ที่แท้ รามรู้เห็นธรรมนี้อยู่ ครั้งนั้น เราได้เข้าไปหาอุทกดาบสรามบุตรแล้ว
ได้ถามว่า ดูก่อนท่านรามะ ท่านทำธรรมนี้ให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งเอง
เข้าถึงแล้ว ประกาศให้ทราบด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอ เมื่อเราถามอย่างนี้แล้ว
อุทกดาบสรามบุตรได้ประกาศเนวสัญญานาสัญญายตนะ. เรานั้นได้มีความคิด
เห็นว่า มิใช่ท่านรามบุตรเท่านั้นมีศรัทธา แม้เราก็มีศรัทธา มิใช่ท่านรามบุตร
เท่านั้นมีความเพียร มีสติ มีสมาธิ มีปัญญา แม้เราก็มีความเพียร มีสติ
มีสมาธิ มีปัญญา ถ้ากระไร เราพึงตั้งความเพียรเพื่อทำให้แจ้งชัด ซึ่งธรรม
ที่ท่านรามบุตรประกาศว่า เราทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วเข้าถึงอยู่นั้น
เถิด เรานั้นได้ทำธรรมนั้นให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วเข้าถึงอยู่ โดย
ฉับพลันไม่นานเลย ลำดับนั้น เราได้เข้าไปหาอุทกดาบสรามบุตรแล้วได้ถามว่า
ท่านรามะ. ท่านทำธรรมนี้ให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วเข้าถึงอยู่ ด้วยเหตุ
เพียงเท่านี้หรือหนอ อุทกดาบสรามบุตรตอบว่า อาวุโส เราทำธรรมนี้ให้
แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งเองเข้าถึงแล้ว ประกาศได้ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล เรา
กล่าวว่า อาวุโส แม้เราก็ทำธรรมนี้ให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วเข้าถึงอยู่
ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ อุทกดาบสรามบุตรกล่าวว่า อาวุโส เป็นลาภของพวกเรา
พวกเราได้ดีแล้ว ที่พวกเราพบเพื่อนพรหมจรรย์ผู้มีอายุเช่นท่าน เราทำธรรม
ใดให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งเองเข้าถึงแล้ว ประกาศให้ทราบ ท่านก็ทำธรรม
นั้นให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วเข้าถึงอยู่ ท่านทำธรรมใดให้แจ้งชัดด้วย
ปัญญาอันยิ่งเองแล้วเข้าถึงอยู่ เราก็ทำธรรมนั้นให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งเอง
เข้าถึงแล้วประกาศให้ทราบ ดังนี้ เรารู้ธรรมใด ท่านก็รู้ธรรมนั้น ท่านรู้
ธรรมใด เราก็รู้ธรรมนั้น ดังนี้ เร็วเช่นใด ท่านก็เช่นนั้น ท่านเช่นใด เรา
ก็เช่นนั้น ดังนี้ อาวุโส บัดนี้ เชิญท่านมาบริหารหมู่คณะนี้เถิด ดูก่อนภาร-
ทวาชะ อุทกดาบสรามบุตรเป็นเพื่อนพรหมจรรย์ของเรา ได้ตั้งเราไว้ในฐานะ