ไสว รุ่งเรือง โชติช่วงนี้ มิใช่หรือ. คำว่า "ภิกษุทั้งหลาย มารผู้มีบาป ได้น้อม
เอาพรหมบริษัทมาสู่เรา อย่างนี้แล" ความว่า "ภิกษุทั้งหลาย มารผู้มี
บาป กล่าวอยู่อย่างนี้ว่า "ภิกษุ เธอก็ย่อมเห็นพรหมบริษัทที่สว่างไสว
ด้วยยศ และด้วยสิริมิใช่หรือ? ถึงเธอก็เถอะ ถ้าไม่ก้าวล่วง คำมหาพรหม
ทำตามที่พรหมกล่าวกับเธอแล้ว เธอเองก็จะต้องรุ่งเรื่องด้วยยศ และสิริ
แบบนี้เหมือนกัน" ก็น้อม คือนำเอาพรหมบริษัทมาสู่เรา. คำว่า "แกอย่าสำคัญ
ไป" คือมารผู้มีบาป แกอย่าสำคัญไปเลย. คำว่า "แกเป็นมารผู้ลามก"
คือมาร ฉันรู้จักแกว่าแกชื่อว่ามาร เพราะฆ่ามหาชน แกชื่อว่าผู้สกปรก
เพราะกระทำพร้อมด้วยเหล็กอย่างสกปรก คือลามก แก่มหาชน. คำ
"อายุ ทั้งหมด" คือ อายุทั้งสิ้น. คำว่า "เขาเหล่านั้นแลพึงทราบอย่างนี้"
คือพรหมมากล่าวสืบไปว่า พวกเขาถึงพร้อมด้วยการทำตบะใหญ่อย่างนี้
เธอ ก็ยังมีกลิ่นน้ำนมพัดมา (ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม). คำว่า "จะกลืนกิน
แผ่นดิน" คือจักกลืนกินแผ่นดินจนหมดเกลี้ยงแล้วถือเอาด้วยตัณหา มานะ
และทิฏฐิ. คำว่า "แกจะเป็นผู้ติดสอยห้อยตามฉัน." คือแกจะเป็นผู้ติดฉัน
แจ หมายความว่า เมื่อฉันเดินแกก็เดินตาม ฉันยืนแกก็ยืนข้าง, ฉันนั่ง แกก็นั่ง
ข้าง, ฉันนอนแกก็นอนข้าง. คำว่า "เป็นผู้นอนเฝ้าโยง" คือเป็นผู้นอนใน
เรือนฉัน. คำว่า "เป็นผู้พึงกระทำตามความใคร่ เป็นผู้พึงแบกขน" ความว่า
แกเป็นผู้ต้องทำสิ่งที่ฉันต้องการตามความพอใจของตัวฉันเอง และเมื่อจะ
แบกขนมา แกก็จะเป็นผู้ต้องทำให้ต่ำกว่า เตี้ยกว่า แม้แต่พุ่มผักไห่เสีย
อีก. พรหมย่อมพูดรวน ย่อมระราน พระผู้มีพระภาคเจ้าอย่างนี้ ด้วยคำนี้
ชื่อว่า ย่อมพูดรวน คือพรหมชื่อว่าย่อมพูดรวนก่อนอย่างนี้ว่า "ภิกษุ
ถ้าเธอจะกลืนกินแผ่นดินนั้นด้วยตัณหา เป็นต้น เธอก็จะเป็นผู้นอนใกล้
ฉัน เมื่อฉันเดิน เธอก็จะเดิน ฉันยืน เธอก็จะยืนฉันนั่ง เธอก็จะนั่ง ฉันนอนเธอ