ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 447 (เล่ม 26)

ส่วนเทวทัตปรารถนาลามก ถูกความอยากครอบงำ. เพราะเหตุนั้น
พวกภิกษุผู้ปรารถนาลามก ห้อมล้อมเทวทัตนั้น ด้วยคิดว่า เราจักถามการ
ปกครอง เพื่อการสงเคราะห์ตระกูล ความหลอกลวงมีประการต่าง ๆ กัน.
แม้เทวทัตนั้น ก็บอกการกำหนดนั้นแก่ภิกษุเหล่านั้น. เพราะเหตุนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า สพฺเพ โข เอเต ภิกฺขเว ภิกฺขู
ปาปิจฺฉา ดังนี้. ถามว่า ก็เพราะเหตุไร ภิกษุเหล่านั้น จงกรมแล้ว
ในที่ไม่ไกล. ตอบว่า เพื่อถือการอารักขาว่า เทวทัต คิดร้ายในพระ
ศาสดา พยายามจะทำความฉิบทายมิใช่ประโยชน์. ถามว่า ครั้งนั้น เทวทัต
จงกรมแล้ว เพราะเหตุไร. ตอบว่า เพื่อปกปิดโทษอันตนกระทำแล้ว เป็น
เหตุให้ผู้อื่นรู้ว่า ผู้นี้ไม่ทำ ถ้าทำเขาก็ไม่มา ณ ที่นี้. ถามว่า ก็เทวทัต
เป็นผู้สามารถเพื่อจะทำความเสียหายต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าได้หรือ หน้าที่
ต้องอารักขาพระผู้มีพระภาคเจ้า มีอยู่หรือ. ตอบว่า ไม่มี. เพราะเหตุนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า อานนท์ ข้อที่ตถาคต พึงปรินิพพาน
ด้วยความพยายามของผู้อื่น นั่นไม่ใช่ฐานะ ไม่ใช่โอกาสจะมีได้. ส่วน
ภิกษุทั้งหลายมาแล้วด้วยความเคารพในพระศาสดา. เพราะเหตุนั้นแล
พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสอย่างนี้แล้ว จึงรับสั่งให้ปล่อยภิกษุเหล่านั้นไป
ด้วยพระดำรัสว่า อานนท์ เธอจงปล่อยภิกษุสงฆ์เถิด ดังนี้.
จบอรรถกถาจังกมสูตรที่ ๕

447
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 448 (เล่ม 26)

๖. สตาปารัทธสูตร๑
ว่าด้วยสัตว์คบค้าสมาคมกันโดยธาตุ
[๓๖๘] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย . . . แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
สัตว์ทั้งหลายย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวก
ที่มีอัธยาศัยเลว ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัย
เลว แม้ในอดีตกาล . . . แม้ในอนาคตกาล . . . แม้ในปัจจุบันกาล สัตว์
ทั้งหลายก็ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเที่ยว คือสัตว์จำพวก
ที่มีอัธยาศัยเลว ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัย
เลว.
[๓๖๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คูถกับคูถย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้
มูตรกับมูตรย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ เขฬะกับเขฬะย่อมเข้ากันได้ ร่วม
กันได้ บุพโพกับบุพโพย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ โลหิตกับโลหิตย่อม
เข้ากันได้ ร่วมกันได้ แม้ฉันใด ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายก็
ฉันนั้นแล ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวก
ที่มีอัธยาศัยเลว ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัย
เลว แม้ในอดีตกาล . . . แม้ในอนาคตกาล. . . แม้ในปัจจุบันกาล สัตว์
ทั้งหลายก็ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือจำพวกที่มี
อัธยาศัยเลว ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว.
๑. ม. สคาถาสูตร.

448
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 449 (เล่ม 26)

[๓๗๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายย่อมคบค้ากัน ย่อม
สมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี ย่อมคบค้ากัน ย่อม
สมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี แม้ในอดีตกาล. . .แม้ในอนาคต-
กาล. . . แม้ในปัจจุบันกาล สัตว์ทั้งหลายก็ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน
โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคม
กันกับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี.
[๓๗๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย น้ำนมสดกับน้ำมันสดย่อมเข้ากันได้
ร่วมกันได้ น้ำมันกับน้ำมันย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ เนยใสกับเนยใสย่อม
เข้ากันได้ ร่วมกันได้ น้ำผึ้งกับน้ำผึ้งย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ น้ำอ้อย
กับน้ำอ้อยย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ แม้ฉันใด สัตว์ทั้งหลายก็ฉันนั้นแล
ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี
ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี แม้ในอดีต-
กาล . . . แม้ในอนาคตกาล. . . แม้ในปัจจุบันกาล สัตว์ทั้งหลายก็ย่อม
คบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี
ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี.
[๓๗๒] พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณ-
ภาษิตนี้จบลงแล้ว จึงตรัสพระคาถาประพันธ์ต่อไปว่า:
กิเลสเพียงดังหมู่ไม้ในป่า เกิดขึ้นเพราะการ
คบค้าสมาคม ย่อมขาดเพราะไม่คบค้าสมาคม คน
เกาะท่อนไม้เล็ก ๆ พึงจมลงในห้วงมหรรณพ ฉันใด
แม้สาธุชนก็ย่อมจมลง เพราะอาศัยคนเกียจคร้าน
ฉันนั้น เราะฉะนั้น พึงเว้นคนเกียจคร้าน มีความ

