมือนกัน.
จบ ฐิติสูตรที่ ๒

600
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 601 (เล่ม 27)

อรรถกถาฐิติสูตรที่ ๒
พึงทราบวินิจฉัยในสูตรที่ ๒ เป็นต้น ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า น สมาธิสฺมึ  ิติกุสโล ความว่า ไม่ฉลาดที่จะหยุดฌาน
ไว้ได้ คือไม่สามารถจะหยุดฌานไว้ได้ชั่ว ๗-๘ ลัดนิ้วมือ.
จบ อรรถกถาฐิติสูตรที่ ๒
๓. วุฏฐานสูตร
[๕๘๘] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้
๔ จำพวกเป็นไฉน ? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในการ
ตั้งจิตมั่นในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการออกจากสมาธิ ๑ บางคนฉลาด
ในการออกจากสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ ๑ บางคน
ไม่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และไม่ฉลาดในการออกจาก
สมาธิ ๑ บางคนฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และฉลาดในการ
ออกจากสมาธิ ๑ ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการตั้งจิตมั่น
ในสมาธิ และฉลาดในการออกจากสมาธิ นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด
เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือน
นมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ.
จบ วุฏฐานสูตรที่ ๓
อรรถกถาวุฏฐานสูตรที่ ๓
บทว่า น สมาธิสฺมึ วุฏฺานกุสโล ความว่า ไม่ฉลาดจะออก
จากฌาน คือ ไม่สามารถจะออกได้ตามเวลาที่กำหนดไว้
จบ อรรถกถาวุฏฐานสูตรที่ ๓

601
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 602 (เล่ม 27)

๔. กัลลิตสูตร
[๕๘๙] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้
๔ จำพวกเป็นไฉน ? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในการ
ตั้งจิตมั่นในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในความเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ ๑ บางคน
ฉลาดในความเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ ๑
บางคนไม่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และไม่ฉลาดในความเป็น
ผู้ฉลาดในสมาธิ ๑ บางคนฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และฉลาดใน
ความเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ ๑ ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการ
ตั้งจิตมั่นในสมาธิ และฉลาดในความเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ นับว่าเป็น
ผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔
จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ.
จบ กัลลิตสูตรที่ ๔
อรรถกถากัลลิสูตรที่ ๔
บทว่า น สมาธิสฺมึ กลฺลิตกุสฺโล ความว่า ไม่ฉลาดที่จะยังจิต
ให้ร่าเริงแล้วทำให้สามารถ.
จบ อรรถกถากัลลิตสูตรที่ ๔
๕. อารัมมณสูตร
[๕๙๐] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้
๔ จำพวกเป็นไฉน ? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในการ
ตั้งจิตมั่นในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในอารมณ์ในสมาธิ ๑ บางคนฉลาด
ในอารมณ์ในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ ๑ บางคน

602
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 603 (เล่ม 27)

ไม่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และไม่ฉลาดในอารมณ์ในสมาธิ ๑
บางคนฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และฉลาดในอารมณ์ในสมาธิ ๑
ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิและฉลาด
ในอารมณ์ในสมาธิ นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน
สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสดเกิด
จากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ.
จบ อารัมมณสูตรที่ ๕
อรรถกถาอารัมมณสูตรที่ ๕
บทว่า น สมาธิสฺมึ อารมฺมณกุสโล ความว่า ไม่ฉลาดใน
อารมณ์คือกสิณ
จบ อรรถกถาอารัมมณสูตรที่ ๕
๖. โคจรสูตร
[๕๙๑] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้
๔ จำพวกเป็นไฉน ? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในการ
ตั้งจิตมั่นในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในโคจรในสมาธิ ๑ บางคนฉลาดใน
โคจรในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ ๑ บางคนไม่ฉลาด
ในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และไม่ฉลาดในโคจรในสมาธิ ๑ บางคน
ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และฉลาดในโคจรในสมาธิ ๑ ใน ๔
จำพวกนั้น ผู้ที่ได้ฌานฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และฉลาดในโคจร
ในสมาธิ นับว่าเป็นผู้เลศประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่า

603