พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 564 (เล่ม 27)

๒๑-๔๐. ทานูปการสูตรที่ ๒-๔
[๕๓๐] กรุงสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว
ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ
เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป เขาย่อมเข้าถึง
ความเป็นสหายของพวกนาคที่เป็นชลาพุชะ... ของพวกนาคที่เป็น
สังเสทชะ... ของพวกนาคที่เป็นอุปปาติกะ ?
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้
เป็นผู้กระทำกรรมทั้งสองด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า
พวกนาคที่เป็นอุปปาติกะ มีอายุยืน มีวรรณะงาม มีความสุขมาก
เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึง
เข้าถึงความเป็นสหายของพวกนาคที่เป็นอุปปาติกะ เขาจึงให้ข้าว น้ำ
ผ้า ยาน มาลา ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก ประทีป และ
อุปกรณ์แห่งประทีป เมื่อตายไป เขาย่อมเข้าถึงความเป็นสหาย
ของพวกนาคที่เป็นอุปปาติกะ ดูก่อนภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัย
ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป เข้าถึงความเป็นสหายของ
พวกนาคที่เป็นอุปปาติกะ.
จบ ทานูปการสูตรที่ ๒๑-๕๐
(พร้อมไปยาลนี้ ขยายได้ ๑๐ สูตร ทำเป็นไวยากรณะได้
๔๐ ไวยากรณะ ในกำเนิดทั้ง ๔ (แต่ละกำเนิดได้ถวายทานวัตถุ
๑๐ อย่าง แต่ละอย่าง ๆ) ๑๐ สูตรกับไวยากรณะ ๔๐ จึงรวมเป็น
๕๐ สูตร)
จบ นาคสังยุต

564
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 565 (เล่ม 27)

อรรถกถาสูตรที่ ๒ เป็นต้น
พึงทราบวินิจฉัยในสูตรที่ ๒ เป็นต้น ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า โวสฺสฏฺฐกายา คือ ปล่อยกายโดยไม่คำนึงถึงอันตราย
ที่เกิดจากหมองู.
บทว่า ทฺวยการิโน แปลว่า ผู้มีปกติทำทั้งสองอย่าง อธิบายว่า
มีปกติทำทั้งกุศลและอกุศล.
บทว่า สจชฺช มยํ ความว่า ถ้าว่า วันนี้เราทั้งหลาย.
บทว่า สหพฺยตํ อุปปชฺชติ ความว่า ถึงความเป็นผู้ (อยู่)
ร่วมกัน (สหภาพ). อกุศลเป็นปัจจัยให้บุคคลนั้นเกิดขึ้นในกำเนิดนาคนั้น
(ส่วน) กุศลเป็นปัจจัยให้นาคทั้งหลายที่เกิดมาแล้วสมบูรณ์.
บทว่า อนฺนํ ได้แก่ ของเคี้ยวของกิน.
บทว่า ปานํ ได้แก่ น้ำดื่มทุกชนิด.
บทว่า วตฺถํ ได้แก่ ผ้านุ่ง ผ้าห่ม.
บทว่า ยานํ ได้แก่ ปัจจัยที่ช่วยในการเดินทาง ทุกชนิด
เริ่มตั้งแต่ร่ม และรองเท้า.
บทว่า มาลํ ได้แก่ ดอกไม้ทุกชนิด เช่น ดอกมะลิเป็นต้น.
บทว่า คนฺธํ ได้แก่ เครื่องลูบไล้ทุกชนิด เช่นแก่นจันทน์
เป็นต้น.
บทว่า เสยฺยาวสถปทีเปยฺยํ ความว่า ให้ที่นอนมีเตียงและตั่ง
เป็นต้น ให้ที่อยู่อาศัยมีเรือนชั้นเดียวเป็นต้น (และ) ให้อุปกรณ์ประทีป
มีไส้และน้ำมันเป็นต้น. ๑
๑. ปาฐะว่า....ปทีปการณํ ฉบับพม่าเป็น....ปทีปูปรณํ แปลตามฉบับพม่า

565
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 566 (เล่ม 27)

