เปรตนั้นได้นอนหงายลงบนหาดทราย. พระได้นำบาตรทั้ง
๓๐ ใบ ออกมา (ผลัดกัน) ตักน้ำเทลงไปในปากของเปรตนั้น. เมื่อ
พระเหล่านั้นทำอยู่อย่างนั้น เวลา (บิณฑบาฑ) ก็ใกล้เข้ามา. ครั้งนั้น
พระทั้งหลายจึงพูดว่า ได้เวลาบิณฑบาตของปวงอาตมาแล้วโยม
โยมพอได้ความสบายใจแล้วใช่ไหม ?
เปรตเรียนว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ ถ้าว่าน้ำประมาณ
ครึ่งฟายมือจากน้ำที่พระคุณเจ้าประมาณ ๓๐ รูป เอาบาตรทั้ง
๓๐ ใบ ตักเทให้โยมไหลเข้าไปในคอของโยมเหมือนอยู่ในคอของ
คนอื่นไซร้ ขอให้โยมจงอย่าได้พ้นไปจากอัตภาพเปรตเลย.
ความย่อยยับเพราะความระหายปรากฏ (ชัด) ในเปรตวิสัย
ด้วยประการดังพรรณนามาฉะนี้.
ความย่อยยับเพราะเหลือบเป็นต้น ปรากฏ (ชัด) ในประเทศ
ทั้งหลายที่มากด้วยเหลือบและแมลงเป็นต้น. ก็ในบทเหล่านี้พึงทราบ
อธิบายดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ฑํสา ได้แก่ เหลือบ.
บทว่า มกสา ได้แก่ ยุงนั่นเอง.
แม้ลมทั้งหลายก็พึงทราบว่ามีลมในท้อง และลมที่สันหลัง
เป็นต้น. เพราะว่าโรคลมเกิดขึ้นในร่างกายแล้ว ย่อมทำลายมือเท้า
และหลังเป็นต้น ย่อมทำให้เป็นคนตาบอด ทำให้เป็นคนค่อม ทำให้เป็น
คนง่อยเปลี้ย.
บทว่า อาตโป แปลว่า แสงแดด. ความย่อยยับเพราะแสงแดดนั้น
ปรากฏ (ชัด) ในทางกันดารทั้งหลายมีทางกันดารทะเลทรายเป็นต้น.