เราจักเอามีดมาฆ่าตัวตาย ดังนี้แล้ว ได้เอามีดที่คมมาเฉือนก้านคอ.
ทันใดนั้น ทุกขเวทนาก็เกิดขึ้นแก่ท่าน. ขณะนั้นท่านจึงทราบว่า
ตนเองยังเป็นปุถุชนอยู่เลยรีบคว้าเอากัมมัฏฐานข้อเดิมมาพิจารณา
เนื่องจากว่าท่านยังไม่ได้ละทิ้งกัมมัฏฐาน (ไม่ช้า) ก็ได้สำเร็จเป็น
พระอรหันต์แล้วมรณภาพ (ทันที).
ถามว่า ก็ปัจจเวกขณญาณได้มีแล้วอย่างไร ?
ตอบว่า พระขีณาสพมีปัจจเวกขณญาณ ๑๙ อย่าง ปัจจเวกขณญาณ
ทั้งหมด พระขีณาสพต้องได้อย่างแน่แท้. ก็เมื่อพระวักกลิเถระเอามีดคม
ตัดศีรษะ (ปัจจเวกขณ) ญาณ ย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอนไม่หนึ่งก็สองข้อ.
บทว่า วิวตฺตกฺขนฺธํ แปลว่า คอบิด. บทว่า เสยฺยมานํ แปลว่า
นอนอยู่.
ได้ยินว่า พระเถระนอนหงายแล้วเอามีดมา (เชือดคอตนเอง)
ร่างกายของท่านได้ทรงอยู่ดุจเดิม ส่วนศีรษะได้บิดไปอยู่ข้างขวา
อันที่จริงพระอริยสาวกทั้งหลาย ส่วนมาก (เมื่อนิพพาน) จะนิพพาน
โดย (นอน) ตะแคงข้างขวาเหมือนกันหมด ด้วยเหตุนั้น ร่างกายของ
พระวักกลินั้นจึงได้ทรงอยู่ดุจเดิม ส่วนศีรษะกลับบิดไปอยู่ข้างขวา
พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลาย หมายถึงพระวักกลิเถระผู้นอนคอบิดอยู่นั้น
จึงกล่าวว่า พระวักกลิ (นอน) คอบิด ดังนี้บ้าง.
บทว่า ธูมายิตตฺตํ แปลว่า ภาวะที่เกิดเป็นควัน. บทว่า ติมิรา-
ยิตตฺตํ แปลว่า ภาวะที่มืดมิด. อธิบายว่า เปรียบเหมือนเมฆควัน
และเปรียบเหมือนหมอก.
จบ อรรถกถาวักกลิสูตรที่ ๕