ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 667 (เล่ม 26)

และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งลาภสักการะและความสรรเสริญ ย่อมกระทำ
ให้แจ้งด้วยปัญญาอันรู้ยิ่งเอง แล้วเข้าถึงอยู่.
จบทุติยสมณพรหมณสูตร
๗. ตติยสมณพรหมณสูตร
ว่าด้วยสมณพราหมณ์ไม่ทราบถึงความยินดีและโทษ
แห่งลาภสักการะ
[๕๗๖] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้า. . .ได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรร-
เสริญ ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอัน
เกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมณะ
หรือพราหมณ์บางพวกย่อมไม่ทราบชัดซึ่งลาภสักการะและความสรรเสริญ
เหตุเกิดแห่งลาภสักการะและความสรรเสริญ ความดับแห่งลาภสักการะ
และความสรรเสริญ และปฏิปทาเครื่องให้ถึงความดับแห่งลาภสักการะและ
ความสรรเสริญ บางพวกย่อมทราบชัดวามความเป็นจริงซึ่งลาภสักการะ
และความสรรเสริญ เหตุเกิดแห่งลาภสักการะและความสรรเสริญ ความดับ
แห่งลาภสักการะและความสรรเสริญ และปฏิปทาเครื่องให้ถึงความดับแห่ง
ลาภสักการะและความสรรเสริญ ย่อมกระทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันรู้ยิ่งเอง
แล้วเข้าถึงอยู่.
จบตติยสมณพราหมณสูตรที่ ๗

667
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 668 (เล่ม 26)

อรรถกถาสมณพราหมณสูตรที่ ๗
พึงทราบวินิจฉัยในสมณพราหมณสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้.
ในบทเป็นต้นว่า สมุทยํ ความว่า ชื่อว่าเหตุเกิดแห่งลาภและ
สักการะเป็นต้นอย่างนี้ว่า อัตภาพพร้อมด้วยบุพกรรม ความเป็นผู้มีผิวงาม
ในบุตรผู้มีตระกูล เสียงไพเราะ ธุดงคคุณ ทรงจีวร บริวารสมบัติ.
ไม่รู้เหตุเกิดนั้น ด้วยอำนาจสมุทัยสัจ. นิโรธ และปฏิปทา พึงทราบด้วย
อำนาจนิโรธสัจและมรรคสัจนั้นแล.
จบอรรถกถาสมณพราหมณสูตรที่ ๗
๘. ฉวิสูตร
ว่าด้วยลาภสักการะตัดผิวตัดหนังจดเยื่อในกระดูก
[๕๗๗] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้า. . .ได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลาภสักกะและความสรร-
เสริญ ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอัน
เกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลาภ
สักการะและความสรรเสริญ ย่อมตัดผิว แล้วตัดหนัง แล้วตัดเนื้อ แล้ว
ตัดเอ็น แล้วตัดกระดูก แล้วตั้งอยู่จดเยื่อในกระดูก ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ลาภสักการะและความสรรเสริญ ทารุณ ฯ ล ฯ อย่างนี้แล เธอทั้งหลาย
พึงศึกษาอย่างนี้แหละ.
จบฉวิสูตรที่ ๘

668
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 669 (เล่ม 26)

อรรถกถาฉวิสูตรที่ ๘
พึงทราบวินิจฉัยในฉวิสูตรที่ ๘ ดังต่อไปนี้.
เพราะว่าลาภสักการะและความสรรเสริญให้เกิดในนรกเป็นต้น ให้
อัตภาพนี้แม้ทั้งสิ้นฉิบหาย ความตายก็ดี ความเกือบตายก็ดี นำทุกข์มาให้
แม้ในอัตภาพนี้ ฉะนั้น ท่านกล่าวคำเป็นต้นว่า ฉวึ ฉินฺทติ ดังนี้.
จบอรรถกถาฉวิสูตรที่ ๘
๙. รัชชุสูตร
ว่าด้วยลาภสักการะเป็นอันตรายเหมือนเชือกหางสัตว์
[๕๗๘] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้า. . .ได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรร-
เสริญ ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอัน
เกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลาภ
สักการะและความสรรเสริญ ย่อมตัดผิว แล้วตัดหนัง แล้วตัดเนื้อ แล้ว
ตัดเอ็น แล้วตัดกระดูก แล้วตั้งอยู่จดถึงเยื่อในกระดูก.
[๕๗๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษแข็งแรง เอา
เชือกหางสัตว์อย่างเหนียว พันแข้ง แล้วสีไปสีมา เชือกนั้นพึงบาดผิว
แล้วบาดหนัง แล้วบาดเนื้อ แล้วตัดเอ็น แล้วตัดกระดูก แล้วตั้งอยู่จด
ถึงเหยื่อในกระดูก ฉันใด ลาภสักการะและสรรเสริญ ย่อมตัดผิว แล้ว

