วิจิกิจฉาได้ ภิกษุนั้นชื่อว่าละวิจิกิจฉาแล้วด้วยอาการอย่างนี้ บุรุษผู้มีกำลัง
มีอาวุธอันตระเตรียมไว้แล้ว พร้อมกับบริวารเห็นโจรแล้ว ไม่กลัว ไม่คำนึง
พวกโจรเท่าเส้นหญ้า ออกไปถึงสถานที่อันปลอดภัยโดยความสวัสดี ฉัน-
ใด ภิกษุ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ผ่านพ้นทางกันดารคือทุจริตแล้ว ถึงอมตนิพพาน
อันเกษมอย่างยิ่ง. เพราะฉะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสการละวิจิกิจฉา
ดุจผู้ที่ถึงสถานที่ปลอดภัย.
บทว่า อิมเมว กายํ ได้แก่ กรชกายนี้. บทว่า อภิสนฺเทติ ได้แก่
ทำให้ชุ่มชื่น ทำให้สิเนหา คือว่า ย่อมกระทำปีติและสุขเป็นไปในกรชกายทั้ง
ปวง. บทว่า ปริสนฺเทติ ได้แก่ ย่อมหลั่งไหลไปโดยรอบ. บทว่า ปริปูเรติ
ได้แก่ ย่อมเต็มเหมือนถูกลมเป่า. บทว่า ปริปฺผรติ ได้แก่ ย่อมถูกต้อง
โดยรอบ. บทว่า สพฺพาวโต กายสฺส ความว่า ที่แม้น้อยหนึ่งตามผิดเนื้อโลหิต
ในที่สืบต่อเป็นไปของอุปาทินนกรูป อย่างใดอย่างหนึ่งแห่งกายทุกส่วนของ
ภิกษุนั้น ชื่อว่า ไม่ถูกต้องด้วยความสุขในปฐมฌาน ย่อมไม่มี. บทว่า ทกฺโข
ได้แก่ ผู้ฉลาด สามารถ เพื่อกระทำ เพื่อประกอบ เพื่อผสมซึ่งจุณสำหรับ
อาบ. บทว่า กํสถาเล ได้แก่ ภาชนะที่กระทำด้วยโลหะอย่างใดอย่าง
หนึ่ง ก็ภาชนะที่ทำด้วยดินเหนียว เป็นภาชนะไม่มั่นคง เมื่อบุคคลทุบอยู่
ย่อมแตกได้ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงไม่แสดงภาชนะที่ทำด้วยดิน
เหนียวนั้น. บทว่า ปริปฺโผสกํ ปริปฺโผสกํ แปลว่า ประพรม. บทว่า
สนฺเนยฺย ความว่า ถือถาดสำริดด้วยมือซ้าย พรมแล้วพรมอีกซึ่งน้ำพอประ
มาณด้วยมือขวาแล้วขยำกระทำให้เป็นก้อน. บทว่า สิเนหานุคตา ได้
แก่ ติดกันด้วยยางเหนียวคือน้ำ. บทว่า สิเนหปเรตา ได้แก่ ซึมไปด้วยยาง
เหนียวคือน้ำ. บทว่า สนฺตรพาหิรา ความว่า พร้อมทั้งส่วนข้างใน
ข้างนอก. ย่อมถูกต้องส่วนทั้งหมดทีเดียวด้วยยางเหนียวคือน้ำ. บทว่า