ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 407 (เล่ม 26)

๒. ธาตุสังยุต
นานัตวรรคที่ ๑
๑. ธาตุสูตร
ว่าด้วยความต่างแห่งธาตุ
[๓๓๓] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ
ภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย. . . แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
เราจักแสดงความต่างแห่งธาตุแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงตั้งใจฟัง
จงกระทำไว้ในใจให้ดี เราจักกล่าวบัดนี้. ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มี
พระภาคเจ้าว่า อย่างนั้น พระเจ้าข้า.
[๓๓๔] พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ก็ความต่างแห่งธาตุเป็นไฉน จักขุธาตุ รูปธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ โสตธาตุ
สัททธาตุ โสตวิญญาณธาตุ ฆานธาตุ คันธธาตุ ฆานวิญญาณธาตุ
ชิวหาธาตุ รสธาตุ ชิวหาวิญญาณธาตุ กายธาตุ โผฏฐัพพธาตุ กาย-
วิญญาณธาตุ มโนธาตุ ธรรมธาตุ มโนวิญญาณธาตุ นี้เราเรียกว่า
ความต่างแห่งธาตุ.
จบธาตุสูตรที่ ๑

407
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 408 (เล่ม 26)

ธาตุสังยุต
นานัตตวรรคที่ ๑
อรรถกถาธาตุสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในธาตุสูตรที่ ๑ แห่งนานัตตวรรค ดังต่อไปนี้.
ความที่ธรรมมีสภาพต่างกัน ได้ชื่อว่า ธาตุ เพราะอรรถว่า เป็น
สภาวะ กล่าวคือมีอรรถว่ามิใช่สัตว์ และอรรถว่าเป็นของสูญ ดังนี้
ชื่อว่า ความต่างแห่งธาตุ. ในบทเป็นต้นว่า จกฺขุธาตุ ความว่า จักขุ-
ปสาท ชื่อว่า จักขุธาตุ, รูปารมณ์ ชื่อว่า รูปธาตุ, จิตที่มีจักขุปสาท
เป็นที่อาศัย ชื่อว่า จักขุวิญญาณธาตุ. โสตปสาท ชื่อว่า โสตธาตุ,
สัททารมณ์ ชื่อว่า สัททธาตุ, จิตที่มีโสตปสาทเป็นที่อาศัย ชื่อว่า
โสตวิญญาณธาตุ. ฆานปสาท ชื่อว่า ฆานธาตุ, คันธารมณ์ ชื่อว่า
คันธธาตุ, จิตที่มีฆานปสาทเป็นที่อาศัย ชื่อว่า ฆานวิญญาณธาตุ.
ชิวหาปสาท ชื่อว่า ชิวหาธาตุ, รสารมณ์ ชื่อว่า รสธาตุ, จิตที่มี
ชิวหาปสาทเป็นที่อาศัย ชื่อว่า ชิวหาวิญญาณธาตุ, กายปสาท ชื่อว่า
กายธาตุ, โผฏฐัพพารมณ์ ชื่อว่า โผฏฐัพพธาตุ, จิตที่มีกายปสาทเป็น
ที่อาศัย ชื่อว่า กายวิญญาณธาตุ. มโนธาตุ ๓ ชื่อว่า มโนธาตุ,
ขันธ์ ๓ มีเวทนาเป็นต้น สุขุมรูป และนิพพาน ชื่อว่า ธรรมธาตุ,
มโนวิญญาณ แม้ทั้งหมด ชื่อว่า มโนวิญญาณธาตุ, ก็ในข้อนี้ ธาตุ
๑๖ อย่าง เป็นกามาวจร ธาตุ ๒ ในที่สุดเป็นไปในภูมิ ๔.
จบอรรถกถาธาตุสูตรที่ ๑

408
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 409 (เล่ม 26)