ก็การที่นาคเหล่านั้น ทำความปรารถนาเพื่อให้มีอายุยืน
มีผิวพรรณสวยงาม และมากไปด้วยสุขเอาไว้ แล้วให้ทานทั้ง ๑๐ อย่างนี้
จึงบังเกิดในภพนาคนั้น ก็เพื่อเสวยสมบัตินั้นแล.
บทที่เหลือในทุกสูตร ก็มีความหมายง่ายทั้งนั้นแล.
จบ อรรถกถานาคสังยุต
รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ
๑. สุทธกสูตร ๒. ปฌีตตรสูตร ๓. อุโปสถสูตรที่ ๑ ๔.
อุโปสถสูตรที่ ๒ ๕. อุโปสถสูตรที่ ๓ ๖. อุโปสถสูตรที่ ๔ ๗.
สุตสูตรที่ ๑ ๘. สุตสูตรที่ ๒ ๙. สุตสูตรที่ ๓ ๑๐. สุตสูตรที่ ๔
๑๑-๒๐. ทานูปการสูตรที่ ๑ ๒๑-๔๐. ทานูปการสูตรที่ ๒-๔
(รวม ๕๐ สูตร)

566
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 567 (เล่ม 27)

๙. สุปัณณสังยุต
๑. สุทธกสูตร
[๕๓๑] กรุงสาวัตถี. ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกะ
ภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กำเนิดของครุฑ ๔ จำพวกนี้
๔ จำพวกเป็นไฉน ? คือ ครุฑที่เป็นอัณฑชะ ๑ ครุฑที่เป็นชลาพุชะ ๑
ครุฑที่เป็นสังเสทชะ ๑ ครุฑที่เป็นอุปปาติกะ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
กำเนิดของครุฑ ๔ จำพวกนี้แล.
จบ สุทธกสูตรที่ ๑
๙. อรรถกถาสุปัณณสังยุต
อรรถกถาสุทธกสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในสุปัณณสังยุต ดังต่อไปนี้ :-
ครุฑทั้งหลายเรียกว่า สุบรรณ เพราะปีกมีสีสวย. สูตรที่ ๑
แม้ในสุปัณณสังยุตนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ตรัสไว้ในเพราะเป็นเหตุเกิด
ของเรื่องตามนัยแรกนั่นเอง.
จบ อรรถกถาสุทธกสูตรที่ ๑
๒. หรติสูตร
[๕๓๒] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กำเนิดของครุฑ ๔
จำพวกนี้ ๔ จำพวกเป็นไฉน ? คือ ครุฑที่เป็นอัณฑชะ ๑ ครุฑที่เป็น
ชลาพุชะ ๑ ครุฑที่เป็นสังเสทชะ ๑ ครุฑที่เป็นอุปปาติกะ ๑ ในครุฑ
ทั้ง ๔ จำพวกนั้น ครุฑที่เป็นอัณฑชะ ย่อมนำนาคที่เป็นอัณฑชะไปได้

567
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 568 (เล่ม 27)

