ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 687 (เล่ม 26)

๒. รูปสูตร
ว่าด้วยรูปเป็นต้นไม่เที่ยง
[๖๒๓] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถาม
ว่า ดูก่อนราหุล เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน รูป . . . เสียง. . .
กลิ่น. . . รส . . . โผฏฐัพพะ. . . ธรรมารมณ์ เที่ยงหรือไม่เที่ยง.
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า.
จบรูปสูตรที่ ๒
อรรถกถารูปสูตรที่ ๒
ในรูปสูตรที่ ๒ ทรงถือเอาอารมณ์อย่างเดียว ในทวาร ๕.
จบอรรถกถารูปสูตรที่ ๒
๓. วิญญาณสูตร
ว่าด้วยจักขุวิญญาณเป็นต้นไม่เที่ยง
[๖๒๔] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถาม
ว่า ดูก่อนราหุล เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน จักขุวิญญาณ. . .
โสดวิญญาณ. . . ฆานวิญญาณ. . . ชิวหาวิญญาณ. . . กายวิญญาณ. . .
มโนวิญญาณ. . . เที่ยงหรือไม่เที่ยง.

687
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 688 (เล่ม 26)

ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า.
จบวิญญาณสูตรที่ ๓
อรรถกถาวิญญาณสูตรที่ ๓
พึงทราบวินิจฉัยในวิญญาณสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้.
ในทวารทั้ง ๕ ทรงถือเอาจิตที่มีปสาทะเป็นที่อาศัยเท่านั้น ทรง
ถือเอาสมันนาหารจิตที่เป็นไปในภูมิ ๓ ด้วยมโนวิญญาณ. พึงนำนัยไป
ใช้ในที่ทุกแห่งอย่างนี้.
จบอรรถกถาวิญญาณสูตรที่ ๓
๔. สัมผัสสูตร
ว่าด้วยจักขุสัมผัสเป็นต้นไม่เที่ยง
[๖๒๕] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถาม
ว่า ดูก่อนราหุล เธอจะสำคัญความนั้นเป็นไฉน จักขุสัมผัส. . . โสต-
สัมผัส. . . ฆานสัมผัส. . . ชิวหาสัมผัส. . . กายสัมผัส. . . มโนสัมผัส. . .
เที่ยงหรือไม่เที่ยง.
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า.
จบสัมผัสสสูตรที่ ๔
สัมผัสสสูตรที่ ๔ ไม่มีอรรถกถาอธิบาย.

688
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 689 (เล่ม 26)

๕. เวทนาสูตร
ว่าด้วยเวทนาเป็นต้นไม่เที่ยง
[๖๒๖] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถาม
ว่า ดูก่อนราหุล เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เวทนาที่เกิดแต่จักขุ-
สัมผัส. . . เวทนาที่เกิดเเต่โสตสัมผัส. . . เวทนาที่เกิดแต่ฆานสัมผัส. . .
เวทนาที่เกิดแต่ชิวหาสัมผัส. . . เวทนาที่เกิดแต่กายสัมผัส. . . เวทนาที่
เกิดแต่มโนสัมผัส เที่ยงหรือไม่เที่ยง.
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า.
จบเวทนาสูตรที่ ๕
เวทนาสูตรที่ ๕ ไม่มีอรรถกถาอธิบาย.
๖. สัญญาสูตร
ว่าด้วยรูปสัญญาเป็นต้นไม่เที่ยง
[๖๒๗] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถาม
ว่า ดูก่อนราหุล เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน รูปสัญญา. . .
สัททสัญญา. . . คันธสัญญา. . . รสสัญญา. . . โผฏฐัพพสัญญา. . .
ธัมมสัญญา. . . เที่ยงหรือไม่เที่ยง.
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า.
จบสัญญาสูตรที่ ๖

689
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 690 (เล่ม 26)