669
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 670 (เล่ม 26)

ตัดหนัง แล้วตัดเนื้อ แล้วตัดเอ็น แล้วตัดกระดูก แล้วตั้งอยู่จดถึงเยื่อ
ในกระดูก ฉันนั้นเหมือนกัน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและ
ความสรรเสริญ ทารุณอย่างนี้แล ฯลฯ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ.
จบรัชชุสูตรที่ ๙
อรรถกถารัชชุสูตรที่ ๙
พึงทราบวินิจฉัยในรัชชุสูตรที่ ๙ ดังต่อไปนี้.
บทว่า พาลรชฺชุยา ได้แก่ เชือกทำด้วยด้ายเป็นต้น อ่อน เชือก
ทำด้วยหางสัตว์ แข็ง หยาบ เพราะฉะนั้น ท่านถือเอาเชือกนี้แล.
จบอรรถกถารัชชุสูตรที่ ๙
๑๐. ภิกขุสูตร
ว่าด้วยลาภสักการะเป็นอันตรายแก่พระอรหันตขีณาสพ
[๕๘๐] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้า. . .ได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรร-
เสริญ ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอัน
เกษมมากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราย่อม
กล่าวถึงลาภสักการะและความสรรเสริญว่า เป็นอันตรายแม้แก่ภิกษุผู้เป็น
อรหันตขีณาสพ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้ ท่านพระอานนท์

670
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 671 (เล่ม 26)

จึงทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า เพราะเหตุไรเล่าพระเจ้าข้า ลาภสักการะ
และความสรรเสริญจึงเป็นอันตรายแก่ภิกษุขีณาสพ.
[๕๘๑] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนอานนท์ เรากล่าว
ถึงลาภสักการะและความสรรเสริญ ว่าเป็นอันตรายแก่เจโตวิมุตติอันไม่
กำเริบของภิกษุขีณาสพนั้นหามิได้ แต่เรากล่าวถึงลาภสักการะและความ
สรรเสริญว่าเป็นอันตรายแก่ธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน อันภิกษุ
ขีณาสพผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีตนส่งไปแล้วอยู่นั้น บรรลุแล้ว
กะเธอทั้งหลาย ดูก่อนอานนท์ ลาภสักการะและความสรรเสริญ ทารุณ
เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ
ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่านี้ เพราะเหตุนั้นแล อานนท์ เธอทั้งหลายพึง
ศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายจักละลาภสักการะและความสรรเสริญที่เกิดขึ้น
แล้วเสีย และลาภสักการะและความสรรเสริญที่บังเกิดขึ้นแล้ว จักครอบงำ
จิตของเราทั้งหลายตั้งอยู่ไม่ได้ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ.
จบภิกขุสูตรที่ ๑๐
จบตติยวรรคที่ ๓
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. มาตุคามสูตร ๒. ชนปทกัลยาณีสูตร
๓. ปุตตสูตร ๔. เอกธีตุสูตร
๕. ปฐมสมณพราหมณสูตร ๖. ทุติยสมณพราหมณสูตร
๗. ตติยสมณพราหมสูตร ๘. ฉวิสูตร
๙. รัชชุสูตร ๑๐. ภิกขุสูตร.

671
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 672 (เล่ม 26)

อรรถกถาภิกขุสูตรที่ ๑๐
พึงทราบวินิจฉัยในภิกขุสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้.
บทว่า ทิฏฺธมฺมสุขวิหารา คืออยู่เป็นสุขด้วยผลสมาบัติ. บทว่า
เตสาหมสฺส ตัดบทว่า เตสํ อหํ อสฺส. ก็เพราะพระขีณาสพมีลาภถึง
พร้อมด้วยบุญ รับข้าวยาคูและของขบเคี้ยวเป็นต้น เมื่อทำอนุโมทนา
แสดงธรรมแก้ปัญหาแก่ชนผู้มาแล้วและมาแล้ว ย่อมไม่ได้โอกาสเพื่อจะ
นั่งแนบแน่นถึงผลสมาบัติ ท่านหมายถึงข้อนั้น จึงกล่าวว่า ด้วยประการฉะนี้.
จบอรรถกถาภิกขุสูตรที่ ๑๐
จบตติยวรรคที่ ๓

672
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 673 (เล่ม 26)