นำนาคที่เป็นชลาพุชะ สังเสทชะ อุปปาติกะไปไม่ได้ ครุฑที่เป็น
ชลาพุชะ ย่อมนำนาคที่เป็นอัณฑชะและชลาพุชะไปได้ นำนาคที่
เป็นสังเสทชะ อุปปาติกะไปไม่ได้ ครุฑที่เป็นสังเสทชะ ย่อมนำนาค
ที่เป็นอัณฑชะ ชลาพุชะและสังเสทชะไปได้ นำนาคที่เป็นอุปปาติกะไป
ไม่ได้ ครุฑที่เป็นอุปปาติกะ ย่อมนำนาคที่เป็นอัณฑชะ ชลาพุชะ
สังเสทชะ และอุปปาติกะไปได้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กำเนิดของครุฑ
มี ๔ จำพวกนี้แล.
จบ หรติสูตรที่ ๒
อรรถกถาหรติสูตรที่ ๒
บทว่า หรนฺติ แปลว่า เฉี่ยวเอาไป. ก็แลครุฑเหล่านั้น
เมื่อจะเฉี่ยว ก็จะสามารถเฉี่ยวแต่พวกนาคที่ไม่เท่าเทียมกับตน หรือ
ที่เท่ากับตน (เท่านั้น) (แต่) ไม่สามารถเฉี่ยวพวกนาคที่ประณีตกว่าตน
ขึ้นไปได้.
ก็ชื่อว่านาคที่ครุฑเฉี่ยวเอาไปไม่ได้ มี ๗ จำพวก คือ นาคที่
ชาติสูงกว่า พวกหนึ่ง นาคกัมพลอัสสดร พวกหนึ่ง นาคธตรฐ พวกหนึ่ง
นาคที่อยู่ในมหาสมุทรสัตตสีทันดร พวกหนึ่ง นาคที่อยู่บนแผ่นดิน
พวกหนึ่ง นาคที่อยู่ที่ภูเขา พวกหนึ่ง นาคที่อยู่ในวิมาน พวกหนึ่ง.
บรรดานาคเหล่านั้น นาคที่เป็นชลาพุชะกำเนิดเป็นต้นสูงกว่า
นาคที่เป็นอัณฑชะกำเนิดเป็นต้น นาคที่เป็นชลาพุชะกำเนิดเป็นต้น
เหล่านั้นอันครุฑเหล่านั้นเฉี่ยวเอาไปไม่ได้. ส่วนนาคพวกกัมพลอัสสดร
เป็นนาคเสนาบดี ครุฑทุกตัวเห็นนาคเหล่านั้นในที่ใดที่หนึ่งแล้วก็

568
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 569 (เล่ม 27)

ไม่สามารถจะเฉี่ยวเอาไปได้. นาคธตรฐ เป็นนาคราชา แม้นาค
ธตรฐเหล่านั้น ครุฑตัวไหนก็ไม่สามารถจะเฉี่ยวเอาไปได้.
ส่วนนาคเหล่าใด อยู่ในมหาสมุทร สัตตสีทันดร ครุฑตัวไหน
ก็ไม่สามารถจะเฉี่ยวเอานาคเหล่านั้นไปได้ เพราะเหตุที่ใคร ๆ
ไม่สามารถจะทำให้หวั่นไหวได้ในที่ไหน ๆ (ในมหาสมุทรสัตตสีทันดรนั้น).
สำหรับพวกนาคที่อยู่ตามพื้นดินเป็นต้น จะมีโอกาสที่หลบซ่อน
อยู่ ฉะนั้นครุฑจึงไม่สามารถจะเฉี่ยวเอานาคแม้เหล่านั้นไปได้.
ส่วนนาคเหล่าใดอยู่บนหลังละลอกคลื่นในมหาสมุทร ครุฑลางตัว
ที่ทัดเทียมกันหรือประณีตกว่า จะไม่สามารถเฉี่ยวเอานาคเหล่านั้นไปได้.
บทที่เหลือ มีนัย (ความหมาย) ดังกล่าวแล้วในนาคสังยุตนั่นแล.
จบ อรรถกถาหรติสูตรที่ ๒
จบ อรรถกถาสุปัณณสังยุต
๓. ทวยการีสูตรที่ ๑๑
[๕๓๓] กรุงสาวัตถี. ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า
ถึงที่ประทับ ถวายบังคับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วน
ข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อม
เข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นอัณฑชะ พระเจ้าข้า ?
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้
เป็นผู้กระทำกรรมทั้งสองด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า
๑. สูตรที่ ๓ เป็นต้นไป ไม่มีอรรถกถาแก้ไว้

569
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 570 (เล่ม 27)

พวกครุฑที่เป็นอัณฑชะ มีอายุยืน มีวรรณะงาม มีความสุขมาก
เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึง
เข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นอัณฑชะ ครั้นตายไป
เขาย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นอัณฑชะ ดูก่อนภิกษุ
ข้อนี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป
ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นอัณฑชะ.
จบ ทวยการีสูตรที่ ๑
๔-๖ ทวยการีสูตรที่ ๒-๔
[๕๓๔] กรุงสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว
ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ
เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึง
ความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นชลาพุชะ... ของพวกครุฑที่เป็น
สังเสทชะ... ของพวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะ พระเจ้าข้า ?
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้
เป็นผู้กระทำกรรมทั้งสองด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า
พวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะ มีอายุยืน มีวรรณะงาม มีความสุขมาก
เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเข้าถึง
ความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะ ครั้นตายไป เขาย่อม
เข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะ ดูก่อนภิกษุ
ข้อนี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป
ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะ.
จบ ทวยการีสูตรที่ ๒-๔

