หรือ กุศลแม้อื่น อันบุคคลผู้ไม่ฆ่าสัตว์ทำไว้ ย่อมโอฬาร. ย่อมอาจเพื่อยัง
ปฏิสนธิที่ให้มีอายุยืนเกิดขึ้น. ย่อมเป็นไปเพื่อให้มีอายุยืนแม้อย่างนี้. หรือ
กำหนดปฏิสนธิเท่านั้น ทำให้มีอายุยืน. หรือย่อมเกิดในเทวโลก ด้วยสันนิฏ-
ฐานเจตนา. ย่อมให้มีอายุยืนโดยนัยกล่าวแล้ว ด้วยบุพเจตนา. พึงทราบ
เนื้อความในการแก้ปัญหาทั้งปวง โดยนัยนี้.
ก็กรรมทั้งหลายแม้มีการเบียดเบียนเป็นต้น มาในปวัตตกาลแล้ว เป็น
เหมือนกล่าวอย่างนี้ โดยเนื้อความ ย่อมทำกิจทั้งหลายมีความอาพาธมากเป็นต้น
ด้วยเหตุทั้งหลายมีการยังโรคให้เกิดขึ้นเป็นต้น แก่บุคคลผู้ถึงความปราศจาก
โภคะด้วยการบีบคั้น ไม่ได้การปฏิบัติ หรือ ด้วยความที่กุศลอันบุคคลผู้เบียด-
เบียนเป็นต้นทำแล้วเป็นธรรมชาติไม่โอฬาร หรือด้วยการกำหนดปฏิสนธิตั้งแต่
เบื้องต้นเทียว หรือด้วยอำนาจแห่งบุพเจตนา และอปรเจตนา โดยนัยกล่าว
แล้วนั้นเทียว กรรมทั้งหลายมีการไม่เบียดเบียนเป็นต้น ย่อมทำแม้ซึ่งความ
เป็นผู้มีอาพาธน้อยทั้งหลาย ดุจการไม่ฆ่าสัตว์ฉะนั้น. ก็ในบทเหล่านั้น บทว่า
อิสฺสามนโก ได้แก่ มีจิตประกอบด้วยความริษยา. บทว่า อุปทุสฺสติ ความ
ว่า ด่าด้วยอำนาจแห่งความริษยานั้นเทียวประทุษร้ายอยู่. บทว่า อิสฺสํ พนฺธติ
ความว่า ย่อมตั้งริษยาไว้เหมือนผูกกำข้าว เหมือนผูกโดยประการไม่ให้เสื่อม
เสีย. บทว่า อปฺเปสกฺโข ความว่า มีบริวารน้อย คือ ไม่ปรากฏเหมือน
ลูกศรที่ยิงในกลางคืน. มีมือสกปรกนั่งแล้ว ย่อมไม่ได้ซึ่งผู้ให้น้ำ. บทว่า น
ทาตา โหติ ความว่า เป็นผู้ไม่ให้ด้วยอำนาจแห่งความตระหนี่. บทว่า
เตน กมฺเมน ได้แก่ กรรมคือความตระหนี่นั้น. บทว่า อภิวาเทตพฺพํ คือ
พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า หรือ พระอริยสาวก ผู้สมควรแก่การอภิวาท.
ในบททั้งหลายแม้มีผู้ควรลุกขึ้นต้อนรับเป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน. ไม่ควรถือ
อุปปีฬกกรรม และอุปัตถัมภกกรรมในการแก้ปัญหานี้. เพราะไม่อาจเพื่อทำแก่