[๗๒๓] ดูก่อนมาณพ กามคุณ ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน
คือ รูปอันจะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุ ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าชอบใจ น่ารัก
ชักให้ใคร่ ชวนให้กำหนัด เสียงอันจะพึงรู้แจ้งด้วยหู...กลิ่นอันจะพึงรู้แจ้ง
ด้วยจมูก ...รสอันจะพึงรู้แจงด้วยลิ้น...โผฏฐัพพะอันจะพึงรู้แจ้งด้วยกาย ที่น่า
ปรารถนา น่าใคร่ น่าชอบใจ น่ารัก ชักให้ใคร่ ชวนให้กำหนัด กามคุณ
๕ ประการนี้แล. ดูก่อนมาณพ พราหมณ์โปกขรสาติโอปมัญญโคตร ผู้เป็นใหญ่
ในสุภควัน กำหนัดแล้ว หมกมุ่นแล้วด้วยกามคุณ ๕ ประการนี้ ถูกกามคุณ
๕ ประการนี้ครอบงำแล้ว ไม่เห็นโทษ ไม่มีปัญญาเป็นเครื่องถอนออก บริโภค
อยู่ เขาจักรู้จักเห็นหรือจักทำให้แจ้งชัด ซึ่งญาณทัศนะวิเศษของพระอริยะ
อย่างสามารถยิ่งกว่าธรรมของมนุษย์หรือหนอ ข้อนี้ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้.
[๗๒๔] ดูก่อนมาณพ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลพึง
อาศัยหญ้าและไม้เป็นเชื้อติดไฟขึ้น และพึงติดไฟที่ไม่มีหญ้าและไม้เป็นเชื้อ
ไฟไหนหนอพึงมีเปลว มีสี และมีแสง.
สุ. ท่านพระโคดม ถ้าการติดไฟอันไม่มีหญ้าและไม้เป็นเชื้อ เป็น
ฐานะที่จะมีได้ ไฟนั้นก็จะพึงมีเปลว มีสี และมีแสง.
พ. ดูก่อนมาณพ ข้อที่บุคคลจะพึงติดไฟอันไม่มีหญ้าและไม่เป็นเชื้อ
ขึ้นได้นี้ ไม่ใช่ฐานะ ไม่ใช่โอกาส เว้นจากผู้มีฤทธิ์ ดูก่อนมาณพ เปรียบเหมือน
ไฟอาศัยหญ้าและไม้เป็นเชื้อติดอยู่ ฉันใด เรากล่าวปีติอันอาศัยเบญจกามคุณ
นี้เปรียบฉันนั้น เปรียบเหมือนไฟไม่มีหญ้าและไม้เป็นเชื้อติดอยู่ได้ ฉันใด
เรากล่าวปีติที่เว้นจากกาม เว้นจากอกุศลธรรมเปรียบฉันนั้น. ก็ปีติที่เว้นจาก
กามเว้นจากอกุศลธรรมเป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม สงัดจาก
อกุสลธรรม เข้าถึงปฐมฌาน มีวิตกวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่วิเวกอยู่ ปีติ
นี้แล เว้นจากกาม เว้นจากอกุศลธรรม ดูกรมาณพ อีกประการหนึ่ง ภิกษุ