พระสารีบุตร (เถระ) ประสงค์จะให้พระยมกะพยากรณ์ความ
เป็นพระอรหันต์ จึงถามคำถามนี้ว่า สเจ ตํ อาวุโส ดังนี้เป็นต้น.
บทว่า ยํ ทุกฺขํ ตํ นิรุทฺธํ ความว่า สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นแล
ดับไปแล้ว ไม่มีสัตว์ที่จะชื่อว่าดับต่างหาก ข้าพเจ้าพึงพยากรณ์อย่างนี้.
บทว่า เอตสฺเสว อตฺถสฺส ความว่า ปฐมมรรค (โสดาปัตติมรรค)
นั้น อย่างนี้.
บทว่า ภิยฺโยโสมตฺตาย ญาณาย ความว่า เพื่อประโยชน์
แก่ญาณมีประมาณยิ่ง อธิบายว่า เพื่อประโยชน์แก่การทำมรรค ๓
ชั้นสูง พร้อมทั้งวิปัสสนาให้แจ่มแจ้ง.
บทว่า อารกฺขสมฺปนฺโน คือ ถึงพร้อมด้วยการอารักขาภายใน
และการอารักขาภายนอก.
บทว่า อโยคกฺเขมกาโม คือ ไม่ปรารถนาความเกษม (ปลอดภัย)
จากโยคะ ๔.
บทว่า ปสยฺห คือ ข่มขู่ ได้แก่ ข่มขี่.
บทว่า อนุปขชฺช คือ ลักลอบเข้าไป.
ในบทว่า ปุพฺพุฏฺฐายี เป็นต้น พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
บุรุษที่ชื่อว่า ปุพฺพุฏฺฐายี เพราะหมายความว่า เห็นคหบดี หรือ
บุตรคหบดี มาแต่ไกลก็ลุกจากที่นั่งก่อน.
ที่ชื่อว่า ปจฺฉานิปาตี เพราะหมายความว่า ให้ที่นั่งแก่คหบดี
หรือบุตรคหบดีนั้นแล้ว เมื่อท่านนั่ง (ตนเอง) จึงหย่อนตัวลง คือ
นั่งทีหลัง. (อีกอย่างหนึ่ง) บุรุษนั้นตื่นขึ้นแต่เช้าตรู่ แล้วจัดแจงว่า