ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 397 (เล่ม 26)

ไหนจะมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
น้ำในที่นี้บรรจบกันนี้แหละมากกว่า หยาดน้ำสองสามหยาดที่บุรุษวักขึ้นแล้ว
มีประมาณน้อย หยาดน้ำสองสามหยาดที่บุรุษวักขึ้นแล้วเมื่อเทียบเข้ากับ
น้ำในที่บรรจบกัน ไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่
๑๐๐,๐๐๐ แม้ฉันใด.
[ ๓๑๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ฯลฯ การได้
ธรรมจักษุให้สำเร็จประโยชน์อย่างนี้.
จบปฐมสัมเภชอุทกสูตรที่ ๓
อรรถกถาปฐมสัมเภชอุทกสูตรที่ ๓
ในปฐมสัมเภชอุทกสูตรที่ ๓ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า ยตฺถิมา ความว่า แม่น้ำใหญ่เหล่านี้ ในที่แยกกันใด
บทว่า สํสนฺทนฺติ ความว่า ไหลไปโดยชอบ. บทว่า สเมนฺติ ได้แก่
มาประจวบกัน. บทว่า เทฺว วา ตีณิ วา แปลว่า ๒ หรือ ๓. บทว่า
อุทกผุสิตานิ ได้แก่หยาดน้ำ. บทว่า สมฺเภชฺชอุทกํ ได้แก่น้ำในที่แยก
กับแม่น้ำอื่น ๆ.
จบอรรถกถาปฐมสัมเภชอุทกสูตรที่ ๓
๔. ทุติยสัมเภชอุทกสูตร
ว่าด้วยแม่น้ำ ๕ สาย
[๓๑๗] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-

397
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 398 (เล่ม 26)

ภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย. . . แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
แม่น้ำใหญ่เหล่านี้คือ คงคา ยมุนา อจิรวดี สรภู มหี ไหลมาบรรจบกัน
แม่น้ำนั้นพึงหมดไป สิ้นไป ยังเหลืออยู่สองสามหยาด เธอทั้งหลายจะ
สำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน น้ำในที่บรรจบกันซึ่งหมดไป ในรูป กับน้ำ
ที่ยังเหลืออยู่สองสามหยาด ไหนจะมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น้ำในที่บรรจบกันซึ่งหมดไป สิ้นไปนี้แหละมาก
กว่า น้ำที่ยังเหลืออยู่สองสามหยาดมีประมาณน้อย น้ำที่เหลืออยู่สองสาม
หยาดเมื่อเทียบเข้ากับน้ำในที่บรรจบกัน ซึ่งหมดไป สิ้นไปแล้ว ไม่เข้า
ถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ แม้ฉันใด.
[๓๑๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ฯ ล ฯ การ
ได้ธรรมจักษุให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้.
จบสัมเภชอุทกสูตรที่ ๔
อรรถกถาสัมเภชอุทกสูตรที่ ๔
สัมเภชอุทกสูตรที่ ๔ ง่ายทั้งนั้น.
จบอรรถกถาสัมเภชอุทกสูตรที่ ๔
๕. ปฐมปฐวีสูตร
ว่าด้วยบุรุษวางก้อนดิน ๗ ก้อนไว้ที่แผ่นดินใหญ่
[๓๑๙] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-

398
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 399 (เล่ม 26)

ภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย. . . แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
บุรุษพึงวางก้อนดินเท่าเมล็ดกระเบา ๗ ก้อนไว้ที่แผ่นดินใหญ่ เธอจะ
สำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ก้อนดินเท่าเมล็ดกระเบา ๗ ก้อนที่บุรุษวาง
ไว้กับแผ่นดินใหญ่ ไหนจะมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่
พระองค์ผู้เจริญ แผ่นดินใหญ่นี้แหละมากกว่า ก้อนดินเท่าเมล็ดกระเบา
๗ ก้อนที่บุรุษวางไว้มีประมาณน้อย ก้อนดินเท่าเมล็ดกระเบา ๗ ก้อนที่
บุรุษวางไว้ เมื่อเทียบเข้ากับแผ่นดินใหญ่ ไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่
๑,๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ แม้ฉันใด.
[๓๒๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ฯ ล ฯ การ
ได้ธรรมจักษุให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้.
จบปฐมปฐวีสูตรที่ ๕
อรรถกถาปฐมปฐวีสูตร
ในปฐมปฐวีสูตรที่ ๕ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า มหาปฐวิยา ความว่า ยกขึ้นไว้บนแผ่นดินใหญ่ภายใน
จักรวาล. บทว่า โกลฏฺฐิมตฺติโย ได้แก่ประมาณเท่าเมล็ดกระเบา. บทว่า
คุฬิกา ได้แก่ก้อนดินเหนียว. บทว่า อุปนิกฺขิเปยฺย ความว่า พึงวาง
ไว้ในที่หนึ่ง.
จบอรรถกถาปฐมปฐวีสูตรที่ ๕

