อำนาจแห่งสัปปายะนั้น ส่วนโคจรสันปชัญญะ พึงทราบด้วยอำนาจการ
ไม่ละทิ้งกรรมฐานนั่นแหละ.
ไม่มีใครชื่อว่าเป็นอัตตาในภายใน ถ่ายอุจจาระปัสสาวะ มีแต่
การถ่ายอุจจาระปัสสาวะ เพราะการแผ่ขยายแห่งวาโยธาตุที่เกิดแต่กิริยา
ของจิตเท่านั้น, ก็อุจจาระและปัสสาวะที่ขังอยู่ในไส้แก่ และกระเพาะ
ปัสสาวะ ถูกกำลังลมดันไป ก็จะออกไปเอง โดยไม่อยากให้ออกเลย
เหมือนเมื่อฝีแก่แล้ว หนองและเลือดจะไหลออกไปเอง โดยไม่อยาก
(ให้ไหล) เพราะฝีแตก และเหมือนกับน้ำจะไหลออกจากภาชนะใส่น้ำ
ที่ดันแล้ว โดยไม่อยาก (ให้ไหล) ฉะนั้น.
ก็อุจจาระและปัสสาวะนี้ใด ที่ถ่ายออกไปแล้ว อุจจาระและปัสสาวะ
นี้นั้นแห่งอัตตาของภิกษุนั้น จะไม่มีเลย ของผู้อื่นก็ไม่มี จะมีก็แต่การ
ขับถ่ายของร่างกายเท่านั้น.
เหมือนอะไรหรือ ?
เหมือนเมื่อเทน้ำเก่าทิ้งจากหม้อน้ำแล้ว หม้อก็ไม่มีน้ำนั้นเลย สิ่ง
อื่นก็ไม่มี คงมีแต่เพียงปฏิบัติการอย่างเดียวเท่านั้น ฉันใด ผู้ศึกษาพึง
เข้าใจสัมโมหสัมปชัญญะ ในอสัมปชัญญบรรพนี้ โดยการพิจารณากิริยา
อาการที่เป็นไปแล้ว ฉันนั้น.
พึงทราบวินิจฉัยในการเดินเป็นต้น (ดังต่อไปนี้) :-
บทว่า คเต ได้แก่ในการเดินไป.
บทว่า ิเต ได้แก่ในการยืน.
บทว่า นิสินฺเน ได้แก่ในการนั่ง.
บทว่า สุตฺเต ได้แก่ในการนอนหลับ.