๒. สัมผัสสสูตร
ว่าด้วยความต่างแห่งผัสสะ
[๓๓๕] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย. . . แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ความต่างแห่งผัสสะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งธาตุ ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย ก็ความต่างแห่งธาตุเป็นไฉน จักขุธาตุ โสตธาตุ ฆานธาตุ
ชิวหาธาตุ กายธาตุ มโนธาตุ นี้เราเรียกว่าความต่างแห่งธาตุ.
[๓๓๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ความต่างแห่งผัสสะ บังเกิดขึ้น
เพราะอาศัยความต่างแห่งธาตุเป็นไฉน จักขุสัมผัสบังเกิดขึ้นเพราะอาศัย
จักขุธาตุ โสตสัมผัสบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยโสตธาตุ ฆานสัมผัสบังเกิดขึ้น
เพราะอาศัยฆานธาตุ ชิวหาสัมผัสบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยชิวหาธาตุ โผฏ-
ฐัพพสัมผัสบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยกายธาตุ มโนสัมผัสบังเกิดขึ้นเพราะอาศัย
มโนธาตุ ความต่างแห่งผัสสะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งธาตุ
อย่างนี้แล.
จบสัมผัสสสูตรที่ ๒
อรรถกถาสัมผัสสสูตรที่ ๒
พึงทราบวินิจฉัยในสัมผัสสสูตรที่ ๒ ดังต่อไปนี้.
บทว่า อุปฺปชฺชติ ผสฺสนานตฺตํ ได้แก่ผัสสะมีสภาพต่างกัน

409
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 410 (เล่ม 26)

ย่อมเกิดขึ้น. ในผัสสะนั้น จักขุสัมผัสเป็นต้น ประกอบด้วยจักขุวิญญาณ
เป็นต้น มโนสัมผัส ประกอบด้วยปฐมชวนะ ในมโนทวาร. เพราะ-
ฉะนั้น ในข้อนี้มีเนื้อความดังนี้ว่า บทว่า มโนธาตุํ ปฏิจฺจ ได้แก่
ปฐมชวนะสัมผัสบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยมโนทวาราวัชชนะ อันเป็นกิริยา-
มโนวิญญาณธาตุ.
จบอรรถกถาสัมผัสสสูตรที่ ๒.
๓. โนสัมผัสสสูตร
ว่าด้วยความต่างแห่งผัสสะ
[๓๓๗] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย. . . แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ความต่างแห่งผัสสะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งธาตุ ความต่าง
แห่งธาตุบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งผัสสะหามิได้ ความต่างแห่ง
ธาตุเป็นไฉน จักขุธาตุ ฯ ล ฯ มโนธาตุ นี้เราเรียกว่า ความต่างแห่ง
ธาตุ.
[๓๓๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ความต่างแห่งผัสสะบังเกิดขึ้น
เพราะอาศัยความต่างแห่งธาตุ ความต่างแห่งธาตุบังเกิดขึ้นเพราะอาศัย
ความต่างแห่งผัสสะหามิได้ เป็นไฉน จักขุสัมผัสบังเกิดขึ้นเพราะอาศัย
จักขุธาตุ จักขุธาตุบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยจักขุสัมผัสหามิได้ ฯ ล ฯ มโน-

410
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 411 (เล่ม 26)

สัมผัสบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยมโนธาตุ มโนธาตุบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยมโน-
สัมผัสหามิได้ ความต่างแห่งผัสสะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งธาตุ
ความต่างแห่งธาตุบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งผัสสะหามิได้ อย่างนี้
แล.
จบโนสัมผัสสสูตรที่ ๓
อรรถกถาโนสัมผัสสสูตรที่ ๓
พึงทราบวินิจฉัยในโนสัมผัสสสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้.
บทว่า โน มโนสมฺผสสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ มโนธาตุ พึง
เห็นเนื้อความอย่างนี้ว่า อาวัชชนะ กิริยามโนวิญญาณธาตุจะบังเกิดขึ้น
เพราะอาศัยผัสสะที่ประกอบด้วยปฐมชวนะในมโนทวาร ก็หามิได้.
จบอรรถกถาโนสัมผัสสสูตรที่ ๓.
๔. เวทนาสูตร
ว่าด้วยความต่างแห่งเวทนา
[๓๓๙] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับประอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย. . . แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ความต่างแห่งผัสสะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งธาตุ ความต่างแห่ง
เวทนาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งผัสสะ ก็ความต่างแห่งธาตุเป็น

411
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 412 (เล่ม 26)