อรรถกถาสัญญาสูตรที่ ๖
ในสัญญาสูตรที่ ๖ ทรงถือเอาธรรมที่เป็นในภูมิ ๓.
จบอรรถกถาสัญญาสูตรที่ ๖
๗. เจตนาสูตร
ว่าด้วยรูปสัญเจตนาเป็นต้นไม่เที่ยง
[๖๒๘] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถาม
ว่า ดูก่อนราหุล เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน รูปสัญเจตนา. . .
สัททสัญเจตนา. . . คันธสัญเจตนา. . . โผฏฐัพพสัญเจตนา. . . ธัมม-
สัญเจตนาเที่ยงหรือไม่เที่ยง.
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า.
จบเจตนาสูตรที่ ๗
๘. ตัณหาสูตร
ว่าด้วยรูปตัณหาเป็นต้นไม่เที่ยง
[๖๒๙] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถาบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถาม
ว่า ดูก่อนราหุล เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน รูปตัณหา สัทท-
ตัณหา. . . คันธตัณหา. . . รสตัณหา. . . โผฏฐัพพตัณหา. . . ธัมม-
ตัณหา เที่ยงหรือไม่เที่ยง.

690
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 691 (เล่ม 26)

ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า.
จบตัณหาสูตรที่ ๘
อรรถกถาตัณหาสูตรที่ ๘
แต่ในตัณหาสูตรที่ ๘ จะได้ชื่อว่า ตัณหา ในเมื่อตกถึงชวนะ
ในทวารนั้น ๆ เท่านั้น.
จบอรรถกถาตัณหาสูตรที่ ๘
๙. ธาตุสูตร
ว่าด้วยปฐวีธาตุเป็นต้นไม่เที่ยง
[๖๓๐] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถาม
ว่า ดูก่อนราหุล เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ปฐวีธาตุ. . . อาโป-
ธาตุ. . . เตโชธาตุ. . . วาโยธาตุ. . . อากาสธาตุ. . . วิญญาณธาตุ
เที่ยงหรือไม่เที่ยง.
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า.
จบธาตุสูตรที่ ๙
อรรถกถาธาตุสูตรที่ ๙
ในธาตุสูตรที่ ๙ ตรัสนามด้วยอำนาจวิญญาณธาตุ ตรัสรูปด้วย
ธาตุที่เหลือ เพราะฉะนั้น จึงเป็นอันตรัสนามรูปไว้แล้ว.
จบอรรถกถาธาตุสูตรที่ ๙

691
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 692 (เล่ม 26)

๑๐. ขันธสูตร
ว่าด้วยเบญจขันธ์ไม่เที่ยง
[๖๓๑] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถาม
ว่า ดูก่อนราหุล เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน รูป. . . เวทนา. . .
สัญญา. . . สังขาร. . . วิญญาณ เที่ยงหรือไม่เที่ยง.
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า.
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า
รา. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า.
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา
ควรละหรือที่จะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา เราเป็นนั่น นั่นเป็นอัตตา
ของเรา.
รา. ไม่ควรตามเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า.
พ. ดูก่อนราหุล อริยสาวกผู้ได้สดับ เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อ
หน่ายทั้งในรูป ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในเวทนา ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในสัญญา
ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในสังขาร ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในวิญญาณ เมื่อเบื่อหน่าย
ย่อมคลายความกำหนัด เพราะคลายกำหนัด จิตย่อมหลุดพ้น ย่อมมีญาณ
หยั่งรู้ว่าจิตหลุดพ้นแล้ว ดังนี้ อริยสาวกนั้นย่อมทราบชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว
พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็น
อย่างนี้มิได้มี ดังนี้.
จบขันธสูตรที่ ๑๐

692
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 693 (เล่ม 26)

อรรถกถาขันธสูตรที่ ๑๐
ในขันธสูตรที่ ๑๐ รูปขันธ์เป็นกามาวจร ขันธ์ ๔ ที่เหลือเป็นไป
ในภูมิ ๔ ด้วยการกำหนดรวบรวมธรรมทั้งหมด. แต่ในพระสูตรนี้ พึง
ถือว่าเป็นไปในภูมิ ๓.
จบอรรถกถาขันธสูตรที่ ๑๐
จบอรรถกถาปฐมวรรคที่ ๑

