ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒ – หน้าที่ 588 (เล่ม 2)

ภิ. ข้าพระพุทธเจ้า มิได้มีความประสงค์จะพูดอวด พระพุทธเจ้าข้า.
ภิ. ดูก่อนภิกษุ ภิกษุไม่มีความประสงค์จะพูดอวด ไม่ต้องอาบัติ.
เรื่องยินดี
ก็โดยสมัยนั้นแล พวกญาติได้กล่าวกะภิกษุรูปหนึ่งว่า ท่านยังยินดียิ่ง
อยู่หรือ
ภิกษุรูปนั้นตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย เรายังยินดียิ่งอยู่ ด้วยความยินดี
เป็นอย่างยิ่ง แล้วมีความรังเกียจว่า เฉพาะท่านที่เป็นสาวกของพระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าเท่านั้น จึงควรพูดอย่างนั้น ส่วนเราสิ หาได้เป็นสาวกของพระองค์ไม่
เราต้องอาบัติปาราชิกแล้ว กระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้า ๆ ตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร.
ภิ. ข้าพระพุทธเจ้า มิได้มีความประสงค์จะพูดอวด พระพุทธเจ้าข้า.
ภ. ดูก่อนภิกษุ ภิกษุไม่มีความประสงค์จะพูดอวด ไม่ต้องอาบัติ.
เรื่องหลีกไป
[๒๙๔] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุเป็นอันมาก จำพรรษาอยู่ในอาวาส
แห่งหนึ่งตั้งกติกากันไว้ว่า ภิกษุใดหลีกไปจากอาวาสนี้ก่อน พวกเราจักเข้าใจ
ภิกษุนั้นว่าเป็นพระอรหันต์ ภิกษุรูปหนึ่งหลีกไปจากอาวาสนั้นก่อน ด้วยตั้งใจ
ว่า ภิกษุทั้งหลายจงเข้าใจเราว่าเป็นพระอรหันต์ แล้วมีความรังเกียจว่า เรา
ต้องอาบัติปาราชิกแล้ว กระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค-
เจ้าๆ ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว.

588
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒ – หน้าที่ 589 (เล่ม 2)

เรื่องอัฏฐิสังขลิกเปรต
[๒๙๕] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระ-
เวฬุวันวิหาร อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนคร
ราชคฤห์ ครั้งนั้นท่านพระลักขณะกับท่านพระมหาโมคคัลลานะอยู่ ณ คิชฌกูฏ
บรรพต ครั้นเวลาเช้า ท่านพระมหาโมคคัลลานะครองอันตราวาสกแล้ว ถือ
บาตรจีวรเข้าไปหาท่านพระลักขณะจนถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้กล่าวคำนี้กะท่าน
พระลักขณะว่า อาวุโส ลักขณะมาเถิด เราจะเข้าไปบิณฑบาตยังกรุงราชคฤห์
ด้วยกัน ท่านพระลักขณะรับ คำท่านพระมหาโมคคัลลานะว่า ได้ อาวุโส.
ขณะที่ท่านพระมหาโมคคัลลานะ กำลังลงจากคิชฌกูฏบรรพตนั้น ได้
ยิ้มให้ปรากฏ ณ ประเทศแห่งหนึ่ง จึงท่านพระลักขณะได้ถามท่านพระมหา-
โมคคัลลานะ ว่า อาวุโส มหาโมคคัลลานะ อะไรหนอ เป็นเหตุ อะไรหนอ
เป็นปัจจัย ให้ยิ้ม.
ม. อาวุโส ลักขณะ ยังไม่สมควรที่จะพยากรณ์ปัญหานี้ ท่านจงถาม
ปัญหานี้กะผม ในสำนักพระผู้มีพระภาคเจ้าเถิด.
ครั้นท่านพระลักขณะกับท่านพระมหาโมคคัลลานะ เที่ยวบิณฑบาต
ในกรุงราชคฤห์ กลับจากบิณฑบาตในเวลาภายหลังภัตแล้ว จึงพากันเข้าไป
เฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้าง
หนึ่งแล้ว ท่านพระลักขณะได้กล่าวคำนี้กะท่านพระมหาโมคคัลลานะว่า ท่าน
พระมหาโมคคัลลานะ เมื่อกำลังลงจากคิชฌกูฎบรรพต เขตพระนครราชคฤห์นี้
ได้ทำการยิ้มให้ปรากฏ ณ ประเทศแห่งหนึ่ง อาวุโส โมคคัลลานะ อะไรหนอ
เป็นเหตุ อะไรหนอ เป็นปัจจัยให้ยิ้ม.

