แห่งความเป็นพราหมณ์ ด้วยปัญญาอันรู้ยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบันเข้าถึง
ได้อยู่.
จบปฐมสมณพราหมณสูตรที่ ๑
๒. ทุติยสมณพราหมณสูตร- ๑๑. เอกาทสมสมณพราหมณสูตร
[๓๐๘] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน
อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มี-
พระภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งไม่รู้ชาติ ฯ ล ฯ ไม่รู้ภพ... ไม่รู้
อุปาทาน... ไม่รู้ตัณหา... ไม่รู้เวทนา... ไม่รู้ผัสสะ... ไม่รู้สฬายตนะ...
ไม่รู้นามรูป... ไม่รู้วิญญาณ... ไม่รู้สังขาร... ไม่รู้เหตุเกิดสังขาร ไม่รู้
ความดับสังขาร ไม่รู้ปฏิปทาอันให้ถึงความดับสังขาร สมณะหรือพราหมณ์
เหล่านั้น ย่อมไม่ได้รับสมมติว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ หรือไม่ได้รับ
สมมติว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์ อนึ่ง ท่านเหล่านั้นจะทำให้แจ้ง
ซึ่งประโยชน์แห่งความเป็นสมณะ หรือประโยชน์แห่งความเป็นพราหมณ์
ด้วยปัญญาอันรู้ยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบันเข้าถึงอยู่ไม่ได้.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ส่วนสมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง
ย่อมรู้ชาติ ฯ ล ฯ ย่อมรู้ภพ... ย่อมรู้อุปาทาน... ย่อมรู้ตัณหา... ย่อมรู้
เวทนา... ย่อมรู้ผัสสะ... ย่อมรู้สฬายตนะ... ย่อมรู้นามรูป... ย่อมรู้
วิญญาณ... ย่อมรู้สังขาร ย่อมรู้เหตุเกิดแห่งสังขาร ย่อมรู้ความดับแห่ง
สังขาร ย่อมรู้ปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งสังขาร สมณะหรือพราหมณ์
เหล่านั้น ย่อมได้รับสมมติว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ และย่อมได้รับ