พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 281 (เล่ม 24)

๙. ทุติยสูตร
[๑๗๔] เทวดาทูลถามว่า
อะไรหนอเป็นเพื่อนของคน อะไร
หนอย่อมปกครองคนนั้น และสัตว์ยินดี
ในอะไรจึงพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้.
[๑๗๕] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า
ศรัทธาเป็นเพื่อนของคน ปัญญา
ย่อมปกครองคนนั้น สัตว์ยินดีในพระ-
นิพพานจึงพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้.
อรรถกถาทุติยสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในทุติยสูตรที่ ๙ ต่อไป :-
บทว่า กิสฺส จาภิรโต แปลว่า ยินดีในอะไร. บทว่า ทุติยา
แปลว่า เป็นเพื่อนของผู้ไปสู่สวรรค์และพระนิพพาน. บทว่า ปญฺญา เจนํ
ปสาสติ อธิบายว่า ปัญญา ย่อมแนะนำว่า เจ้าจงกระทำสิ่งนี้ อย่ากระทำ
สิ่งนี้กะคนนั้น ดังนี้.
จบอรรถกถาทุติยสูตรที่ ๙

281
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 282 (เล่ม 24)

๑๐. กวิสูตร
[๑๗๖] เทวดาทูลถามว่า
อะไรหนอเป็นต้นเหตุของคาถา
อะไรหนอเป็นเครื่องปรากฏ (พยัญชนะ)
ของคาถาเหล่านั้น คาถาอาศัยอะไรหนอ
อะไรหนอเป็นที่อาศัยของคาถา.
[๑๗๗] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า
ฉันท์เป็นต้นเหตุของคาถา อักขระ
เป็นเครื่องปรากฏ (พยัญชนะ) ของคาถา
คาถาอาศัยแล้วซึ่งชื่อ กวีเป็นที่อาศัยของ
คาถา.
อรรถกถากวิสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในกวิสูตรที่ ๑๐ ต่อไป :-
บทว่า ฉนฺโท นิทานํ ความว่า ฉันท์อันมีคายติฉันท์ (ขับร้อง)
เป็นอาทิ เป็นต้นเหตุของคาถาทั้งหลาย อธิบายว่า กวีเมื่อเริ่มคาถา อันตั้ง
ขึ้นในเบื้องต้น ก็ย่อมเริ่มว่า ขอคาถาจงมีอยู่โดยฉันท์อันเราทำแล้วดังนี้.
บทว่า วิยญูชนํ ได้แก่ การให้เกิดขึ้น. เพราะว่าอักขระย่อมยังบทให้เกิด
บทก็ย่อมยังคาถาให้เกิด. คาถาย่อมส่องถึงเนื้อความ. บทว่า นามสนฺนิสฺสิตา

282
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 283 (เล่ม 24)

ได้แก่ อาศัยการตั้งชื่อเช่นมีคำว่า สมุทรเป็นต้น อธิบายว่า คาถาเมื่อเริ่มก็
ต้องอาศัยนาม (ชื่อ) อย่างใดอย่างหนึ่ง มีสมุทร แผ่นดินเป็นต้นนั่นแหละ
แล้วจึงเริ่ม. บทว่า อาสโย แปลว่า เป็นที่อาศัย อธิบายว่า เพราะคาถา
ทั้งหลายย่อมเป็นไปเพราะกวี ทั้งกวีนั้นก็เป็นที่อาศัยของคาถาทั้งหลาย ดังนี้.
จบอรรถกถากวิสูตรที่ ๑๐
และจบชราวรรคที่ ๖
รวมพระสูตรในชราวรรคที่ ๖
๑. ชราสูตร พร้อมทั้งอรรถกถา
๒. อชรสาสูตร พร้อมทั้งอรรถกถา
๓. มิตตสูตร พร้อมทั้งอรรถกถา
๔. วัตถุสูตร พร้อมทั้งอรรถกถา
๕. ปฐมชนสูตร พร้อมทั้งอรรถกถา
๖. ทุติยชนสูตร พร้อมทั้งอรรถกถา
๗. ตติยชนสูตร พร้อมทั้งอรรถกถา
๘. อุปปถสูตร พร้อมทั้งอรรถกถา
๙. ทุติยสูตร พร้อมทั้งอรรถกถา
๑๐. กวิสูตร พร้อมทั้งอรรถกถา

283
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 284 (เล่ม 24)

อันธวรรคที่ ๗
๑. นามสูตร
ว่าด้วยเทวตาปัญหา ๓ ข้อ
[๑๗๘] เทวดาทูลถามว่า
อะไรหนอครอบงำสิ่งทั้งปวง สิ่ง
ทั้งปวงที่ยิ่งขึ้นไปกว่าสิ่งอะไร ย่อมไม่มี
สิ่งทั้งปวงเป็นไปตามอำนาจของธรรมอัน
หนึ่ง คืออะไร.
[๑๗๙] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า
ชื่อย่อมครอบงำสิ่งทั้งปวง สิ่ง
ทั้งปวงที่ยิ่งขึ้นไปกว่าชื่อไม่มี สิ่งทั้งปวง
เป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่งคือชื่อ.

