โก. "ด้วยองค์เท่าไรล่ะครับท่าน ความเห็นที่ถูกต้องที่ประดับประ-
คองแล้ว ย่อมมีเจโตวิมุตติ (หลุดพ้นด้วยใจ) เป็นผลและมีเจโตวิมุตติเป็นผลา-
นิสงส์, มีปัญญาวิมุตติ (หลุดพ้นด้วยปัญญา) เป็นผล และมีปัญญาวิมุตติเป็น
ผลานิสงส์"
สา. "ก็ด้วยองค์ห้านี่แลคุณ ความเห็นที่ถูกต้องที่บุคคลประดับประ-
คองแล้ว ย่อมมีเจโตวิมุตติเป็นผลและมีเจโตวิมุตติเป็นผลานิสงส์, มีปัญญา-
วิมุตติเป็นผล และมีปัญญาวิมุตติเป็นผลานิสงส์. คุณ ในองค์ทั้งห้าคือ ความ
เห็นที่ถูกต้องอันศีลประดับประคองไว้ ๑ อันสุตะ (การฟัง, ศึกษาเล่า
เรียน) ประคับประคองไว้ ๑ อันสากัจฉา (คุยแลกเปลี่ยนความรู้กัน) ประคับ
ประคองไว้ ๑ อันสมถะ (อุบายเครื่องเรื่องปัญญา) ประคับประคองไว้ ๑.
คุณ ก็แลความเห็นที่ถูกต้องซึ่งองค์ทั้งห้าเหล่านี้แลประดับประคองแล้ว
ย่อมมีผลเป็นเจโตวิมุตติ และย่อมมีผลานิสงส์เป็นเจโตวิมุตติ ย่อมมีผลเป็น
ปัญญาวิมุตติ และย่อมมีผลานิสงส์เป็นปัญญาวิมุตติ."
[๔๙๘] โก. "ภพมีเท่าไรครับท่าน"
สา. "ภพมี ๓ อย่างซิคุณ. เหล่านี้คือ กามภพ รูปภพและอรูปภพ."
โก. "การเกิดขึ้นแห่งภพใหม่ต่อไป จะมีได้อย่างไร ครับท่าน?"
สา. "สำหรับพวกสัตว์ที่ยังมีความไม่รู้กางกั้น มีความทะยานอยาก
ผูกไว้ ก็ยังมีความเพลิดเพลินยิ่งในอารมณ์นั้นๆ นะคุณเอ๋ย. แบบนี้ก็ยังมีการ
เกิดขึ้นแห่งภพใหม่ต่อไปอีก."
โก. "ทำอย่างไรครับท่าน. จึงจะไม่มีการเกิดภพใหม่ขึ้นมาอีกต่อไป."
สา. "เพราะสำรอกความไม่รู้ทำความรู้ให้เกิดขึ้น ดับความทะยาน
อยากได้โดยไม่เหลือ แบบนี้ซิคุณ จึงจะไม่มีการเกิดภพใหม่ขึ้นมาอีกต่อไป."