589
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒ – หน้าที่ 590 (เล่ม 2)

ท่านพระมหาโมคคัลลานะกล่าวว่า อาวุโส ผมลงจากคิชฌกูฏบรรพต
เขตพระนครราชคฤห์นี้ ได้เห็นอัฏฐิสังขลิกเปรตมีแต่ร่างกระดูก ลอยไปใน
เวหาส์ ฝูงแร้ง เหยี่ยว และนกตะกรุม พากันโฉบอยู่ขวักไขว่ จิกสับโดยแรง
จิกทิ้ง ยื้อแย่งตามช่องซี่โครง สะบัดซึ่งเปรตนั้นอยู่ไปมา เปรตนั้นร้องครวญ
คราง อาวุโส ผมนั้นได้คิดเช่นนี้ว่า น่าอัศจรรย์จริงหนอ น่าประหลาดจริง
หนอ ที่สัตว์แม้เห็นปานนี้ ยักษ์แม้เห็นปานนี้ เปรตแม้เห็นปานนี้ การได้
อัตภาพแม้เห็นปานนี้ก็มีอยู่.
ภิกษุทั้งหลายพากันเพ่งโทษติเตียนโพนทะนาว่า ท่านพระมหาโมคคัล-
ลานะอวดอุตริมนุสธรรม
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย สาวกทั้งหลายย่อมเป็นผู้มีจักษุอยู่ ย่อมเป็นผู้มีญาณอยู่ เพราะสาวก
ได้รู้ได้เห็น หรือได้ทำสัตว์เช่นนี้ ให้เป็นพยานแล้ว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อ
กาลก่อนเราก็ได้เห็นสัตว์นั้น แต่เราไม่ได้พยากรณ์ ถ้าเราพยากรณ์สัตว์นั้น
และคนอื่นไม่เชื่อเรา ข้อนั้นก็จะพึงเป็นไปเพื่อไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล เพื่อ
ทุกข์ แก่เขาเหล่านั้นสิ้นกาลนาน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์นั้นเคยเป็นคน
ฆ่าโคอยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง ด้วยวิบากแห่งกรรมนี้นั้น เขาหมกไหม้อยู่
ในนรกหลายปี หลายร้อยปี หลายพันปี หลายแสนปี แล้วได้ประสบอัตภาพ
เช่นนี้ ด้วยวิบากแห่งกรรม นั้นแหละ ที่ยังเป็นส่วนเหลืออยู่ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
โมคคัลลานะ พูดจริง โมคคัลลานะ ไม่ต้องอาบัติ.
เรื่องมังสเปสิเปรต
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร
อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้น
ท่านพระลักขณะกับท่านพระมหาโมคคัลลานะ. . .

590
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒ – หน้าที่ 591 (เล่ม 2)