399
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 400 (เล่ม 26)

๖. ทุติยปฐวีสูตร
ว่าด้วยแผ่นดินใหญ่
[๓๒๑] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าได้ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย . . . แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
แผ่นดินใหญ่พึงถึงความหมดไป สิ้นไป เหลือก้อนดินเท่าเมล็ดกระเบา
๗ ก้อน เธอทั้งหลายสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน แผ่นดินใหญ่ที่หมดไป
สิ้นไป กับก้อนดินเท่าเมล็ดกระเบา ๗ ก้อนที่ยังเหลืออยู่ ไหนจะมากกว่า
กัน. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แผ่นดินใหญ่ที่หมด
ไปสิ้นไปนี้แหละมากกว่า ก้อนดินเท่าเมล็ดกระเบา ๗ ก้อนที่ยังเหลืออยู่
มีประมาณน้อย ก้อนดินเท่าเมล็ดกระเบา ๗ ก้อนที่ยังเหลืออยู่เมื่อเทียบ
เข้ากับแผ่นดินใหญ่ที่หมดไป สิ้นไป ย่อมไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยว
ที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ แม้ฉันใด.
[๓๒๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ฯลฯ การ
ได้ธรรมจักษุให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้.
จบทุติยปฐวีสูตรที่ ๖

400
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 401 (เล่ม 26)

๗. ปฐมสมุททสูตร
ว่าด้วยบุรุษวักน้ำสองสามหยาดขึ้นจากมหาสมุทร
[๓๒๓] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย. . . แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
บุรุษวักน้ำสองสามหยาดขึ้นจากมหาสมุทร เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อ
นั้นเป็นไฉน น้ำสองสามหยาดที่บุรุษวักขึ้นแล้วกับน้ำในมหาสมุทร ไหน
จะมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น้ำใน
มหาสมุทรนี้แหละมากกว่า น้ำสองสามหยาดที่บุรุษวักขึ้นแล้วมีประมาณ
น้อย น้ำสองสามหยาดที่บุรุษวักขึ้นแล้ว เมื่อเทียบกันเข้ากับน้ำใน
มหาสมุทรไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ แม้
ฉันใด.
[๓๒๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ฯ ล ฯ การ
ได้ธรรมจักษุใหัสำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้.
จบปฐมสมุททสูตรที่ ๗
๘. ทุติยสมุททสูตร
ว่าด้วยน้ำในมหาสมุทร
[๓๒๕] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ครั้งนั้นแล้ว พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย . . . แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

401
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 402 (เล่ม 26)

มหาสมุทรพึงถึงการหมดไป สิ้นไป ยังเหลือน้ำอยู่สองสามหยาด เธอ
ทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน น้ำในมหาสมุทรที่หมดไป สิ้นไป
กับน้ำสองสามหยาดที่ยังเหลืออยู่ ไหนจะมากกว่ากัน. ภิกษุทั้งหลายกราบ
ทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น้ำในมหาสมุทรที่หมดไป สิ้นไปนี้แหละ
มากกว่า น้ำสองสามหยาดที่เหลืออยู่มีประมาณน้อย น้ำสองสามหยาดที่
เหลืออยู่เมื่อเทียบกันเข้ากับน้ำในมหาสมุทรที่หมดไป สิ้นไป ไม่เข้าถึงเสี้ยว
ที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ แม้ฉันใด.
[๓๒๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ฯ ล ฯ การ
ได้ธรรมจักษุให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้.
จบทุติยสมุททสูตรที่ ๘
๙. ปฐมปัพพตูปมสูตร
ว่าด้วยวางก้อนหิน ๗ ก้อนที่ภูเขาหิมวันต์
[๓๒๗] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย . . . แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
บุรุษพึงวางก้อนหินเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาด ๗ ก้อนไว้ที่ขุนเขาหิมวันต์
เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ก้อนหินเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาด
๗ ก้อนที่บุรุษวางไว้กันขุนเขาหิมวันต์ ไหนจะมากกว่ากัน. ภิกษุทั้งหลาย
กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขุนเขาหิมวันต์นี้แหละมากกว่า ก้อน
หินเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาด ๗ ก้อนที่บุรุษวางไว้มีประมาณน้อย ก้อนหิน

402
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 403 (เล่ม 26)

