พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 574 (เล่ม 27)

ประโยชน์แก่เทวดาเหล่านั้น. แม้ในบทที่เหลือ ก็มีนัย (ความหมาย)
อย่างเดียวกัน นี้แล.
บทว่า คนฺธคนฺเธ ได้แก่ ที่กลิ่น บรรดากลิ่นมีกลิ่นเกิดจาก
รากเป็นต้น
ก็ส่วนแม้ทั้งหมด มีรากเป็นต้น ของต้นไม้ใดมีกลิ่นต้นไม้นั้น
ชื่อ คันธะ ในที่นี้ ที่กลิ่นของต้นไม้ที่มีกลิ่นนั้น. เทวดาสิงอยู่ที่ต้นไม้
ที่มีกลิ่นนั้น. ในที่นี้ ส่วนทั้งหมดมีรากเป็นต้น ย่อมสำเร็จประโยชน์
แก่เทวดาเหล่านั้นแล.
จบ อรรถกถาสุทธกสูตรที่ ๑
๒. สุจริตสูตร๑
[๕๓๘] กรุงสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มี-
พระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ฯลฯ ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคน
ในโลกนี้ เมื่อตายไป เข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งนับเนื่อง
ในหมู่คนธรรพ์ พระเจ้าข้า ?
ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติสุจริต
ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า พวกเทวดาซึ่งนับเนื่อง
ในหมู่คนธรรพ์ มีอายุยืน มีวรรณะงาม มีความสุขมาก เขาจึงมีความ
ปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเข้าถึงความเป็น
สหายของพวกเทวดาซึ่งนับเนื่องในหมู่คนธรรพ์ ครั้นตายไป เขาย่อม
เข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งนับเนื่องในหมู่คนธรรพ์
๑. ไม่มีอรรถกถาแก้ไว้

574
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 575 (เล่ม 27)

ดูก่อนภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้
เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งนับเนื่อง
ในหมู่คนธรรพ์.
จบ สุจริตสูตรที่ ๒
๓. มูลคันธทาตาสูตร
[๕๓๙] กรุงสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มี-
พระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ฯลฯ ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคน
ในโลกนี้ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งสิง
อยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ราก พระเจ้าข้า ?
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้
ประพฤติสุจริตด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า พวกเทวดา
ซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้ มีกลิ่นที่ราก มีอายุยืน มีวรรณะงาม มีความสุขมาก
เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเข้าถึง
ความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ราก เขาเป็น
ผู้ให้ทานต้นไม้มีกลิ่นที่ราก เมื่อตายไปเขาย่อมเข้าถึงความเป็นสหาย
ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ราก ดูก่อนภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ
เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็น
สหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ราก.
จบ มูลคันธทาตาสูตรที่ ๓

575
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 576 (เล่ม 27)

อรรถกถามูลคันธทาตาสูตรที่ ๓
บทว่า ดส ทาตา โหติ มูลคนฺธานํ ความว่า เขาเป็นผู้ให้ทาน
กลิ่นรากไม้ มีกลิ่นกระลำพัก เป็นต้น. พึงทราบความหมายใน
ทุกบทอย่างนี้.
ก็เทวดาทั้งหลาย (เมื่อครั้งเป็นมนุษย์) ให้ทานที่มีผลเช่นเดียวกัน
กับสิ่งที่ให้แล้ว ตั้งความปรารถนา (ที่จะได้มารับผลทานนี้) ไว้ ด้วย
ประการดังพรรณนามาฉะนี้. เพื่อจะแสดงแม้ทานที่ให้ผลไม่เหมือนกับ
สิ่งที่ให้นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสวัตถุทาน ๑๐ อย่างไว้ มีอาทิว่า
โส อนฺนํ เทติ (เขาให้ข้าว). บทที่เหลือในทุกสูตร ก็มีความหมาย
ง่ายทั้งนั้นแล.
จบ อรรถกถามูลคันธทาตาสูตรที่ ๓
จบ อรรถกถาคันธัพพกายสังยุต
๔-๑๒ สารคันธาทิทาตาสูตร๑
(รวม ๙ สูตร)๒
[๕๔๐] กรุงสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว
ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ
เป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึง
๑. ตั้งแต่สูตรที่ ๔ เป็นต้นไป ไม่มีอรรถกถาแก้ไว้
๒. เทวดาทั้งหมดมี ๙ จำพวก ๆ ละ ๑ สูตร จึงเป็น ๙ สูตร

