ที่ชุมนุมอันเป็นธรรมนี้ เพื่อจะเยี่ยมหมู่
พระผู้ที่ใคร ๆ ให้แพ้ไม่ได้.
[๑๑๙] ในลำดับนั้นแล เทวดาองค์อื่นอีก ได้กล่าวคาถานี้ในสำนัก
พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า
ภิกษุทั้งหลายในที่ประชุมนั้นตั้งจิต
มั่นแล้ว ได้ทำจิตของตนให้ตรงแล้ว ภิกษุ
ทั้งปวงนั้นเป็นบัณฑิตย่อมรักษาอินทรีย์
ทั้งหลาย ดุจดังว่านายสารถีถือบังเหียน
ฉะนั้น.
[๑๒๐] ในลำดับนั้นแล เทวดาองค์อื่นอีก ได้กล่าวคาถานี้ในสำนัก
พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า
ภิกษุทั้งหลายนั้นตัดกิเลสดังตะปู
เสียแล้ว ตัดกิเลสดังว่าลิ่มสลักเสียแล้ว
ถอนกิเลสดังว่าเสาเขื่อนเสียแล้ว มิได้มี
ความหวั่นไหว เป็นผู้หมดจดปราศจาก
มลทิน อันพระพุทธเจ้าผู้มีจักษุทรงฝึก
ดีแล้ว เป็นหมู่นาคหนุ่มประพฤติอยู่.
[๑๒๑] ในลำดับนั้นแล เทวดาองค์อื่นอีก ได้กล่าวคาถานี้ในสำนัก
พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า
ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งถึงแล้วซึ่งพระ-
พุทธเจ้าเป็นสรณะ ชนเหล่านั้นจักไม่ไปสู่
อบายภูมิ ละร่างกายอันเป็นของมนุษย์
แล้วจักยังหมู่เทวดาให้บริบูรณ์.