เป็นต้น. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสไว้ว่า โสกปริเทวานํ
สมติกฺกมาย เพื่อก้าวล่วงโสกะและปริเทวะทั้งหลาย.
ความจริง สันตติมหาอำมาตย์ ถึงจะได้สดับพระคาถาบทนี้ว่า
สิ่งใดจะมีข้างหน้า เธอจงละมันเสีย เธออย่าได้มี
ความกังวลอะไรในภายหลัง ถ้าเธอจักไม่ยึดอะไร
ในท่ามกลาง เธอจักเป็นผู้สงบ เที่ยวไป ดังนี้.
แล้วได้บรรลุอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย.
พระปฏาจาราเถรี ได้สดับพระคาถาบทนี้ว่า
บุตรไม่มีเพื่อการต้านทาน แม้บิดาและพวกพ้องก็
ไม่มีเพื่อการต้านทาน เมื่อหมู่สัตว์ถูกมัจจุครอบงำ
ย่อมไม่มีการต้านทานในหมู่ญาติทั้งหลาย.
แล้วได้ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล ก็จริงแล. แต่ว่า เพราะขึ้น
ชื่อว่า ภาวนา แล้ว จะไม่เกี่ยวกับธรรมะข้อไหนในกาย, เวทนา, จิต,
ธรรม เป็นไม่มี เพราะฉะนั้น แม้ทั้ง ๒ ท่านนั้น ก็ต้องทราบไว้ด้วยว่า
ก้าวล่วงโสกปริเทวะไปได้ เพราะทางสายนี้เหมือนกัน.
บทว่า ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย (เพื่อระงับทุกข์โทมนัส
ทั้งหลาย) หมายความว่า เพื่อระงับ อธิบายว่า เพื่อดับทุกข์ทั้ง ๒
อย่างนี้ คือ ทุกข์ทางกาย ๑ โทมนัสทางใจ ๑. ด้วยว่า มรรคนี้ คน
อบรมแล้ว จะเป็นไปเพื่อดับทุกข์ของคนทั้งหลาย เหมือนของพระ