449
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 450 (เล่ม 26)

เพียรเลวนั้นเสีย พึงอยู่ร่วมกับบัณฑิตผู้สงัด ผู้เป็น
อริยะ ผู้มีใจสูง ผู้เพ่งพินิจ ผู้ปรารภความเพียร
เป็นนิตย์.
จบสตาปารัทธสูตรที่ ๖
อรรถกถาสตาปารัทธสูตรที่ ๖
พึงทราบวินิจฉัยในสตาปรัทธสูตรที่ ๖ ดังต่อไปนี้.
บทว่า คูโถ คูเถน สํสนฺทติ สเมติ ความว่า คูถแม้อยู่ระหว่างสมุทร
ระหว่างชนบท ระหว่างจักรวาล โดยสีก็ดี โดยกลิ่นก็ดี โดยรสก็ดี ไม่เข้า
ถึงความต่างกัน ย่อมเข้ากันได้ รวมกันได้ คือเป็นเช่นเดียวกันและเป็น
นิรันดร. แม้ในบทที่เหลือก็มีนัยนี้แล. ก็อุปมาด้วยของไม่น่าปรารถนานี้
ท่านนำมาเพื่อแสดงความที่อัธยาศัยของผู้มีอัธยาศัยเลวเสมอกัน อุปมา
ด้วยของดีเลิศมีน้ำนมเป็นต้น ท่านนำมาเพื่อแสดงความที่อัธยาศัยของผู้มี
อัธยาศัยดีเสมอกัน.
บทว่า สํสคฺคา ความว่า ด้วยความสิเนหาด้วยตัณหามีการเห็น
การฟังและการคบค้ากันเป็นต้นเป็นที่ตั้ง. บทว่า วนโถ ชาโต ได้แก่
ป่าคือกิเลสเกิดแล้ว. บทว่า อสํสคฺเคน ฉิชฺชติ ความว่า เมื่อไม่
กระทำการยืนและการนั่งร่วมกัน ก็ย่อมขาด เพราะไม่คบค้าสมาคมคือ
ไม่พบเห็นกัน. บทว่า สาธุชีวี ได้แก่ เมื่อยังมีชีวิตอยู่ ก็มีชีวิตบริสุทธิ์.
บทว่า สหาวเส ได้เเก่ พึงอยู่ร่วมกัน.
จบอรรถกถาสตาปารัทธสูตรที่ ๖

450
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 451 (เล่ม 26)

๗. ปฐมอัสสัทธมูลกสูตร
ว่าด้วยสัตว์คบค้าสมาคมกันโดยธาตุเดียวกัน
[๓๗๓] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย. . . แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
สัตว์ทั้งหลายย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวก
ที่ไม่มีศรัทธา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่ไม่มีศรัทธา
สัตว์จำพวกที่ไม่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่ไม่มี
หิริ สัตว์จำพวกที่ไม่มีโอตตัปปะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์
จำพวกที่ไม่มีโอตตัปปะ. สัตว์จำพวกที่มีสุตะน้อย ย่อมคบค้ากัน ย่อม
สมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีสุตะน้อย สัตว์จำพวกที่เกียจคร้าน ย่อมคบค้า
กัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่เกียจคร้าน สัตว์จำพวกที่มีสติหลงลืม
ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีสติหลงลืม สัตว์จำพวก
ที่มีปัญญาทราม ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีปัญญา
ทราม แม้ในอดีตกาล . . . แม้ในอนาคตกาล. . . แม้ในปัจจุบันกาล
สัตว์ทั้งหลายก็ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเที่ยว คือสัตว์
จำพวกที่ไม่มีศรัทธา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่ไม่มี
ศรัทธา สัตว์จำพวกที่ไม่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์
จำพวกที่ไม่มีหิริ สัตว์จำพวกที่ไม่มีโอตตัปปะ. ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคม
กันกับสัตว์จำพวกที่ไม่มีโอตตัปปะ สัตว์จำพวกที่มีสุตะน้อย ย่อมคบ
ค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีสุตะน้อย สัตว์จำพวกที่เกียจ-

