หมายเอาสัมมาทิฏฐิ ก็ทรงหมายเอาสัมมาสังกัปปะเหมือนกัน เพราะมีคติ
เหมือนสัมมาทิฏฐินั้น. ด้วยบทว่า ธมฺโม นี้ ทรงหมายเอาสัมมาวายามะ
สัมมาสติและสัมมาสมาธิ. ด้วยบทว่า สํยโม นี้ ทรงหมายเอาสัมมาวาจา
สัมมากัมมันตะและสัมมาอาชีวะ รวมความว่า ทรงแสดงมรรคมีองค์ ๘ ด้วย
ประการฉะนี้. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า สจฺจํ ได้แก่ ปรมัตถสัจ. ปรมัตถสัจ
นั้นโดยความได้แก่พระนิพพาน. ด้วยบทว่า ธมฺโม ท่านหมายเอาองค์ ๕ คือ
สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ. ด้วยบทว่า
สํโม หมายเอาองค์ ๓ คือ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ ย่อม
เป็นอันท่านแสดงมรรคมีองค์ ๘ แม้ด้วยประการฉะนี้. บทว่า พฺรหฺมจริยํ นี้
ก็คือ ชื่อว่าพรหมจรรย์. บทว่า มชฺเฌ สิตา ได้แก่ เว้นสัสสตทิฏฐิและ
อุทเฉททิฏฐิ อาศัยอยู่ตรงกลาง. บทว่า พฺรหฺมปตฺติ ได้แก่ ถึงความเป็นผู้
ประเสริฐ. ต อักษรในคำว่า สตุชฺชุภูเตสุ นโม กโรหิ นี้ กระทำ
บทสนธิ. อธิบายว่า ท่านนั้นจงกระทำความนอบน้อมในพระขีณาสพทั้งหลาย
ผู้ตรง. บทว่า ตมหํ นรํ ธมฺมสารีติ พฺรูมิ ความว่า เราเรียกบุคคลผู้
ปฏิบัติอย่างนี้นั้นว่า ผู้นี้เป็นธรรมสารี และว่าผู้นี้ปฏิบัติเพื่อธรรมสารี หรือว่า
ผู้นี้ละอกุศลธรรมด้วยกุศลธรรมตั้งอยู่ ดังนี้.
จบอรรถกถาสุนทริกสูตรที่ ๙