พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ - หน้าที่ 707 (เล่ม 26)

ได้ยินว่า ในเวลาที่สัตว์นั้นจุติจากนรก กองกระดูกของโคทั้งหลาย
ที่ไม่มีเนื้อนั่นแล ได้ปรากฏเป็นนิมิต. สัตว์นั้นกระทำกรรมที่ปกปิดไว้
แม้นั้นเหมือนปรากฏแก่วิญญูชน จึงเกิดเป็นอัฏฐิสังขลิกเปรต.
จบอรรถกถาอัฏฐิสูตรที่ ๑
๒. เปสิสูตร
ว่าด้วยชิ้นเนื้อลอยในอากาศ
[๖๔๑] ฯ ล ฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมา
จากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นชิ้นเนื้อลอยอยู่ในเวหาส พวกแร้งบ้าง กาบ้าง
นกตะกรุมบ้าง ต่างก็โผถลาตามจิกทิ้งชิ้นเนื้อนั้น ได้ยินว่า ชิ้นเนื้อนั้น
ส่งเสียงร้องครวญคราง ฯ ล ฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์นี้ได้เป็นคน
ฆ่าโค อยู่ในกรุงราชคฤห์นี้เอง.
จบเปสิสูตรที่ ๒
อรรถกถาเปสิสูตรที่ ๒
ในเรื่องชิ้นเนื้อ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า โคฆาตโก ความว่า ผู้ฆ่าโคนั้นชำแหละเนื้อโคเป็นชิ้น ๆ
ตากให้แห้ง ขายเนื้อแห้งเลี้ยงชีวิตอยู่อุทายี. ด้วยเหตุนั้น ในเวลาที่

707
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ - หน้าที่ 708 (เล่ม 26)

สัตว์นั้นจุติจากนรก ชิ้นเนื้อนั่นแล ได้ปรากฏเป็นนิมิต. สัตว์นั้นจึงเกิด
เป็นมังสเปสิเปรต.
จบอรรถกถาเปสิสูตรที่ ๒
๓. ปิณฑสูตร
ว่าด้วยก้อนเนื้อลอยอยู่ในอากาศ
[๖๔๒] ฯ ล ฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลง
มาจากภูเขาคิมฌกูฏ ได้เห็นก้อนเนื้อลอยอยู่ในเวหาส แร้งบ้าง กาบ้าง
พญาแร้งบ้าง ต่างก็โผถลาตามจิกทิ้งก้อนเนื้อนั้น ได้ยินว่า ก้อนเนื้อนั้น
ส่งเสียงร้องครวญคราง ฯล ฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์นี้ได้เป็นคนฆ่า
นกขาย อยู่ในกรุงราชคฤห์นี้เอง ฯ ล ฯ.
จบปิณฑสูตรที่ ๓
อรรถกถาปิณฑสูตรที่ ๓
ในเรื่องก้อนเนื้อ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า สากุณิโก ความว่า ในเวลาจับนกมาขาย พรานนกเอาขน
และหนังออก เหลือไว้แต่ก้อนเนื้อ ขายเลี้ยงชีพ. ด้วยเหตุนั้น ในเวลา
ที่สัตว์นั้นจุติจากนรก ก้อนเนื้อนั่นแล ได้ปรากฏเป็นนิมิต. สัตว์นั้น
จึงเกิดเป็นมังสปิณฑเปรต (เปรตก้อนเนื้อ).
จบอรรถกถาปิณฑสูตรที่ ๓

708
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ - หน้าที่ 709 (เล่ม 26)