ท่านพระมหาโมคคัลลานะกล่าวว่า อาวุโส ผมลงจากคิชฌกูฏบรรพต
เขตพระนครราชคฤห์นี้ ได้เห็นมังสเปสิเปรต มีแต่ชิ้นเนื้อลอยไปในเวหาส์
ฝูงแร้ง เหยี่ยว และนกตะกรุม พากันโฉบอยู่ขวักไขว่ จิกสับโดยแรง จิกทั้ง
ยื้อแย่ง สะบัดซึ่งเปรตนั้นอยู่ไปมา เปรตนั้น ร้องครวญคราง . . .
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย. . .สัตว์นั้น เคยเป็นคนฆ่าโค อยู่ในพระนคร ราชคฤห์นี้เอง . . .
อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้น
ท่านพระลักขณะ กับ ท่านมหาโมคคัลลานะ. . .
ท่านพระมหาโมคคัลลานะ กล่าวว่า อาวุโส ผมลงจากคิชฌกูฏบรรพต
เขตพระนครราชคฤห์นี้ ได้เห็นมังสปิณฑเปรต มีแต่ก้อนเนื้อ ลอย ไปในเวหาส์
ฝูงแร้ง เหยี่ยว และนกตะกรุม พากันโฉบอยู่ขวักไขว่ จิกสับโดยแรง จิกทิ้ง
ยื้อแย่ง สะบัดซึ่งเปรตนั้นอยู่ไปมา เปรตนั้นร้องครวญคราง. . .
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย . . .สัตว์นั้น เคยเป็นพรานนกอยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง. . .
เรื่องนิจฉวิเปรต
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร
อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้น
ท่านพระลักขณะกับท่านพระมหาโมคคัลลานะ

591
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒ – หน้าที่ 592 (เล่ม 2)

ท่านพระมหาโมคคัลลานะกล่าวว่า อาวุโส ผมลงจากคิชฌกูฏบรรพต
เขตพระนครราชคฤห์นี้ ได้เห็นนิจฉวิเปรตชาย ไม่มีผิวหนัง ลอยไปในเวหาส์
ฝูงแร้ง เหยี่ยว และนกตะกรุม พากัน โฉบอยู่ขวักไขว่ จิกสับโดยแรง จิกทิ้ง
ยื้อแย่ง สะบัดซึ่งเปรตนั้นอยู่ไปมา เปรตนั้น ร้องครวญคราง . . .
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย . . . สัตว์นั้นเคยเป็นคนฆ่าแกะอยู่ในพระนครราชคฤห์ นี้เอง. . .
เรื่องอสิโลมเปรต
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร
อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้น
ท่านพระลักขณะ กับ ท่านพระมหาโมคคัลลานะ
ท่านพระมหาโมคคัลลานะกล่าวว่า อาวุโส ผมลงจากคิชฌกูฏบรรพต
เขตพระนครราชคฤห์นี้ ได้เห็นอสิโลมเปรตชาย มีขนเป็นดาบ ลอยไปใน
เวหาส์ ดาบเหล่านั้น ของมันหลุดลอยขึ้นไปแล้วตกลงที่กายของมันเอง เปรต
นั้นร้องครวญคราง . . .
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย. . . สัตว์นั้นเคยเป็นคนฆ่าสุกรอยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง. . .
เรื่อง สัตติโลมเปรต
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร
อันเป็นสถานที่ พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้น
ท่านพระลักขณะ กับท่านพระมหาโมคคัลลานะ . .

592
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒ – หน้าที่ 593 (เล่ม 2)

ท่านพระมหาโมคคัลลานะ กล่าวว่า อาวุโส ผมลงจากคิชฌกูฏบรรพต
เขตพระนครราชคฤห์นี้ ได้เห็นสัตติโลมเปรตชาย มีขนเป็นหอก ลอยไปใน
เวหาส์ หอกเหล่านั้น ของมันหลุดลอยขึ้นไปแล้วตกลงที่กายของมันเอง เปรต
นั้น ร้องครวญคราง . . .
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย . . . สัตว์นั้นเคยเป็นพราน เนื้ออยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง. . .
เรื่อง อุสุโลมเปรต
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร
อัน เป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้น
ท่าน พระลักขณะ กับท่านพระมหาโมคคัลลานะ. . .
ท่านพระมหาโมคคัลลานะ กล่าวว่า อาวุโส ผมลงจากคิชฌกูฏบรรพต
เขตพระนครราชคฤห์นี้ ได้เห็นอุสุ โลมเปรตชาย มีขนเป็นลูกศร ลอยไปใน
เวหาส์ ลูกศรเหล่านั้นของมัน หลุดลอยขึ้นไปแล้ว ตกลงที่กายของมันเอง
เปรตนั้นร้องครวญคราง . . .
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย. . . สัตว์นั้นเคยเป็นเพชฌฆาตอยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง. . .
เรื่องสูจิโลมเปรต
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับ ณ พระเวฬุวันวิหาร
อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้น
ท่านพระลักขณะ กับ ท่านพระมหาโมคคัลลานะ . . .

