[ตน] ออกจากปฐวีธาตุ ถ้าว่าความแช่มชื่นแห่งอาโปธาตุไม่ได้มีแล้ว
ไซร้. . . แห่งเตโชธาตุไม่ได้มีแล้วไซร้ . . . ถ้าว่าความแช่มชื่นแห่ง
วาโยธาตุไม่ได้มีแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงยินดีในวาโยธาตุ ก็เพราะ
ความแช่มชื่นแห่งวาโยธาตุมีอยู่แล ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงยินดีในวาโยธาตุ
ถ้าว่าโทษแห่งวาโยธาตุไม่ได้มีแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงเบื่อหน่ายใน
วาโยธาตุ ก็เพราะโทษแห่งวาโยธาตุมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่าย
ในวาโยธาตุ ถ้าว่าเครื่องสลัดออกแห่งวาโยธาตุไม่ได้มีแล้วไซร้ สัตว์
ทั้งหลายก็ไม่พึงสลัด [ตน] ออกจากวาโยธาตุ ก็เพราะเครื่องสลัดออก
แห่งวาโยธาตุมีอยู่แล ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงสลัด [ตน] ออกจากวาโยธาตุ.
[๔๐๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตราบเท่าที่สัตว์เหล่านี้ยังไม่ทราบ
ชัดตามความเป็นจริง ซึ่งความแช่มชื่นโดยเป็นความแช่มชื่น ซึ่งโทษโดย
ความเป็นโทษ ซึ่งเครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออก แห่งธาตุ
ทั้ง ๔ เหล่านี้เพียงใด สัตว์เหล่านี้ยังสลัดตนออกไม่ได้ พรากออกไม่ได้ ยัง
ไม่หลุดพ้นไปจากโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก และจาก
หมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ มีใจข้ามพ้นจากแดน
กิเลสและวัฏฏะไม่ได้เพียงนั้น ก็เมื่อใดแลสัตว์เหล่านี้ได้ทราบชัดตามความ
เป็นจริง ซึ่งความแช่มชื่นโดยเป็นความแช่มชื่น ซึ่งโทษโดยความเป็นโทษ
ซึ่งเครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออก แห่งธาตุทั้ง ๔ เหล่านี้
เมื่อนั้นสัตว์เหล่านี้ย่อมสลัดตนออกได้ พรากออกได้ หลุดพ้นไปจากโลก
พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก และจากหมู่สัตว์ พร้อมทั้ง