แล้วทรงส่งเขาไป สั่งให้สืบว่า สตรีผู้นั้น มีสามีหรือยังไม่มีสามี ราชบุรุษนั้นก็
ไปถามสตรีผู้นั้น. สตรีผู้นั้นก็แสดงว่า นั่นสามีของดิฉันนั่งที่ตลาด ราชบุรุษ
ก็กลับมาทูลความนั้นแด่พระราชา พระราชาโปรดให้เรียกบุรุษผู้ [สามี] นั้นมา
สั่งว่า เจ้าจงปรนนิบัติเรา [เป็นองครักษ์] ถูกบุรุษนั้นทูล ทัดทานว่า
ขอเดชะ ข้าพระองค์ไม่รู้ที่จะปรนนิบัติ พระเจ้าข้า รับสั่งว่า ธรรมดาว่าการ
ปรนนิบัติ ไม่จำต้องเล่าเรียนในสำนักอาจารย์ดอกแล้วทรงให้เขาถืออาวุธและโล่
โดยพลการ ตั้งเขาให้ทำหน้าที่คนปรนนิบัติ บุรุษนั้นพอปรนนิบัติแล้วก็กลับ
บ้านเลย โปรดให้เรียกเขามาอีก รับสั่งว่า ธรรมดาว่าผู้ปรนนิบัติ จะต้องทำ
ตามคำสั่งของพระราชา. เจ้าจงไปสระโบกขรณีสำหรับชำระศีรษะของเรา ที่
หนทางโยชน์หนึ่งจากที่นี้มีอยู่ จงเอาดินสีแดงเรื่อและดอกอุบลสีแดงจากสระนั้น
มา ถ้าเจ้ามาไม่ทันวันนี้ เราจักลงราชอาชญาเจ้าแล้วทรงส่งเขาไป บุรุษนั้นก็
ออกไป เพราะกลัวราชภัย.
เมื่อบุรุษนั้นไปแล้ว แม้พระราชา ก็ให้เรียกนายประตูเมืองมาสั่งว่า
วันนี้ พอตกเย็นก็ปิดประตูเมืองเลย แม้จะมีคนบอกว่า เราเป็นราชทูต หรือ
อุปทูตก็อย่าเปิด บุรุษนั้น ได้ดินและดอกอุบลแล้วก็มาถึง เมื่อประตูเมืองปิด
พอดี แม้จะพูดมากมายอย่างไรก็เข้าไม่ได้ จึงเลยไปยังวัดพระเชตวัน เพราะ
กลัวอันตราย. ถึงพระราชาเองก็ถูกความรุ่มร้อนอย่างแรงครอบงำ เดี๋ยวนั่ง
เดี๋ยวยืน เดี๋ยวบรรทม. เมื่อตกลงพระทัยไม่ได้ ก็ประทับนั่ง ณ ที่แห่งใดแห่ง
หนึ่ง หลับแบบลิงหลับ [ทรงเคลิ้มไป].
แม้ยุคก่อน บุตรเศรษฐี ๔ คนในพระนครนั้นนั่นแหละทำปรทารก-
กรรม บังเกิดในนรกโลหกุมภี ชื่อนันโทปนันทา. สัตว์นรกเหล่านั้น
ถูกเคี่ยวร่างเป็นฟอง ๓๐,๐๐๐ ปี จึงลงไปถึงก้นหม้ออีก ๓๐,๐๐๐ ปีจึงขึ้นถึง
ปากหม้อ. วันหนึ่ง พวกเขาเห็นแสงสว่าง ประสงค์จะกล่าวคาถาตนละคาถา