593
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒ – หน้าที่ 594 (เล่ม 2)

ท่านพระมหาโมคคัลลานะกล่าวว่า อาวุโส ผมลงจากคิชฌกูฏบรรพต
เขตพระนครราชคฤห์นี้ ได้เห็นสูจิโลมเปรตชาย มีขนเป็นเข็มลอยไปในเวหาส์
เข็มเหล่านั้นของมัน หลุดลอยขึ้นไปแล้ว ตกลงที่กายของมันเอง เปรตนั้น
ร้องครวญคราง . . .
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย . . .สัตว์นั้น เคยเป็น นายสารถี อยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง . . .
เรื่องสูจกเปรต
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร
อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้น
ท่านพระลักขณะ กับท่านพระมหาโมคคัลลานะ . . .
ท่านพระมหาโมคคัลลานะกล่าวว่า อาวุโส ผมลงมาจากคิชฌกูฏบรรพต
เขตพระนครราชคฤห์นี้ ได้เห็นสูจกโลมเปรตชาย มีขนเป็นเข็มลอยไปใน
เวหาส์ เข็มเหล่านั้นของมัน ทิ่มเข้าไปในศีรษะ แล้วออกทางปาก ทีมเข้าไป
ในปาก แล้วออกทางอก ทิ่มเข้าไปในอก แล้วออกทางท้อง ทิ่มเข้าไปในท้อง
แล้วออกทางขาทั้งสอง ทิ่มเข้าไปไนขาทั้งสอง แล้วออกทางแข้งทั้งสอง ทิ่ม.
เข้าไปในแข้งทั้งสอง แล้วออกทางเท้าทั้งสอง เปรตนั้นร้องครวญคราง . . .
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย. . . สัตว์นั้นเคยเป็น คนส่อเสียดอยู่ใน พระนครราชคฤห์นี้เอง. . .
เรื่องกุมภัณฑเปรต
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร
อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้น
ท่านพระลักขณะ กับท่านพระมหาโมคคัลลานะ . . .

594
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒ – หน้าที่ 595 (เล่ม 2)

ท่านพระมหาโมคคัลลานะกล่าวว่า อาวุโส ผมลงจากคิชฌกูฏบรรพต
เขตพระนครราชคฤห์นี้ ได้เห็นกุมภัณฑเปรตชาย มีอัณฑะโตเท่าหม้อ ลอย
ไปในเวหาส์ เปรตนั้นแม้เมื่อเดินไป ย่อมยกอัณฑะเหล่านั้นแหละขึ้นพาดบ่า
เดินไป แม้เมื่อนั่ง ก็ย่อมนั่งบนอัณฑะเหล่านั้นแหละ ฝูงแร้ง เหยี่ยว และ
นกตะกรุมพากันโฉบ อยู่ขวักไขว่ จิกสับโดยแรง จิกทิ้งยื้อแย่ง สะบัดซึ่งเปรต
นั้น อยู่ไปมา เปรตนั้นร้องครวญคราง . . .
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย . . สัตว์นั้นเคยเป็นผู้พิพากษาโกงชาวบ้าน อยู่ในพระนครราชคฤห์
นี้เอง . . .
เรื่องคูถนิมุคคเปรต
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน วิหาร
อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้น
ท่านพระลักขณะ กับท่านพระมหาโมคคัลลานะ . . .
ท่านพระมหาโมคคัลลานะกล่าวว่า อาวุโส ผมลงจากคิชฌกูฏบรรพต
เขตพระนครราชคฤห์นี้ ได้เห็นคูถนิมุคคเปรตชาย ผู้จมอยู่ในหลุมคูถท่วม
ศีรษะ...
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย . . . สัตว์นั้นเคยเป็นชู้กับภรรยาของชายอื่น อยู่ในพระนครราชคฤห์
นี้เอง . . .

