สามารถกายกรรมเป็นต้น . แต่ในบทว่า กมฺเม จ อฑฺฒกมฺเม จ ๑ กรรม กรรม
ครึ่ง นี้ คือ ลัทธิของกรรมนั้น คือกายกรรมและวจีกรรม. ในกรรมเป็นกรรม
ครึ่ง. บทว่า ทิฏฺฐิปฏิปทา ท่านกล่าวถึงปฏิปทาในทิฏฐิ ๖๒. บทว่า ทฺวฏฺฐนฺ-
ตรกปฺปา อันตรกัป ๖๒ คือในกัปหนึ่ง ๆ มีอันตรกัป ๖๔. พระอานนทเถระ
เมื่อไม่รู้ ๒ กัป อย่างอื่นจึงกล่าวอย่างนี้. อภิชาติ ๖ กล่าวไว้พิสดารแล้วใน
อปัณณกสูตร. บทว่า อฏฺฐ ปุริสภูมิโย ปุริสภูมิ ๘ ท่านกล่าวไว้ว่า ปุริสภูมิ
๘ เหล่านี้ คือมันทภูมิ (ภูมิอ่อน) ๑ ขิฑฑาภูมิ (ภูมิเล่น) ๑ ปทวีมังสกภูมิ
(ภูมิหัดเดิน) ๑ อุชุคทภูมิ (ภูมิเดิน) ๑ เสกขภูมิ (ภูมิศึกษา) ๑ สมณภูมิ
(ภูมิสมณะ) ๑ ชินภูมิ (ภูมิเรียนรู้) ๑ ปันนภูมิ (ภูมิบรรลุแล้ว) ๑.
ในภูมิเหล่านั้นท่านกล่าวว่า สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้ยังอ่อน ยังเขลา
เพราะตั้งแต่วันตลอดออกจากที่คับแคบใน ๗ วัน นี้ชื่อว่า มันทภูมิะ. อนึ่ง
สัตว์เหล่าใดมาจากทุคติ สัตว์เหล่านั้นย่อมร้องและร้องดังบ่อย ๆ. สัตว์มาจาก
สุคติ ระลึกถึงสุคตินั้น ๆ แล้วหัวเราะ นี้ชื่อว่า ขิฑฑาภูมิ. การจับมือหรือ
เท้าของมารดาบิดาหรือเตียงตั่งแล้วเหยียบเท้าลงบนพื้น ชื่อว่า ปทวีมังสกภูมิ.
คราวที่สามารถเดินไปด้วยเท้าได้ ชื่อว่า อุชุคตภูมิ. คราวศึกษาศิลปะ ชื่อว่า
เสกขภูมิ. คราวออกจากเรือนแล้วบวช ชื่อว่า สมณภูมิ. คราวคบอาจารย์แล้ว
รู้ ชื่อว่า ชินภูมิ. อนึ่ง ภิกษุผู้รู้บรรลุแล้วไม่เรียนอะไรอีก เพราะเหตุนั้นสมณะ
ผู้ไม่ต้องเรียนอย่างนี้ ชื่อว่า ปันนภูมิ.
บทว่า เอกูนปญฺญาส อาชีวสเต คือความเป็นไปของอาชีวก
๔,๙๐๐ อย่าง. บทว่า เอกูนปญฺญาส ปริพฺพาชกสเต คือการบรรพชา
ของปริพาชก ๔,๙๐๐. บทว่า เอกูนปญฺญาส นาคาวาสสเต คือนาคมณฑล
๔,๙๐๐ บทว่า วีเส อินฺทฺริยสเต คืออินทรีย์ ๒,๐๐๐. บทว่า ตึเส