ไฉน จักขุธาตุ ฯ ล ฯ มโนธาตุ นี้เราเรียกว่า ความต่างแห่งธาตุ.
[๓๔๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ความต่างแห่งผัสสะบังเกิดขึ้น
เพราะอาศัยความต่างแห่งธาตุ ความต่างแห่งเวทนาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัย
ความต่างแห่งผัสสะ เป็นไฉน จักขุสัมผัสบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยจักขุธาตุ
จักขุสัมผัสสชาเวทนาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยจักขุสัมผัส ฯลฯ มโนสัมผัส
บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยมโนธาตุ มโนสัมผัสสชาเวทนาบังเกิดขึ้นเพราะ
อาศัยมโนสัมผัส ความต่างแห่งผัสสะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่ง
ธาตุ ความต่างแห่งเวทนาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งผัสสะ อย่างนี้
แล.
จบเวทนาสูตรที่ ๔
อรรถกถาเวทนาสูตรที่ ๔
พึงทราบวินิจฉัยในเวทนาสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้.
บทว่า จกฺขุสมฺผสฺสชา เวทนา ท่านอธิบายว่า ตั้งแต่สัมปฏิจ-
ฉันนมโนธาตุ เวทนาแม้ทั้งปวง พึงเป็นไปในทวารนั้น แต่การถือ
สัมปฏิจฉันนเวทนาในลำดับ เพื่อความสุกในการเกิด ก็ควร. บทว่า
มโนสมฺผสฺสํ ปฏิจฺจ มีอธิบายดังนี้ว่า ปฐมชวนะเวทนาบังเกิดขึ้นเพราะ
อาศัยอาวัชชนะสัมผัส ในมโนทวาร ทุติชวนะเวทนาบังเกิดขึ้นเพราะ
อาศัยปฐมชวนะสัมผัส ดังนี้แล.
จบอรรถกถาเวทนาสูตรที่ ๔

412
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 413 (เล่ม 26)

๕. โนเวทนาสูตร
ว่าด้วยความต่างแห่งเวทนา
[๓๔๑] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย. . . แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ความต่างแห่งผัสสะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งธาตุ ความต่างแห่ง
เวทนาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งผัสสะ ความต่างแห่งผัสสะ
บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งเวทนาหามิได้ ความต่างแห่งธาตุ
บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งผัสสะหามิได้ ก็ความต่างแห่งธาตุ
เป็นไฉน จักขุธาตุ ฯล ฯ มโนธาตุ นี้เราเรียกว่า ความต่างแห่งธาตุ.
[๓๔๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ความต่างแห่งผัสสะบังเกิดขึ้น
เพราะอาศัยความต่างแห่งธาตุ ความต่างแห่งเวทนาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัย
ความต่างแห่งผัสสะ ความต่างแห่งผัสสะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่าง
แห่งเวทนาหามิได้ ความต่างแห่งธาตุบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่ง
ผัสสะหามิได้ เป็นไฉน จักขุสัมผัสบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยจักขุธาตุ จักขุ-
สัมผัสสชาเวทนาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยจักขุสัมผัส จักขุสัมผัสบังเกิดขึ้น
เพราะอาศัยจักขุสัมผัสสชาเวทนาหามิได้ จักขุธาตุบังเกิดขึ้นเพราะอาศัย
จักขุสัมผัสหามิได้ ฯ ล ฯ มโนสัมผัสบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยมโนธาตุ มโน-
สัมผัสสชาเวทนาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยมโนสัมผัส มโนสัมผัสบังเกิดขึ้น
เพราะอาศัยมโนสัมผัสสชาเวทนาหามิได้ มโนธาตุบังเกิดขึ้นเพราะอาศัย
มโนสัมผัสหามิได้ ภิกษุทั้งหลาย ความต่างแห่งผัสสะบังเกิดขึ้นเพราะ

413
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 414 (เล่ม 26)