595
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒ – หน้าที่ 596 (เล่ม 2)

เรื่องคูถขาทิเปรต
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร
อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้น
ท่านพระลักขณะ กับท่าน พระโมคคัลลานะ. . .
ท่านพระมหาโมคคัลลานะ กล่าวว่า อาวุโส ผมลงจากคิชฌกูฏบรรพต
เขตพระนครราชคฤห์นี้ ได้เห็นคูถขาทิเปรตชาย ผู้จมอยู่ในหลุมคูถท่วมศีรษะ
กำลังเอามือทั้งสองกอบคูถกินอยู่ . . .
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย. . . สัตว์นั้นเคยเป็นพราหมณ์ผู้ชั่วช้า อยู่ในพระนครราชคฤห์ นี้เอง
ครั้งศาสนาพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า พราหมณ์นั้น นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ด้วย
ภัตตาหารแล้ว เทคูถลงในรางจนเต็ม สั่งคนให้ไปบอกภัตกาล แล้วได้กล่าว
คำนี้ว่า ขอท่านผู้เจริญทั้งหลาย จงฉันอาหารและนำไปไห้พอแก่ความต้องการ
จากสถานที่นี้ ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น เขาหมกไหม้ในนรก หลายปี หลาย
ร้อยปี หลายพันปี หลายแสนปี แล้วได้ประสบอัตภาพเช่นนี้ ด้วยวิบากแห่ง
กรรมนั้นแหละ ซึ่งยังเป็นส่วนเหลืออยู่ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โมคคัลลานะ
พูดจริง โมคคัลลานะไม่ต้องอาบัติ.
เรื่องนิจฉวิตถีเปรต
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน วิหาร
อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนคร ราชคฤห์ ครั้งนั้น
ท่านพระลักขณะ กับท่านพระมหาโมคคัลลานะ. . .

596
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒ – หน้าที่ 597 (เล่ม 2)

ท่านมหาโมคคัลลานะกล่าวว่า อาวุโส ผมลงจากคิชฌกูฏบรรพต
เขตพระนครราชคฤห์นี้ ได้เห็นนิจฉวิตถีเปรตหญิง ไม่มีผิวหนัง ลอยไปใน
เวหาส์ ฝูงแร้ง เหยี่ยว และนกตะกรุม พากันโฉบอยู่ขวักไขว่ จิกสับโดยแรง
จิกทิ้งยื้อแย่ง สะบัดซึ่งเปรตหญิงนั้นอยู่ไปมา เปรตหญิงนั้น ร้องครวญคราง . . .
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย. . . เปรตหญิงนั้น. . . เคยเป็นหญิงประพฤตินอกใจสามี อยู่ในพระนคร
ราชคฤห์นี้เอง . . . ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โมคคัลลานะพูดจริง โมคคัลลานะ
ไม่ต้องอาบัติ.
เรื่องมังคุลิตถีเปรต
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร
อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้น
ท่านพระลักขณะกับท่านพระมหาโมคคัลลานะ. . .
ท่านพระมหาโมคคัลลานะกล่าวว่า อาวุโส ผมลงจากคิชฌกูฏบรรพต
เขตพระนครราชคฤห์นี้ ได้เห็นมังคุลิตถีเปรตหญิง มีรูปร่างน่าเกลียด มี
กลิ่นเหม็นลอยไปในเวหาส์ ฝูงแร้ง เหยี่ยว และนกตะกรุม พากันโฉบอยู่
ขวักไขว่ จิกสับโดยแรง จิกทิ้งยื้อแย่ง สะบัดซึ่งเปรตหญิงนั้น อยู่ไปมา
เปรตหญิงนั้นร้องครวญคราง. . .
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย . . . เปรตหญิงนั้นเคยเป็นแม่มดอยู่ในพระนครราชคฤห์ นี้เอง. . .

597