คำว่า เพราะเหตุนั้น อธิบายว่า กาลอันปกปิดนี้ ย่อมไม่ปรากฏ เหตุใด
เพราะเหตุนั้น เราจึงไม่บริโภคกามคุณ ๕ แล้วจึงขออยู่. ในคำว่า กาลอย่าล่วง
เราไปเสียเลย นี้ พระเถระกล่าวว่า กาล ดังนี้ โดยหมายเอากาลกระทำสมณ-
ธรรม.
จริงอยู่ ธรรมดาว่า สมณธรรมนี้ อันบุคคลผู้ก้าวล่วงวัยทั้ง ๓ ในวัย
สุดท้ายเป็นผู้มีกายอันหักลงแล้ว มีไม้เท้าเป็นที่ยันไปในเบื้องหน้า สั่นอยู่ ผู้
อันโรคไอและหืดครอบงำแล้ว ไม่อาจเพื่อกระทำได้ (ปฏิบัติได้) เพราะว่า
ในกาลนั้น บุคคลเช่นนั้น ไม่อาจเพื่อเรียนพุทธพจน์ตามที่ปรารถนาตามที่
ต้องการ หรือว่าไม่อาจเพื่อรักษาซึ่งธุดงค์ หรือว่าไม่อาจเพื่อ
จะอยู่ป่า หรือว่าไม่อาจเพื่อเข้าสมาบัติได้ตามที่ปรารถนา หรือว่าไม่อาจเพื่อ
กระทำธรรมกถาและอนุโมทนาด้วยสรภัญญวิธีเป็นต้น. ส่วนในกาลที่ยังเป็น
หนุ่มแน่นอาจเพื่อกระทำกิจทั้งปวง เพราะฉะนั้น พระเถระจึงกล่าวว่า กาล
เป็นที่กระทำสมณธรรมนี้ อย่าก้าวล่วงเราไปเสียเลย คือว่าเราจักไม่บริโภคกาม
ทั้งหลาย จักกระทำสมณธรรมตราบเท่าที่กาลยังไม่ก้าวล่วงเราไป.
คำว่า มายืนที่พื้นดิน ความว่า ได้ยินว่า เทวดานั้นคิดว่า ภิกษุนี้
ย่อมกล่าวชื่อซึ่งกาลแห่งการทำสมณธรรม ไม่กล่าวซึ่งอกาล ย่อมกล่าวธรรม
อันเป็นไปกับด้วยเหตุ เป็นไปกับด้วยอานิสงส์ ดังนี้ ด้วยคำเพียงเท่านี้ จึง
เกิดความละอายในพระเถระ สำคัญพระเถระนั้นดุจมหาพรหม ดุจกองไฟ
เป็นผู้อ่อนน้อมเกิดขึ้นแล้ว จึงลงจากอากาศมายืนที่พื้นดิน. คำว่า ยืนที่พื้น
ดิน นั้น ท่านกล่าวหมายเอาคำที่กล่าวแล้วนี้.
ก็เทวดานั้น มายืนอยู่ที่พื้นดินแล้วแม้ก็จริง ถึงอย่างนั้น เธอมาแล้ว
ด้วยความต้องการอันใด ก็ถือเอาประโยชน์อันนั้นนั่นแหละอีก จึงกล่าวคำว่า