๔. นิจฉวิสูตร
ว่าด้วยสัตว์ไม่มีผิวหนังลอยในอากาศ
[๖๔๓ ] ฯ ล ฯ พระมหาโมคคัลละได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจาก
ภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นบุรุษไม่มีผิวหนังลอยอยู่ในเวหาส แร้งบ้าง กาบ้าง
พญาแร้งบ้าง ต่างก็โผถลาตามจิกทิ้งบุรุษนั้น ได้ยินว่า บุรุษนั้นส่งเสียงร้อง
ครวญคราง ฯลๆ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์นี้ได้เป็นคนฆ่าแกะขาย
อยู่ในกรุงราชคฤห์นี้เอง ฯ ล ฯ.
จบนิจฉวิสูตรที่ ๔
อรรถกถานิจฉวิสูตรที่ ๔
ในเรื่องสัตว์ไม่มีผิวหนัง มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
เมื่อพรานแกะนั้น ฆ่าแกะถลกหนังออกขายเลี้ยงชีพ ร่างของแกะ
ที่ไม่มีหนัง ได้ปรากฏเป็นนิมิตโดยนัยก่อนนั่นแล. เพราะฉะนั้น พราน
แกะนั้นจึงเกิดเป็นนิจฉวิเปรต.
จบอรรถกถานิจฉวิสูตรที่ ๔
๕. อสิสูตร
ว่าด้วยบุรุษมีขนเป็นดาบลอยในอากาศ
[๖๔๔] ฯ ล ฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมา
จากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นบุรุษผู้มีขนเป็นดาบลอยอยู่ในเวหาส ดาบเหล่า

709
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ - หน้าที่ 710 (เล่ม 26)

นั้นของบุรุษนั้นลอยขึ้นไป ๆ แล้วก็ตกลงที่กายของบุรุษนั้นแหละได้ยินว่า
บุรุษนั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์นี้ได้
เป็นคนฆ่าสุกรขาย อยู่ในกรุงราชคฤห์นี้เอง ฯ ล ฯ.
จบอสิสูตร
อรรถกถาอสิสูตรที่ ๕
ในเรื่องสัตว์มีขนเป็นดาบ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
คนผู้ฆ่าสุกรนั้น เอาดาบฆ่าสุกรที่เลี้ยงดูด้วยผักตลอดกาลนาน
เลี้ยงชีพตลอดกาลนาน. ภาวะที่เขาเงื้อดาบนั่นแล ได้ปรากฏเป็นนิมิต
เพราะนั้น เขาจึงเกิดเป็นอสิโลมเปรต.
จบอรรถกถาอสิสูตรที่ ๕
๖. สัตติสูตร
ว่าด้วยบุรุษมีขนเป็นหอก
[๖๔๕] ฯ ล ฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลง
มาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นบุรุษมีขนเป็นหอกลอยอยู่ในเวหาส หอก
เหล่านั้นของบุรุษนั้นลอยขึ้นไป ๆ แล้วก็ตกลงที่กายของบุรุษนั้นเอง ได้
ยินว่า บุรุษนั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์
นี้ได้เป็นคนฆ่าเนื้อขาย อยู่ในกรุงราชคฤห์นี้เอง ฯลฯ.
จบสัตติสูตรที่ ๖
อรรถกถาสัตติสูตรที่ ๖
ในเรื่องสัตว์มีขนเป็นหอก มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
คนผู้ฆ่าเนื้อนั้น พาเนื้อตัวหนึ่ง [สำหรับล่อเนื้อ] และถือหอก

710
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ - หน้าที่ 711 (เล่ม 26)

ไปป่า เอาหอกแทงพวกเนื้อที่มายืนอยู่ใกล้ ๆ เนื้อตัวนั้นให้ตาย. ภาวะ
ที่เขาเอาหอกแทงเนื้อนั่นแล ได้ปรากฏเป็นนิมิต เพราะฉะนั้น เขาจึง
เกิดเป็นสัตติโลมเปรต.
จบอรรถกถาสัตติสูตรที่ ๖
๗. อุสุสูตร
ว่าด้วยบุรุษมีขนเป็นลูกธนู
[ ๖๔๖ ] ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลง
มาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นบุรุษมีขนเป็นลูกธนูลอยอยู่ในเวหาส ลูกธนู
เหล่านั้นของบุรุษนั้นลอยขึ้นไป ๆ แล้วก็ตกลงที่กายของบุรุษนั้นเอง ได้
ยินว่า บุรุษนั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯ ล ฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์นี้
ได้เป็นเพชฌฆาต อยู่ในกรุงราชคฤห์นี้เอง ฯ ล ฯ.
จบอุสุสูตรที่ ๗
อรรถกถาอุสุสูตรที่ ๗
เรื่องสัตว์มีขนเป็นลูกธนูมีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า การณิโก ได้แก่ บุรุษผู้เบียดเบียนคนที่ผิดต่อพระราชา
ด้วยเหตุมากมาย ในที่สุดเอาลูกธนูแทงให้ตาย. ได้ยินว่า บุรุษนั้นแทง
เพราะรู้ว่า คนที่ถูกแทงในที่โน้นจะตาย. เมื่อเขาเลี้ยงชีพด้วยอาการ
อย่างนี้แล้วเกิดในนรก แต่นั้นด้วยเศษวิบาก ในเวลาที่เขาเกิดในนรกนั้น