284
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 285 (เล่ม 24)

อรรถกถานามสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในนามสูตรที่ ๑ แห่งอันธวรรค ต่อไป :-
บทว่า นามํ สพฺพํ อนฺธภวิ แปลว่า นามย่อมครอบงำสิ่งทั้งปวง
คือ ย่อมเกิดขึ้น อธิบายว่า สัตว์หรือว่าสังขารที่พ้นจากนามอันเป็นกิตติศัพท์
ในภายนอกเกิดขึ้น ย่อมไม่มี. จริงอยู่ ชนทั้งหลายย่อมไม่รู้นามคือชื่ออันนี้
แห่งต้นไม่ใด หรือว่าแผ่นดินใด คำไม่มีชื่อนั่นแหละ ก็เป็นนาม (ชื่อ) ของ
สิ่งนั้นได้.
จบอรรถกถานามสูตรที่ ๑

285
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 286 (เล่ม 24)

๒. จิตตสูตร
[๑๘๐] เทวดาทูลถามว่า
โลกอันอะไรย่อมนำไป อันอะไร
หนอย่อมเสือกไสไป โลกทั้งหมดเป็นไป
ตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง คืออะไร.
[๑๘๑] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า
โลกอันจิตย่อมนำไป อันจิตย่อม
เสือกไสไป โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจ
ของธรรมอันหนึ่งคือ จิต.
อรรถกถาจิตตสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในจิตตสูตรที่ ๒ ต่อไป :-
บทว่า สพฺเพว จ สมนฺวตุํ ความว่า ธรรมเหล่าใดย่อมไปสู่อำนาจ
ของจิต จิตนี้ย่อมครอบงำธรรมเหล่านั้นนั่นแหละทั้งสิ้น.
จบอรรถกถาจิตตสูตรที่ ๒

286
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 287 (เล่ม 24)

๓. ตัณหาสูตร
[๑๘๒] เทวดาทูลถามว่า
โลกอันอะไรหนอย่อมนำไป อัน
อะไรหนอย่อมเสือกไสไป โลกทั้งหมด
เป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่งคือ
อะไร.
[๑๘๓] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า
โลกอันตัณหาย่อมนำไป อันตัณหา
ย่อมเสือกไสไป โลกทั้งหมดเป็นไปตาม
อำนาจของธรรมอันหนึ่ง คือตัณหา.

287
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 288 (เล่ม 24)

๔. สัญโญชนสูตร
[๑๘๔] เทวดาทูลถามว่า
โลกมีอะไรหนอเป็นเครื่องประกอบ
ไว้ อะไรหนอเป็นเครื่องเที่ยวไปของโลก
นั้น เพราะละขาดซึ่งธรรมอะไรจึงเรียกว่า
นิพพาน.
[๑๘๕] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า
โลกมีความเพลิดเพลินเป็นเครื่อง
ประกอบไว้ วิตกเป็นเครื่องเที่ยวไปของ
โลกนั้น เพราะละตัณหาเสียได้ขาด จึง
เรียกว่านิพพาน.
อรรถกถาสัญโญชนสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในสัญโญชนสูตรที่ ๔ ต่อไป :-
บทว่า กึสุ สํโยชโน ความว่า อะไรเป็นสังโยชน์ อะไรเป็น
เครื่องผูกไว้. บทว่า วิจรณํ ได้แก่ เท้าทั้งหลายเป็นเครื่องเที่ยวไป. บทว่า
วิจรณํ นี้เป็นคำเอกพจน์ใช้ในอรรถแห่งพหูพจน์. บทว่า วิตกฺกสฺส วิจรณา
ได้แก่ วิตก เป็นเท้าของโลก.
จบอรรถกถาสัญโญชนสูตรที่ ๔

288
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 289 (เล่ม 24)

๕. พันธนสูตร
[๑๘๖] เทวดาทูลถามว่า
โลกมีอะไรหนอเป็นเครื่องผูกไว้
อะไรหนอเป็นเครื่องเที่ยวไปของโลกนั้น
เพราะละเสียได้ซึ่งอะไร จึงตัดเครื่องผูก
ได้หมด.
[๑๘๗] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า
โลกมีความเพลิดเพลินเป็นเครื่องผูก
ไว้ วิตกเป็นเครื่องเที่ยวไปของโลกนั้น
เพราะละตัณหาเสียได้ขาด จึงตัดเครื่องผูก
ได้หมด.

289
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 290 (เล่ม 24)

๖. อัพภาหตสูตร
[๑๘๘] เทวดาทูลถามว่า
โลกอันอะไรหนอกำจัดแล้ว อัน
อะไรหนอล้อมไว้แล้ว อันลูกศรคืออะไร
เสียบแล้ว อันอะไรเผาแล้วในกาลทุกเมื่อ.
[๑๘๙] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า
โลกอันมฤตยูกำจัดแล้ว อันชราล้อม
ไว้แล้ว อันลูกศรคือตัณหาเสียบแล้ว อัน
ความอยากเผาให้ร้อนแล้วในกาลทุกเมื่อ.
อรรถกถาอัพภาหตสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในอัพภาหตสูตรที่ ๖ ต่อไป :-
บทว่า เกนสฺสุ อพฺภาหโต แก้เป็น เกน อพฺภาหโต แปลว่า
อะไร กำจัดแล้ว. สุ อักษรเป็นเพียงนิบาต.
บทว่า อิจฺฉาธูมายิโต แก้เป็น อิจฺฉาย อาทิตฺโต แปลว่า อัน
ความอยากเผาให้ร้อนแล้ว.
จบอรรถกถาอัพภาหตสูตรที่ ๖

290