อาศัยความต่างแห่งธาตุ ความต่างแห่งเวทนาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความ
ต่างแห่งผัสสะ ความต่างแห่งผัสสะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่ง
เวทนาหามิได้ ความต่างแห่งธาตุบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่ง
ผัสสะหามิได้ อย่างนี้แล.
จบโนเวทนาสูตรที่ ๕
อรรถกถาโนเวทนาสูตรที่ ๕
พึงทราบวินิจฉัยในโนเวทนาสูตรที่ ๕ ดังต่อไปนี้.
ท่านแสดงนัยที่กล่าวไว้แล้วในสูตรที่ ๓ และสูตรที่ ๔ รวมเป็น
อันเดียวกัน. ใน ๔ สูตรมีสูตรที่ ๒ เป็นต้น ท่านไม่ถือเอามโนธาตุว่า
มโนธาตุ แต่ถือเอามโนทวาราวัชชนะว่า มโนธาตุ. เมื่อท่านกล่าวอย่าง
นั้น ๆ ก็สูตรเหล่านั้นทั้งหมด ท่านแสดงตามอัธยาศัยของผู้รู้. แม้ใน
สูตรอื่นแต่นี้ ก็มีนัยนี้แล.
จบอรรถกถาโนเวทนาสูตรที่ ๕
๖. พาหิรธาตุสูตร
ว่าด้วยความต่างแห่งธาตุ
[๓๔๓] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย . . . แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
เราจักแสดงความต่างแห่งธาตุแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงตั้งใจฟัง. . .

414
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 415 (เล่ม 26)

ก็ความต่างแห่งธาตุเป็นไฉน รูปธาตุ สัททธาตุ คันธธาตุ รสธาตุ
โผฏฐัพพธาตุ ธรรมธาตุ นี้เราเรียกว่า ความต่างแห่งธาตุ.
จบพาหิรธาตุสูตรที่ ๖
อรรถกถาพาหิรธาตุสูตรที่ ๖
สวนในสูตรที่ ๖ ธาตุ ๕ เป็นกามาวจร ธรรมธาตุเป็นไปใน
ภิมิ ๔.
จบอรรถกถาพาหิรธาตุสูตรที่ ๖
๗. สัญญาสูตร
ว่าด้วยความต่างแห่งสัญญา
[๓๔๔] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย. . . แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ความต่างแห่งสัญญาบังเกิดขึ้น เพราะอาศัยความต่างแห่งธาตุ ความต่าง
แห่งสังกัปปะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งสัญญา ความต่างแห่ง
ฉันทะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งสังกัปปะ ความต่างแห่งปริฬาหะ
บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งฉันทะความต่างแห่งปริเยสนาบังเกิดขึ้น
เพราะอาศัยความต่างแห่งปริฬาหะ ความต่างแห่งธาตุเป็นไฉน รูปธาตุ
ฯ ล ฯ ธรรมธาตุ นี้เราเรียกว่า ความต่างแห่งธาตุ.
[๓๔๕ ] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ความต่างแห่งสัญญาบังเกิดขึ้น

415
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 416 (เล่ม 26)

เพราะอาศัยความต่างแห่งธาตุ ความต่างแห่งสังกัปปะเกิดขึ้นเพราะอาศัย
ความต่างแห่งสัญญา ความต่างแห่งฉันทะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่าง
แห่งสังกัปปะ ความต่างแห่งปริฬาหะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่ง
ฉันทะ ความต่างแห่งปริเยสนาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งปริฬาหะ
เป็นไฉน รูปสัญญาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยรูปธาตุ รูปสังกัปปะบังเกิดขึ้น
เพราะอาศัยรูปสัญญา รูปฉันทะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยรูปสังกัปปะ รูป
ปริฬาหะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยรูปฉันทะ รูปปริเยสนาบังเกิดขึ้นเพราะ
อาศัยรูปปริฬาหะ ฯ ล ฯ ธรรมสัญญาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยธรรมธาตุ
ธรรมสังกัปปะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยธรรมสัญญา ธรรมฉันทะบังเกิดขึ้น
เพราะอาศัยธรรมสังกัปปะ ธรรมปริฬาหะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยธรรม-
ฉันทะ ธรรมปริเยสนาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยธรรมปริฬาหะ ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย ความต่างแห่งสัญญาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งธาตุ
ความต่างแห่งสังกัปปะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งสัญญา ความ
ต่างแห่งฉันทะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งสังกัปปะ ความต่างแห่ง
ปริฬาหะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งฉันทะ ความต่างแห่งปริเยสนา
บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างแห่งปริฬาหะอย่างนี้แล.
จบสัญญาสูตรที่ ๗
อรรถกถาสัญญาสูตรที่ ๗
พึงทราบวินิจฉัยในสัญญาสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้.
บทว่า รูปธาตุ ความว่า รูปารมณ์ มีการโพกผ้าสาฎกเป็นต้น
ของตนหรือของผู้อื่น ดำรงอยู่ในคลองจักษุ. บทว่า รูปสญฺญา ได้แก่

416