570
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 571 (เล่ม 27)

๗-๙. ทานูปการสูตรที่ ๑
[๕๓๕] กรุงสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว
ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ
เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึง
ความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นอัณฑชะ พระเจ้าข้า ?
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้
เป็นผู้กระทำกรรมทั้งสองด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า
พวกครุฑที่เป็นอัณฑชะ มีอายุยืน มีวรรณะงาม มีความสุขมาก
เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึง
เข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นอัณฑชะ เขาจึงให้ข้าว น้ำ ผ้า
ยาน มาลา ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก ประทีปและอุปกรณ์
แห่งประทีป เมื่อตายไป เขาย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของ
พวกครุฑที่เป็นอัณฑชะ ดูก่อนภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้บุคคล
บางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑ
ที่เป็นอัณฑชะ
จบ ทานูปการสูตรที่ ๑
๑๐. ทานูปการสูตรที่ ๒-๔
[๕๓๖] กรุงสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว
ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ
เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึง
ความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นชลาพุชะ... ของพวกครุฑที่เป็น
สังเสทชะ... ของพวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะพระเจ้าข้า ?

571
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 572 (เล่ม 27)

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้
เป็นผู้กระทำกรรมทั้งสองด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า
พวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะ มีอายุยืน มีวรรณะงาม มีความสุขมาก
เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเข้าถึง
ความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะ เขาจึงให้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน
มาลา ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก ประทีปและอุปกรณ์แห่ง
ประทีป เมื่อตายไป เขาย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑ
ที่เป็นอุปปาติกะ ดูก่อนภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้บุคคล
บางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑ
ที่เป็นอุปปาติกะ.
(พระสูตร ๔๖ สูตร พึงประมวลมาอย่างนี้)
จบ ทานูปการนูปกสูตรที่ ๒-๔
จบ สุปัณณสังยุต
รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ
๑. สุทธกสูตร ๒. หรติสูตร ๓. ทวยการีสูตร ๔ สูตร
๔. ทานูปการสูตร ๔ สูตร.

572
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ 573 (เล่ม 27)

๑๐. คันธัพพกายสังยุต
๑. สุทธกสูตร
[๕๓๗ ] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหาร
เชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี ณ ที่นั้นแล
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
เราจักแสดงพวกเทวดาซึ่งนับเนื่องในหมู่คนธรรพ์แก่เธอทั้งหลาย
เธอทั้งหลายจงฟัง ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเทวดาซึ่งนับเนื่องใน
หมู่คนธรรพ์เป็นไฉน ? พวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่รากก็มี
สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่แก่นก็มี สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กะพี้ก็มี สิงอยู่ที่
ต้นไม้มีกลิ่นที่เปลือกก็มี สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่สะเก็ดก็มี สิงอยู่ที่
ต้นไม้มีกลิ่นที่ใบก็มี สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ดอกก็มี สิงอยู่ที่ต้นไม้
มีกลิ่นที่ผลก็มี สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่รสก็มี สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กลิ่นก็มี
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกนี้เราเรียกว่า พวกเทวดาซึ่งนับเนื่องในหมู่
คนธรรพ์.
จบ สุทธกสูตรที่ ๑
๑๐. อรรถกถาคันธัพพกายสังยุต
อรรถกถาสุทธกสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในคันธัพพกายสังยุต ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า มุลคนฺเธ อธิวตฺถา ความว่า ต้นไม้ใดมีกลิ่นอยู่ที่ราก
เทวดาอาศัยต้นไม้นั้นบังเกิด. ก็ต้นไม้แม้ทั้งหมดนี้ย่อมสำเร็จ

573