เธอพิจารณาเห็นภัยในอบายดังที่พรรณนามานี้ วิริยสัมโพชฌงค์ก็จะเกิด
ขึ้น.
วิริยสัมโพชฌงค์จะเกิดขึ้น แม้แก่ผู้เห็นอานิสงส์ ( ของความ
เพียร) อย่างนี้ว่า คนเกียจคร้านไม่อาจจะได้ นวโลกุตตรธรรม คน
ปรารภความเพียรเท่านั้นจึงอาจได้ นี้เป็นอานิสงส์ของวิริยะ.
วิริยสัมโพชฌงค์จะเกิดขึ้น แม้แก่ผู้พิจารณาเห็นทางดำเนินอย่างนี้
ว่า เธอพึงเดินทางที่พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระมหา
สาวกของพระพุทธเจ้าทั้งหมด ได้เสด็จดำเนินไปและเดินไปแล้ว และ
ทางนั้นคนเกียจคร้านไม่อาจจะดำเนินไปได้.
วิริยสัมโพชฌงค์ย่อมเกิดขึ้นแม้แก่ภิกษุผู้พิจารณาเห็นความยำเกรง
ซึ่งบิณฑบาต เหมือนที่เกิดขึ้นแก่พระมหามิตตเถระอย่างนี้ว่า เหล่าชนผู้
บำรุงท่านด้วยปัจจัย มีบิณฑบาตเป็นต้นเหล่านี้ ไม่ใช่ญาติของท่านเลย
ไม่ใช่ทาสกรรมกรของท่านทั้งเขาไม่ได้ให้บิณฑบาตเป็นต้นอันประณีต แก่
ท่านด้วยคิดว่า พวกเราจักดำรงอยู่ได้เพราะอาศัยท่าน โดยที่แท้เขาหวังว่า
สักการะของตนจะมีผลมาก จึงพากันถวาย แม้พระศาสดา ก็มิได้ทรง
เห็นอย่างนี้ว่า ภิกษุนี้ ฉันปัจจัยเหล่านี้แล้ว จักเป็นผู้มีกายมั่นคงมาก
อยู่อย่างสบาย ได้ทรงอนุญาตไว้แก่ท่าน โดยที่แท้ทรงอนุญาตปัจจัย
เหล่านั้นด้วยทรงพระประสงค์ว่า ภิกษุนี้เมื่อบริโภคปัจจัยเหล่านี้ จัก
บำเพ็ญสมณธรรมแล้วพ้นจากทุกข์ บัดนี้ เธอเกียจคร้านอยู่ จักไม่
ยำเกรงบิณฑบาตนั้น เพราะขึ้นชื่อว่า ความยำเกรงบิณฑบาตจะมีแก่
ภิกษุผู้ปรารภความเพียรเท่านั้น.