576
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 577 (เล่ม 27)

ความเป็นสหายของเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่แก่น... ของพวก
เทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กะพี้... ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่
ต้นไม้มีกลิ่นที่เปลือก... ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่
สะเก็ด... ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ใบ... ของพวกเทวดา
ซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ดอก... ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่น
ที่ผล... ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่รส... ของพวกเทวดา
ซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กลิ่น ?
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้
ประพฤติสุจริตด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า พวกเทวดา
ซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้ มีกลิ่นที่แก่น... ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กะพี้... ที่ต้นไม้มีกลิ่น
ที่ดอก... ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ผล... ที่ต้นไม่มีกลิ่นที่รส... ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กลิ่น
มีอายุยืน มีวรรณะงาม มีความสุขมาก เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้
ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดา
ซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่แก่น... ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้
มีกลิ่นที่กะพี้... ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่เปลือก...
ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่สะเก็ด... ของพวกเทวดาซึ่ง
สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ใบ... ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ดอก...
ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ผล... ของพวกเทวดาซึ่งสิง
อยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่รส... ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กลิ่น
เขาจึงให้สิ่งของอันมีกลิ่นที่แก่น... มีกลิ่นที่กะพี้... มีกลิ่นที่เปลือก...
มีกลิ่นที่สะเก็ด... มีกลิ่นที่ใบ... มีกลิ่นที่ดอก... มีกลิ่นที่ผล... มีกลิ่นที่รส...
มีกลิ่นที่กลิ่น เมื่อตายไป เขาย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดา
ซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่แก่น... ดูก่อนภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัย

577
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 578 (เล่ม 27)

ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของ
พวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่แก่น...
จบ สารคันธาทิทาตาสูตรที่ ๔-๑๒
๑๓-๒๒ มูลคันธทานูปการสูตร
(รวม ๑๐ สูตร)๑
[๕๔๑] กรุงสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว
ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุ
เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงความเป็น
สหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ราก. พระเจ้าข้า ?
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้
ประพฤติสุจริตด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า พวกเทวดา
ซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้ มีกลิ่นที่ราก มีอายุยืน มีวรรณะงาม มีความสุขมาก
เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเข้าถึง
ความเป็นสหายของเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ราก เขาจึงให้ข้าว
น้ำ ผ้า ยาน มาลา ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก ประทีปและ
อุปกรณ์แห่งประทีป เมื่อตายไป เขาย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของ
พวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ราก ดูก่อนภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ
เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป เข้าถึงความเป็น
สหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ราก.
จบ มูลคันธทานูปการสูตรที่ ๑๓-๒๒
๑. เทวดา ๑ จำพวก ให้วัตถุทาน ๑ อย่างเป็น ๑ สูตร วัตถุทาน ๑๐ อย่าง จึงเป็น ๑๐ สูตร

578
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 579 (เล่ม 27)

๒๓-๑๓๒. สารคันธาทิทานูปการสูตร
(รวม ๙๐ สูตร)๑
[๕๔๒ ] กรุงสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว
ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ
เป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึง
ความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่แก่น... สิงอยู่
ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กะพี้... สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่เปลือก... สิงอยู่ที่ต้นไม้
มีกลิ่นที่สะเก็ด... สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ใบ... สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ดอก...
สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ผล... สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่รส... สิงอยู่ที่ต้นไม้
มีกลิ่นที่กลิ่น พระเจ้าข้า ?
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้
ประพฤติสุจริตด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า...
พวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กลิ่น มีอายุยืน มีวรรณะงาม...
มีความสุขมาก เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป
ขอเราพึงเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดา ซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่น
ที่กลิ่น เขาจึงให้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน มาลา ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน
ที่พัก ประทีปและอุปกรณ์แห่งประทีป เมื่อตายไป เขาย่อมเข้าถึงความ
เป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กลิ่น ดูก่อนภิกษุ
๑. เทวดา ๑ จำพวก ให้วัตถุทาน ๑๐ อย่าง นับเป็น ๑ สูตร เทวดา ๙ จำพวก แต่ละพวกให้
วัตถุทาน ๑๐ อย่าง จึงรวมเป็น ๙๐ สูตร

579
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 580 (เล่ม 27)

