บทว่า กถฺ วิหารีพหุโล ได้แก่ อยู่มากด้วยการอยู่อย่างไหน.
บทว่า อลทฺธา แปลว่าไม่ได้แล้ว. บทว่า โย เป็นเพียงนิบาต. ท่านอธิบาย
ไว้ดังนี้ว่า กามสัญญาทั้งหลาย ไม่ได้คือไม่รุมล้อมบุคคลนั้น ผู้เพ่งมากด้วย
ฌานอย่างไหน.
บทว่า ปสฺสทฺธกาโย ได้แก่ ที่ชื่อว่า มีกายสงบแล้วเพราะกายคือ
อัสสาสปัสสาสะงบแล้วด้วยจตุตถฌาน. บทว่า สุวิมุตฺตจิตฺโต ได้แก่ ชื่อว่า
มีจิตหลุดพ้นด้วยดี ด้วยวิมิตติสัมปยุตด้วยพระอรหัตผล. บทว่า อสงฺขรา-
โน ได้แก่ไม่ปรุงแต่งอภิสังขารคือกรรม ๓. บทว่า อโนโก แปลว่า ไม่มี
ความอาลัย. บทว่า อญฺญาย ธมฺมํ ได้แก่รู้ธรรม คือ สัจจะ ๔. บทว่า
อวิตกฺกชฺฌายี ได้แก่เพ่งด้วยจตุตถฌานอันไม่มีวิตก. ในบทว่า น กุปฺปติ
เป็นต้น เมื่อถือเอากิเลสที่เป็นมูล ๓ เหล่านี้คือ ไม่ขุ่นเคือง เพราะโทสะ ไม่
ฟุ้งซ่านเพราะราคะ ไม่หดหู่เพราะโมหะ ก็เป็นอันท่านถือเอากิเลส ๑,๕๐๐
นั่นแล. อีกนัยหนึ่ง ท่านถือเอาพยาบาทนิวรณ์ ด้วยบทว่า ๑. กามฉันทนิวรณ์
ด้วยบทว่า ๒. นิวรณ์ที่เหลือมีถีนะเป็นต้น ด้วยบทที่ ๓ ทรงแสดงพระขีณาสพ
แม้ด้วยการละนิวรณ์นี้ ด้วยประการฉะนี้.
บทว่า ปญฺโจฆติณฺโณ ได้แก่ ข้ามโอฆะคือกิเลสที่เป็นไปในทวาร
ทั้ง ๕. บทว่า ฉฏฺฐํ ได้แก่ ทรงข้ามโอฆะคือกิเลสที่ ๖ แม้ที่เป็นไปในมโน
ทวาร. พึงทราบสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ ด้วยปัญโจฆศัพท์ สังโยชน์เบื้องบน ๕
ด้วยฉัฏฐศัพท์. บทว่า คณสงฺฆจารี ความว่า พระศาสดาชื่อว่า คณสังฆ-
จารี เพราะทรงเที่ยวไปในคณะและสงฆ์. บทว่า อทฺธา อจริสฺสนฺติ ได้แก่
ชนผู้มีศรัทธาแม้เหล่าอื่นเป็นอันมาก ก็จักเที่ยวไป โดยส่วนเดียว บทว่า
อยํ ได้แก่ พระศาสดานี้. บทว่า อโนโก แปลว่าไม่อาลัย.