เท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาด ๗ ก้อนที่บุรุษวางไว้เมื่อเทียบเข้ากับขุนเขาหิมวันต์
ไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ แม้ฉันใด.
[๓๒๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ฯ ล ฯ การ
ได้ธรรมจักษุให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้.
จบปฐมปัพพตูปมสูตรที่ ๙
๑๐. ทุติยปัพพตูปมสูตร
ว่าด้วยวางก้อนหิน ๗ ก้อนไว้ที่ภูเขาหิมวันต์
[๓๒๙] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย . . . แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ขุนเขาหิมวันต์พึงถึงความหมดไป สิ้นไป ยังเหลือก้อนหินเท่าเมล็ดพันธุ์
ผักกาดอยู่ ๗ ก้อน เธอทั้งหลายจะสำคัญข้อนั้นเป็นไฉน ขุนเขาหิมวันต์
ที่หมดไป สิ้นไป กับก้อนหินเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาด ๗ ก้อนที่ยังเหลืออยู่
ไหนจะมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ขุนเขาหิมวันต์ที่หมดไป สิ้นไปนี้แหละมากกว่า ก้อนหินเท่าเมล็ดพันธุ์
ผักกาด ๗ ก้อนที่ยังเหลืออยู่มีประมาณน้อย ก้อนหินเท่าเมล็ดพันธุ์
ผักกาด ๗ ก้อนที่ยังเหลืออยู่เมื่อเทียบเข้ากับขุนเขาหิมวันต์ที่หมดไป สิ้น
ไปไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ แม้ฉันใด.
[๓๓๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ความทุกข์
หมดไป สิ้นไปนี้แหละของบุคคลผู้เป็นพระอริยสาวก สมบูรณ์ด้วยทิฏฐิ

403
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 404 (เล่ม 26)

ตรัสรู้แล้ว มีมากกว่า ส่วนที่เหลือมีประมาณน้อย ความทุกข์ที่เป็น
สภาพยิ่งใน ๗ อัตภาพเมื่อเทียบกับกองทุกข์ที่หมดไป สิ้นไป ไม่เข้าถึง
เสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
การตรัสรู้ธรรมให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้.
จบทุติยปัพพตูปมสูตรที่ ๑๐
๑๑. ตติยปัพพตูปมสูตร
ว่าด้วยวางก้อนหิน ๗ ก้อนไว้ที่เขาสิเนรุ
[๓๓๑] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย. . . แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
บุรุษพึงวางก้อนหินเท่าเมล็ดถั่วเขียว ๗ ก้อนไว้ที่ขุนเขาสิเนรุ เธอทั้งหลาย
จะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ก้อนหินเท่าเมล็ดถั่วเขียว ๗ ก้อนที่บุรุษ
วางไว้กับขุนเขาสิเนรุ ไหนจะมากกว่ากัน. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขุนเขาสิเนรุนี้แหละมากกว่า ก้อนหินเท่าเมล็ด
ถั่วเขียว ๗ ก้อนที่บุรุษวางไว้มีประมาณน้อย ก้อนหินเท่าเมล็ดถั่วเขียว
๗ ก้อนที่บุรุษวางไว้เมื่อเทียบเข้ากับขุนเขาสิเนรุ ไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐
เสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ แม้ฉันใด.
[๓๓๒] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้น
เหมือนกันแล การบรรลุคุณวิเศษแห่งอัญญเดียรถีย์สมณพราหมณ์และ

404
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 405 (เล่ม 26)

ปริพาชก เมื่อเทียบกับการบรรลุโสดาปัตติมรรคแห่งบุคคลผู้เป็นพระ
อริยสาวก สมบูรณ์ด้วยทิฏฐิ ไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่ ๑,๐๐๐
เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยทิฏฐิ มีอธิคมใหญ่อย่างนี้ มี
อภิญญาใหญ่อย่างนี้.
จบตติยปัพพตูปมสูตรที่ ๑๑
จบอภิสมยวรรคที่ ๑๐
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. นขสิขาสูตร ๒. โปกขรณีสูตร
๓. ปฐมสัมเภชอุทกสูตร ๔. ทุติยสัมเภชอุทกสูตร
๕. ปฐมปฐวีสูตร ๖. ทุติยปฐวีสูตร
๗. ปฐมสมุททสูตร ๘. ทุติยสมุททสูตร
๙. ปฐมปัพพตูปมสูตร ๑๐. ทุติยปัพพตูปมสูตร
๑๑. ตติยปัพพตูปมสูตร
จบอภิสมยสังยุตที่ ๑
อรรถกถาทุติยปฐวีสูตรที่ ๖ เป็นต้น
ในอรรถกถาทุติยปฐวีสูตรที่ ๖ เป็นต้น พึงทราบเนื้อความตามนัย
ที่กล่าวแล้วนั่นแล. แต่ในสูตรสุดท้าย บทว่า อญฺญติตฺถิยสมณ-
พฺราหฺมณปริพฺพาชกานํ อธิคโม ความว่า การบรรลุคุณทั้งหมดของ

405
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 406 (เล่ม 26)

พาหิรกชนยังไม่ถึงส่วน ๑๐๐ บ้าง ส่วน ๑,๐๐๐ บ้าง ส่วน ๑๐๐,๐๐๐ บ้าง
ของผู้ที่บรรลุคุณทั้งหลายด้วยปฐมมรรคแล.
จบอรรถกถาทุติยปฐวีสูตรที่ ๖ เป็นต้น
จบอรรถกถาอภิสมยวรรคที่ ๑๐
จบอรรถกถาอภิสมยสังยุตที่ ๑

406