711
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ - หน้าที่ 712 (เล่ม 26)

ภาวะที่เขาใช้ลูกธนูแทง จึงได้ปรากฏเป็นนิมิต เพราะฉะนั้น เขาจึงเกิด
เป็นอุสุโลมเปรต.
จบอรรถกถาอุสุสูตรที่ ๗
๘. ปฐมสูจิสูตร
ว่าด้วยบุรุษมีขนเป็นประตัก
[๖๔๗ ] ฯ ล ฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลง
มาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นบุรุษมีขนเป็นประตักลอยอยู่ในเวหาส ประตัก
เหล่านั้นของบุรุษนั้นลอยขึ้นไป ๆ แล้วก็ตกลงที่กายของบุรุษนั้นเอง ได้
ยินว่า บุรุษนั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์
นี้ได้เป็นคนฝึกม้า อยู่ในกรุงราชคฤห์นี้เอง ฯ ล ฯ.
จบปฐมสูจิสูตรที่ ๘
อรรถกถาปฐมสูจิสูตรที่ ๘
ในเรื่องสัตว์มีขนเหมือนประตัก มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า สุโต ได้แก่ ผู้ฝึกม้า (สารถี). อาจารย์บางพวกกล่าวว่า
ผู้ฝึกโค ดังนี้ก็มี. ภาวะที่เขาเอาปลายแหลมประตักแทงนั้นแล ได้ปรากฏ
เป็นนิมิต เพราะฉะนั้น เขาจึงเกิดเป็นสูจิโลมเปรต.
จบอรรถกถาปฐมสูจิสูตรที่ ๘

712
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ - หน้าที่ 713 (เล่ม 26)

๙. ทุติยสูจิสูตร
ว่าด้วยบุรุษมีขนเป็นเข็ม
[๖๔๘] ฯ ล ฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลง
มาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นบุรุษมีขนเป็นเข็มลอยอยู่ในเวหาส เข็ม
เหล่านั้นของบุรุษนั้นเข้าไปศีรษะแล้วออกจากทางปาก เข้าไปในปากแล้ว
ออกทางอก เข้าไปในอกแล้วออกทางท้อง เข้าไปในท้องแล้วออกทางขา
อ่อน เข้าไปในขาอ่อนแล้วออกทางแข้ง เข้าไปในแข้งแล้วออกทางเท้า
ได้ยินว่า บุรุษนั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯ ล ฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
สัตว์นี้เป็นคนส่อเสียด อยู่ในกรุงราชคฤห์นี้เอง ฯ ล ฯ.
จบทุติยสูจิสูตรที่ ๙
อรรถกถาทุติยสูจิสูตรที่ ๙
ในเรื่องสัตว์มีขนเหมือนเข็ม เรื่องที่ ๒ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า สูจิโก๑ ได้แก่ผู้ทำการส่อเสียด ได้ยินว่า เขายุยงหมู่มนุษย์
ให้แตกกัน. และในราชตระกูล เขายุยงแล้วยุยงเล่าว่า ผู้นี้มีสิ่งนี้ ผู้นี้
ทำสิ่งนี้ด้วยสิ่งนี้ ให้ถึงความย่อยยับ. เพราะฉะนั้น เพื่อเสวยทุกข์เพราะทำ
ให้เขาแคกกัน เพราะการยุยงโดยประการที่พวกมนุษย์ถูกยุยงแล้วแตกกัน
เขากระทำกรรมนั่นแหละให้เป็นนิมิตจึงเกิดเป็นสูจิโลมเปรต.
จบอรรถกถาทุติสูจิสูตรที่ ๙
๑. ม. สูจโก ผู้กล่าวส่อเสียด.

