แม้จิต มองดูเกิดสังเวชเพราะเห็นโทษ. ผู้นั้นแลดูตามความชอบใจ แล้วมี
ความสุข ย่อมหลีกไปตามความปรารถนา.
บทนี้ในบทว่า เอรเมว โข นี้ เป็นเครื่องเปรียบอุปมา. ด้วยว่า
ตระกูล ๔ เหมือนบ่อน้ำเก่าเป็นต้น. ภิกษุเหมือนบุรุษผู้แลดู. บุรุษมีกาย
และจิตยังพรากไม่ได้ เมื่อแลดูบ่อน้ำเก่าเป็นต้นเหล่านั้น ย่อมตกไปใน
บ่อนั้นฉันใด ภิกษุมีกายเป็นต้นไม่รักษาแล้ว เมื่อเข้าไปสู่ตระกูล ย่อม
ติดอยู่ในตระกูล ต่อจากนั้น ย่อมประสบสิ่งมิใช่ประโยชน์ มีการทำลาย
พื้นศีลเป็นต้น มีประการต่าง ๆ เป็นต้นฉันนั้น. เหมือนอย่างบุรุษมีกาย
และจิตพรากได้แล้ว ย่อมไม่ตกไปในบ่อนั้นฉันใด. ภิกษุเป็นผู้มีกายและ
จิตพรากได้ด้วยกายอันตนรักษาแล้ว ด้วยอันตนรักษาแล้ว ด้วยวาจา
อันตนรักษาแล้ว ด้วยสติอันมั่นคง เมื่อเข้าไปสู่ตระกูล ย่อมไม่ติดใน
ตระกูล. ครั้งนั้น ศีลของเธอไม่ทำลาย เหมือนเท้าของบุรุษ ผู้ไม่ตกไป
ในบ่อนั้น ไม่หักฉะนั้น. มือที่ประกอบด้วยศรัทธา ย่อมไม่ทำลาย เหมือน
มือไม่หักฉะนั้น. ท้องคือสมาธิ ย่อมไม่แตก เหมือนท้องไม่แตกฉะนั้น.
ศีรษะคือญาณ ย่อมไม่แตก เหมือนศีรษะไม่แตกฉะนั้น. อนึ่ง ตอและ
หนามเป็นต้น ย่อมไม่ตำบุรุษนั้นฉันใด. หนามคือราคะเป็นต้น ย่อมไม่
ทิ่มแทงภิกษุนี้ฉันนั้น. บุรุษนั้นไม่มีอุปัทวะ. แลดูได้ตามความชอบใจ
มีความสุขหลีกไปได้ตามต้องการฉันใด ภิกษุอาศัยตระกูลแล้ว เสพปัจจัย
มีจีวรเป็นต้น เจริญกัมมัฏฐาน พิจารณาในสังขารทั้งหลาย บรรลุพระ
อรหัตเป็นสุขด้วยโลกุตรสุข ย่อมไปสู่ทิศคือนิพพานที่ยังไม่เคยไปได้ตาม
ต้องการฉันนั้น.