693
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 694 (เล่ม 26)

ทุติยวรรคที่ ๒
๑. จักขุสูตร
ว่าด้วยจักขุเป็นต้นไม่เที่ยงเป็นทุกข์เป็นอนัตตา
[๖๒๐] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ :-
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ครั้งนั้นแล ท่านพระราหุล
ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว ถวาย
บังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง.
[๖๒๑] ครั้นท่านพระราหุลนั่งเรียบร้อยแล้ว พระผู้มีพระภาค-
เจ้าได้ตรัสถามท่านว่า ดูก่อนราหุล เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน
จักษุเที่ยงหรือไม่เที่ยง.
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า.
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุข.
รา. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา
ควรหรือหนอที่จะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา เราเป็นนั่น นั่นเป็น
อัตตาของเรา.
รา. ไม่ควรตามเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า.
พ. โสตะ. . . ฆานะ. . . ชิวหา. . . กาย. . . ใจ เที่ยงหรือ
ไม่เที่ยง.

694
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 695 (เล่ม 26)

รา. ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า.
พ. ก็สิ่งใดไม่ไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า.
รา. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า.
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา
ควรหรือหนอที่จะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา เราเป็นนั่น นั่นเป็น
อัตตาของเรา.
รา. ไม่ควรตามเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า.
[๖๒๒] ดูก่อนราหุล อริยสาวกผู้ได้สดับ เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อม
เบื่อหน่ายทั้งในจักษุ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในโสตะ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในฆานะ
ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในชิวหา ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในกาย ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในใจ
เมื่อเบื่อหน่ายย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัด จิตย่อมหลุดพ้น
เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่า จิตหลุดพ้นแล้ว อริยสาวกนั้น
ย่อมทราบชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำ
เสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ดังนี้.
จบจักขุสูตรที่ ๑
[พึงทำสูตรทั้ง ๑๐ โดยเปยยาลเช่นนี้]
อรรถกถาทุติยวรรค
ในทุติยวรรค สูตรที่ ๑-๑๐ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้น.
จบอรรถกถาสูตรที่ ๑-๑๐

695
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 696 (เล่ม 26)

๑๑. อนุสยสูตร
ว่าด้วยการละอนุสัย
[๖๓๒] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ครั้งนั้นแล ท่านพระราหุล
เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว ถวาย
บังคมแล้วนั่ง ณ ท ควรส่วนข้างหนึ่ง เมื่อท่านพระราหุลนั่งเรียบร้อยแล้ว
ได้ทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อบุคคลรู้อยู่ เห็นอยู่อย่างไร อหังการ
มมังการ และมานานุสัย จึงจะไม่มีในกายที่มีใจครองนี้ และในสรรพ-
นิมิตภายนอก.
[๖๓๓] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนราหุล รูปอย่างใด
อย่างหนึ่ง ที่เป็นอดีตก็ดี ที่เป็นอนาคตก็ดี ที่เป็นปัจจุบันก็ดี ที่เป็น
ภายในก็ดี ที่เป็นภายนอกก็ดี หยาบก็ดี ละเอียดก็ดี เลวก็ดี ประณีต
ก็ดี อยู่ในที่ไกลก็ดี อยู่ในที่ใกล้ก็ดี รูปทั้งหมดนั้น อริยสาวกย่อมเห็น
ด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็น
นั่น นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา ดังนี้ เวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง... สัญญา
อย่างใดอย่างหนึ่ง... สังขารเหล่าใดเหล่าหนึ่ง... วิญญาณอย่างใด
อย่างหนึ่ง ที่เป็นอดีตก็ดี ที่เป็นอนาคตก็ดี ที่เป็นปัจจุบันก็ดี
ที่เป็นภายในก็ดี ที่เป็นภายนอกก็ดี หยาบก็ดี ละเอียดก็ดี
เลวก็ดี ประณีตก็ดี อยู่ในที่ไกลก็ดี อยู่ในที่ใกล้ก็ดี วิญญาณทั้งหมด
นั้น อริยสาวกย่อมเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า

696