สา. ท่านโกฏฐิตะ แม้ภิกษุผู้เป็นโสดาบัน ก็ควรกระทำ
อุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง
ฯลฯ โดยเป็นอนัตตา ท่านโกฏฐิตะ ข้อนี้ก็เป็นฐานะที่จะมีได้ คือ
ภิกษุผู้เป็นโสดาบัน กระทำอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ ไว้ในใจโดย
แยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โดยเป็นอนัตตา พึงทำให้แจ้ง
ซึ่งสกทาคามิผล.
[๓๑๒] โก. ท่านพระสารีบุตร ภิกษุผู้เป็นพระสกทาคามี
ควรกระทำธรรมเหล่าไหนไว้ในใจ โดยแยบคาย ?
สา. ท่านโกฏฐิตะ แม้ภิกษุผู้เป็นพระสกทาคามี ก็ควรกระทำ
อุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้นั่นแล ไว้ในใจ โดยแยบคาย โดยความเป็น
ของไม่เที่ยง ฯลฯ โดยเป็นอนัตตา ท่านโกฏฐิตะ ข้อนี้ ก็เป็นฐานะที่จะ
มีได้ คือ ภิกษุผู้เป็นสกทาคามี กระทำอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ ไว้ในใจ
โดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โดยเป็นอนัตตา พึงทำให้แจ้ง
ซึ่งอนาคามิผล.
[๓๑๓] โก. ท่านพระสารีบุตร ภิกษุผู้เป็นอนาคามีควรกระทำ
ธรรมเหล่าไหนไว้ในใจโดยแยบคาย ?
สา. ท่านโกฏฐิตะ แม้ภิกษุผู้เป็นอนาคามี ก็ควรกระทำ
อุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้นั่นแล ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็น
ของไม่เที่ยง ฯลฯ โดยเป็นอนัตตา ท่านโกฏฐิตะ ข้อนี้ก็เป็นฐานะที่จะ
มีได้คือ ภิกษุผู้เป็นอนาคามี กระทำอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ไว้ในใจ
โดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โดยเป็นอนัตตา พึงกระทำ
ให้แจ้งซึ่งอรหัตตผล.