713
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ - หน้าที่ 714 (เล่ม 26)

๑๐. อัณฑภารีสูตร
ว่าด้วยบุรุษมีอัณฑะเท่าหม้อ
[๖๔๙] ฯ ล ฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมา
จากภูเชาคิชฌกูฏ ได้เห็นบุรุษมีอัณฑะใหญ่เท่าหม้อลอยอยู่ในเวหาส บุรุษ
นั้นแม้เมื่อเดินไปก็แบกอัณฑะนั้นไว้บนบ่า แม้เมื่อนั่งก็ทับอัณฑะนั้นแหละ
แร้งบ้าง กาบ้าง พญาแร้งบ้าง ต่างก็โผถลาตามจิกทิ้งบุรุษนั้น ได้ยินว่า
บุรุษนั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯ ล ฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์นี้ได้
เป็นผู้พิพากษาตัดสินอรรถคดีโกง อยู่ในกรุงราชคฤห์นี้เอง ฯ ล ฯ.
จบอัณฑภารีสูตรที่ ๑๐
จบปฐมวรรคที่ ๑๐
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อัฏฐิสูตร ๒. เปสิสูตร ๓. ปิณฑสูตร
๔. นิจฉวิสูตร ๕. อสิสูตร ๖. สัตติสูตร
๗. อุสุสูตร ๘. ปฐมสูจิสูตร ๙. ทุติยสูจิสูตร
๑๐. อัณฑภารีสูตร.
อรรถกถาอัณฑภารีสูตรที่ ๑๐
ในเรื่องบุรุษมีอัณฑะเท่าหม้อ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า คามกูโฏ ได้แก่อำมาตย์ผู้วินิจฉัยคดี เพราะเขามีส่วนเสมอ
กับกรรม จึงมีอัณฑะประมาณเท่าหม้อ คือขนาดหม้อใหญ่. เพราะเขารับ

714
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ - หน้าที่ 715 (เล่ม 26)

สินบนในที่ลับคือที่ปกปิด ทำโทษให้ปรากฏในการวินิฉัยคดีโกง ทำผู้เป็น
เจ้าของให้ไม่ได้เป็นเจ้าของ ฉะนั้น อวัยวะเพศลับของเขาจึงเกิดในที่เปิด
เผย เพราะเมื่อลงโทษ เขาได้ข่มเหงผู้อื่น ฉะนั้น อวัยวะเพศลับของเขาจึง
เกิดเป็นสิ่งข่มเหง (ทรมานตน) เพราะเหตุที่อวัยวะดำรงอยู่ในตำแหน่ง
ที่ดำรงอยู่แล้ว ควรจะเรียบร้อย กลับไม่เรียบร้อย ฉะนั้น เขาจึงต้องนั่ง
อย่างไม่เรียบร้อยบนอวัยวะเพศลับ.
จบอรรถกถาอัณฑภารีสูตรที่ ๑๐
จบอรรถกถาปฐมวรรคที่ ๑

715
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ - หน้าที่ 716 (เล่ม 26)

ทุติยวรรคที่ ๒
๑. กูปนิมุคคสูตร
ว่าด้วยบุรุษจมหลุมคูถ
[๖๕๐] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ :-
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน กลัน-
ทกนิวาปสถาน กรุงราชคฤห์ ฯ ล ฯ ท่านมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า
เมื่อผมลงหาจากภูเขาคิชฌกูฏได้เห็นบุรุษจมอยู่ในหลุมคูถจนมิดศรีษะ ฯลฯ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์นี้ได้เป็นคนทำชู้กับภรรยาของผู้อื่น อยู่ใน
กรุงราชคฤห์นี้เอง ฯ ล ฯ.
จบกูปนิมุคคสูตรที่ ๑
[พึงทำเปยยาลอย่างนั้น]
ทุติยวรรคที่ ๒
อรรถกถากูปนิมุคคสูตรที่ ๑
วรรคที่ ๒ สูตรที่ ๑ เรื่องชายทำชู้กับภรรยาของผู้อื่น มีวินิจฉัย
ดังต่อไปนี้.
สัตว์นั้นถูกต้องผัสสะหญิงมีสามี ซึ่งคนอื่นรักษาคุ้มครอง มีจิตยินดี

716