451
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 452 (เล่ม 26)

คร้าน ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่เกียจคร้าน สัตว์
จำพวกที่มีสติหลงลืม ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มี
สติหลงลืม สัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน
กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม.
[๓๗๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายย่อมคบค้ากัน ย่อม
สมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีศรัทธา ย่อมคบค้ากัน ย่อม
สมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีศรัทธา สัตว์จำพวกที่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อม
สมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีหิริ สัตว์จำพวกที่มีโอตตัปปะ ย่อมคบค้ากัน
ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีโอตตัปปะ สัตว์จำพวกที่มีสุตะมาก ย่อม
คบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีสุตะมาก สัตว์จำพวกที่ปรารภ
ความเพียร ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่ปรารภความ
เพียร สัตว์จำพวกที่มีสติมั่นคง ย่อมสมาคมกัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวก
ที่มีสติมั่นคง สัตว์จำพวกที่มีปัญญา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์
จำพวกที่มีปัญญา แม้ในอดีตกาล. . . แม้ในอนาคต. . .แม้ในปัจจุบันกาล
สัตว์ทั้งหลายก็ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวก
ที่มีศรัทธา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีศรัทธา
สัตว์จำพวกที่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีหิริ
สัตว์จำพวกที่มีโอตตัปปะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวก
ที่มีโอตตัปปะ สัตว์จำพวกที่มีสุตะมาก ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน
กับสัตว์จำพวกที่มีสุตะมาก สัตว์จำพวกที่ปรารภความเพียร ย่อมคบค้ากัน
ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่ปรารภความเพียร สัตว์จำพวกที่มีสติ

452
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 453 (เล่ม 26)

มั่นคง ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีสติมั่นคง
สัตว์จำพวกที่มีปัญญา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มี
ปัญญา.
จบปฐมอัสสัทธมูลกสูตรที่ ๗
อรรถกถาปฐมอัสสัทธมูลกสูตรที่ ๗
พึงทราบวินิจฉัยในปฐมอัสสัทธมูลกสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้.
ในบทเป็นต้นว่า อสฺสทฺธา อสฺสทฺเธหิ ความว่า บุคคลไม่มี
โอชา ไม่มีรส เว้นขาดจากศรัทธา ในพระพุทธ พระธรรม หรือ
พระสงฆ์ อยู่ที่สมุทรฝั่งนี้ ก็เป็นอย่างเดียวกันชั่วนิรันดรกับบุคคลไม่มี
ศรัทธา ซึ่งอยู่ที่ฝั่งโน้นเพราะความเป็นผู้ไม่มีศรัทธานั้น. บุคคลไม่มีหิริ
คือไร้มรรยาท ก็เป็นเช่นเดียวกันกับบุคคลไม่มีหิริ. คนไม่มีโอตตัปปะ
คือไม่กลัวต่อการทำบาป ก็เป็นเช่นเดียวกันกับคนไม่มีโอตตัปปะ. คนมี
สุตะน้อย คือเว้นขาดจากสุตะ ก็เป็นเช่นเดียวกันกับคนมีสุตะน้อย. คน
เกียจคร้าน คือคนมีความเกียจคร้าน ก็เป็นเช่นเดียวกันกับคนเกียจคร้าน.
คนมีสติหลงลืม คือเช่นกันกาเก็บอาหารและสุนัขจิ้งจอกเก็บเนื้อ ก็เป็น
เช่นเดียวกันกับคนมีสติหลงลืม. คนมีปัญญาทราม คือชื่อว่าหมดปัญญา
เพราะไม่มีปัญญาที่จะกำหนดขันธ์เป็นต้น ก็เป็นเช่นเดียวกันกับคนมี
ปัญญาทราม. คนผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธา คือผู้ขวนขวายในกิจมีการไหว้
พระเจดีย์เป็นต้น ก็เป็นเช่นเดียวกันกับคนมีศรัทธา. คนมีหิริ คือคนมี
ความละอาย ก็เป็นเช่นเดียวกันกับคนมีหิริ. คนมีโอตตัปปะ คือกลัวบาป
ก็เป็นเช่นเดียวกันกับคนมีโอตตัปปะ. คนมีสุตะมาก คือทรงสุตะ ทรง

453
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 454 (เล่ม 26)