ข้อนี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อม
เข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กลิ่น.
จบ สารคันธาทิทานูปการสูตรที่ ๒๓-๑๓๒
จบ คันธัพพกายสังยุต
รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ
๑. สุทธกสูตร ๒. สุจริตสูตร ๓. มูลคันธทาคาสูตร ๔-๑๒.
สารคันธาทิทาตาสูตร ๑๓-๒๒. มูลคันธทานูปการสูตร ๒๓-๑๒๒.
สารคันธาทิทานูปการสูตร ๙๐ สูตร (รวม ๑๑๒ สูตร)

580
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 581 (เล่ม 27)

๑๑. วลาหกสังยุต
๑. เทสนาสูตร
[๕๔๓] กรุงสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย เราจักแสดงพวกเทวดาซึ่งนับเนื่องในหมู่วลาหกแก่เธอ
ทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเทวดาซึ่ง
นับเนื่องในหมู่วลาหกเป็นไฉน ? พวกเทวดาที่เป็นสีตวลาหกก็มี
ที่เป็นอุณหวลาหกก็มี ที่เป็นอัพภวลาหกก็มี ที่เป็นวาตวลาหกก็มี
ที่เป็นวัสสวลาหกก็มี ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกนี้เราเรียกว่า พวกเทวดา
ซึ่งนับเนื่องในหมู่วลาหก.
จบเทสนาสูตรที่ ๑
๑๑. อรรถกถาวลาหกสังยุต
อรรถกถาเทสนาสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในวลาหาสังยุต ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า วลาหกกายิกา ได้แก่ เทวดาที่ล่องลอยไปในอากาศ
ซึ่งเกิดขึ้นในหมู่เทพ นามว่า พลาหกะ.
บทว่า สีตวลาหกา ได้แก่ เทวดาพลาหก (เทวาก้อนเมฆ)
ที่ทำให้เกิดความเย็น.
แม้ในบทที่เหลือ ก็มีนัย (ความหมาย) อย่างเดียวกันนี้แล.
จบ อรรถกถาเทสนาสูตรที่ ๑

581
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 582 (เล่ม 27)

๒. สุจริตสูตร
[๔๔๔] กรุงสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มี-
พระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว นั่ง ณ
ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนใน
โลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งนับเนื่อง
ในหมู่วลาหก พระเจ้าข้า ?
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้
ประพฤติสุจริตด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า พวก
เทวดาซึ่งนับเนื่องในหมู่วลาหก มีอายุยืน มีวรรณะงาม มีความสุขมาก
เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเข้าถึง
ความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งนับเนื่องในหมู่วลาหก เขาจึงให้ข้าว
น้ำ ผ้า ยาน มาลา ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก ประทีปและ
อุปกรณ์แห่งประทีป เมื่อตายไป เขาย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของ
พวกเทวดาซึ่งนับเนื่องในหมู่วลาหก ดูก่อนภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ
เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็น
สหายของพวกเทวดาซึ่งนับเนื่องในหมู่วลาหก ?
จบ สุจริตสูตรที่ ๒
๓-๑๒. สีตวลาหกทานูปการสูตร
(รวม ๑๐ สูตร)๑
[๕๔๕ ] กรุงสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว
๑. เทวดา ๑ จำพวก ให้วัตถุทาน ๑๐ อย่าง นับเป็น ๑ สูตร ให้วัตถุทาน ๑๐ อย่าง จึงเป็น ๑๐
สูตร

582
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 583 (เล่ม 27)

ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ
เป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึง
ความเป็นสหายของพวกเทวดาที่เป็นสีตวลาหก พระเจ้าข้า ?
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้
ประพฤติสุจริตด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า พวกเทวดา
ที่เป็นสีตวลาหก มีอายุยืน มีวรรณะงาม มีความสุขมาก เขาจึงมี
ความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเข้าถึงความ
เป็นสหายของพวกเทวดาที่เป็นสีตวลาหก เขาจึงให้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน
มาลา ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก ประทีปและอุปกรณ์แห่ง
ประทีป เมื่อตายไป เขาย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดา
ที่เป็นสีตวลาหก. ดูก่อนภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคล
บางคนในโลกนี้ ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาที่เป็น
สีตวลาหก.
จบ สีตวลาหกทานูปการสูตรที่ ๓-๑๒
๑๓-๕๒ อุณหวลาหกทานูปการาทิสูตร
(รวม ๔๐ สูตร)
[๕๔๖] กรุงสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว
ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ
เป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึง
ความเป็นสหายของพวกเทวดาที่เป็นอุณหวลาหก... ?
[๕๔๗] ... เข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาที่เป็น
อัพภวลาหก ... ?

583