จตุตถวรรคที่ ๔
๑. ภินทิสูตร
ว่าด้วยลาภสักการะเป็นเหตุทำลายสงฆ์
[๕๘๒] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้า... ได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความ
สรรเสริญ ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรม
อันเกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
เทวทัตถูกลาภสักการะและความสรรเสริญครอบงำย่ำยีจิตแล้ว จึงทำลาย
สงฆ์ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรรเสริญ ทารุณ ฯลฯ
อย่างนี้แล เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ.
จบภินทิสูตรที่ ๑
จตุตถวรรคที่ ๔
อรรถกถาภินทิสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในภินทิสูตรที่ ๑ แห่งจตุตถวรรคที่ ๔ ง่ายทั้งนั้น
แล.
จบอรรถกถาภินทิสูตรที่ ๑

673
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 674 (เล่ม 26)

๒. มูลสูตร
ว่าด้วยกุศลมูลของพระเทวทัตถูกลาภสักการะครอบงำ
[๕๘๓] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้า... ได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความ
สรรเสริญ ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรม
อันเกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กุศลมูล
ของเทวทัตผู้ถูกลาภสักการะและความสรรเสริญครอบงำย่ำยีจิต ถึงความ
ขาดสูญแล้ว ลาภสักการะและความสรรเสริญ ทารุณ ฯลฯ อย่างนี้แล
เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ.
จบมูลสูตรที่ ๒
อรรถกถามูลสูตรที่ ๒
พึงทราบวินิจฉัยในมูลสูตรที่ ๒ เป็นต้น ดังต่อไปนี้.
บทว่า กุสลมูลํ ได้แก่ กุศลธรรม ๓ อย่างมี อโลภะเป็นต้น.
อีกอย่างหนึ่ง บทว่า สุกฺโก ธมฺโม ได้แก่ ปริยายเทศนาแห่งกุศลธรรม
นั้นเอง. ส่วนความสังเขปในข้อนี้ มีดังนี้ เทวทัตพึงเกิดบนสวรรค์
หรือพึงบรรลุมรรคผลได้ เพราะธรรมที่ไม่มีโทษกล่าวคือกุศลมูลเป็นต้น
ยังไม่ขาด. แต่เทวทัตนั้น อาศัยการตัดขาดแห่งกุศลธรรมนั้น จึงขาดแล้ว
จึงฉิบหายแล้ว.
จบอรรถกถามูลสูตรที่ ๒

674
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 675 (เล่ม 26)

๓. ปฐมธรรมสูตร
ว่าด้วยลาภสักการะเป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรม
[๕๘๔] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้า... ได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรร-
เสริญ ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอัน
เกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กุศลธรรม
ของเทวทัตผู้ถูกลาภสักการะและความสรรเสริญครอบงำย่ำยีจิต ถึงความ
ขาดสูญแล้ว ลาภสักการะและความสรรเสริญ ทารุณ ฯ ล ฯ อย่างนี้แล
เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ.
จบปฐมธรรมสูตรที่ ๓
อรรถกถาปฐมธรรมสูตร
ปฐมธรรมสูตรที่ ๓ ไม่มีอรรถกถาอธิบาย.
๔. ทุติยธรรมสูตร
ว่าด้วยลาภสักการะเป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรม
[๕๘๕] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้า ... ได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรร-
เสริญ ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอัน

675
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 676 (เล่ม 26)

เกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สุกกธรรม
ของเทวทัตผู้ถูกลาภสักการะและความสรรเสริญครอบงำย่ำยีจิต ถึงความ
ขาดสูญแล้ว ลาภสักการะและความสรรเสริญ ทารุณ ฯ ล ฯ อย่างนี้แล
เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ.
จบทุติยธรรมสูตรที่ ๔
อรรถกถาทุติยธรรมสูตรที่ ๔
ทุติยธรรมสูตรที่ ๔ ไม่มีอรรถกถาอธิบาย
๕. ปักกันตสูตร
ว่าด้วยลาภสักการะเกิดแก่พระเทวทัตเพื่อฆ่าตนเอง
[๕๘๖] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ ภูเขา
คิชฌกูฏ กรุงราชคฤห์ เมื่อพระเทวทัตหลีกไปยังไม่นาน ณ ที่นั้นแล
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปรารภพระเทวทัต ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรรเสริญเกิดแก่เทวทัต เพื่อฆ่า
ตนเอง เพื่อความเสื่อม.
[๕๘๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนต้นกล้วยเผล็ดผล
เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความเสื่อม ฉันใด ลาภสักการะและความสรรเสริญ
เกิดแก่เทวทัต เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความเสื่อม ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๕๘๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนไม้ไผ่ออกขุย เพื่อ
ฆ่าตนเอง เพื่อความเสื่อม ฉันใด ลาภสักการะและความสรรเสริญเกิด

676