อาคม รักษาแบบแผน รักษาวงศ์ ก็เป็นเช่นเดียวกันกับคนมีสุตะมาก.
คนปรารภความเพียร คือมีความพยายามบริบูรณ์ ก็เป็นเช่นเดียวกันกับ
คนปรารภความเพียร. คนมีสติมั่นคง คือประกอบด้วยสติอันกำหนดกิจ
ทั้งปวงได้ ก็เป็นเช่นเดียวกันกับคนมีสติมั่นคง. คนมีปัญญา แม้อยู่ในที่
ไกลกับคนผู้มีปัญญามาก คือคนมีปัญญามีความรู้เปรียบเหมือนแก้ววิเชียร
ย่อมคบค้ากันได้ สมาคมกันได้ด้วยปัญญาสมบัตินั้น.
จบอรรถกถาปฐมอัสสัทธมูลกสูตรที่ ๗
๘. ทุติยอัสสัทธมูลกสูตร
การคบค้าของสัตว์โดยธาตุมีศรัทธาและไม่มีศรัทธา
[๓๗๕] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย . . . แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
สัตว์ทั้งหลายย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวก
ที่ไม่มีศรัทธา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่ไม่มีศรัทธา
สัตว์จำพวกที่ไม่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่
ไม่มีหิริ สัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม ย่อมคัดค้าน ย่อมสมาคมกัน
กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม สัตว์จำพวกที่มีศรัทธา ย่อมคบค้ากัน
ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีศรัทธา สัตว์จำพวกที่มีหิริ ย่อมคบค้า
กัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีหิริ สัตว์จำพวกที่มีปัญญา ย่อม
คบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีปัญญา แม้ในอดีตกาล. . .

454
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 455 (เล่ม 26)

แม้ในอนาคตกาล. . . แม้ในปัจจุบันกาล สัตว์ทั้งหลายก็ย่อมคบค้ากัน
ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเดียว คือสัตว์จำพวกที่ไม่มีศรัทธา ย่อมคบค้ากัน
ย่อมสมาคมกันกันสัตว์จำพวกที่ไม่มีศรัทธา สัตว์จำพวกที่ไม่มีหิริ ย่อม
คบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่ไม่มีหิริ สัตว์จำพวกที่มีปัญญา
ทราม ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม
สัตว์จำพวกที่มีศรัทธา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่
มีศรัทธา สัตว์จำพวกที่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวก
ที่มีหิริ สัตว์จำพวกที่มีปัญญา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์
จำพวกที่มีปัญญา.
[๓๗๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายย่อมคบค้ากัน ย่อม
สมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่ไม่มีศรัทธา ย่อมคบค้ากัน
ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่ไม่มีศรัทธา สัตว์จำพวกที่ไม่มีโอตตัปปะ
ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่ไม่มีโอตตัปปะ สัตว์
จำพวกที่มีปัญญาทราม ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวก
ที่มีปัญญาทราม สัตว์จำพวกที่มีศรัทธา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน
กับสัตว์จำพวกที่มีศรัทธา สัตว์จำพวกที่มีโอตตัปปะ ย่อมคบค้ากัน ย่อม
สมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีโอตตัปปะ สัตว์จำพวกที่มีปัญญา ย่อม
คบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีปัญญา.
[๓๗๗] สัตว์จำพวกที่ไม่มีศรัทธา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน
กับสัตว์จำพวกที่ไม่มีศรัทธา สัตว์จำพวกที่มีสุตะน้อย ย่อมคบค้ากัน
ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีสุตะน้อย สัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม
ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม สัตว์จำพวก

455
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 456 (เล่ม 26)

ที่มีศรัทธา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกันสัตว์จำพวกที่มีศรัทธา สัตว์
จำพวกที่มีสุตะมาก ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มี
สุตะมาก สัตว์จำพวกที่มีปัญญา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์
จำพวกที่มีปัญญา.
[๓๗๘] สัตว์จำพวกที่ไม่มีศรัทธา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน
กับสัตว์จำพวกที่ไม่มีศรัทธา สัตว์จำพวกที่เกียจคร้าน ย่อมคบค้ากัน
ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่เกียจคร้าน สัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม
ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม สัตว์จำพวก
ที่มีศรัทธา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีศรัทธา
สัตว์จำพวกที่ปรารภความเพียร ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์
จำพวกที่ปรารภความเพียร สัตว์จำพวกที่มีปัญญา ย่อมคบค้ากัน ย่อม
สมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีปัญญา.
[๓๗๙] สัตว์จำพวกที่ไม่มีศรัทธา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน
กับสัตว์จำพวกที่ไม่มีศรัทธา สัตว์จำพวกที่มีสติหลงลืม ย่อมคบค้ากัน
ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีสติหลงลืม สัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม
ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม สัตว์
จำพวกที่มีศรัทธา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มี
ศรัทธา สัตว์จำพวกที่มีสติมั่นคง ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับ
สัตว์จำพวกที่มีสติมั่นคง สัตว์จำพวกที่มีปัญญา ย่อมคบค้ากัน ย่อม
สมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีปัญญา.
จบทุติยอัสสัทธมูลกสูตรที่ ๘

456