ความหวังที่ ๙
[๘๒] พึงทราบวินิจฉัยในวาระที่ ๙ ต่อไป
บทว่า ติณฺณํ สํโยชนานํ ความว่า แห่งเครื่องผูก ๓ อย่าง คือ
สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส. ความจริง เครื่องผกเหล่านั้น
ย่อมประกอบขันธ์ คติ และภพ เป็นต้น เข้ากับขันธ์ คติ และภพ
เป็นต้น. อีกอย่างหนึ่ง ย่อมประกอบกรรมเข้ากับผล ฉะนั้น เครื่องผูก
เหล่านั้นท่านจึงเรียกว่า สังโยชน์ อธิบายว่า เครื่องผูก
บทว่า ปริกฺขยา แปลว่า เพราะการสิ้นไปรอบ.
บทว่า โสตาปนฺโน ได้แก่ผู้ถึงกระแส. ก็คำว่า โสตา นั้นเป็นชื่อ
ของมรรค. คำว่า โสตาปนฺโน เป็นชื่อของบุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยมรรคนั้น.
เหมือนอย่างที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า สารีบุตร ที่เรากล่าว
คำว่า โสโต โสโต ดังนี้ สารีบุตร กระแสได้แก่อะไร ?
พระสารีบุตรทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กระแสนั้นแล ได้แก่
อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ ฯ ล ฯ สัมมาสมาธิ.
สารีบุตรก็ที่เรากล่าวว่า โสตาปนฺโน โสตาปนฺโน ดังนี้ สารีบุตร
พระโสดาบันได้แก่บุคคลเช่นไร ?
พระสารีบุตรทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็บุคคลผู้ประกอบด้วย
มรรคมีองค์ ๘ นี้แหละ พระองค์ตรัสเรียกว่า เป็นพระโสดาบันนั้น มีชื่อ
อย่างนี้ มีโคตรอย่างนี้ ฉะนั้นแล. แต่ในที่นี้ ผลได้ชื่อตามมรรค ฉะนั้น
บุคคลผู้ตั้งอยู่ในผล พึงทราบว่าเป็นพระโสดาบัน.
บทว่า อวินิปาตธมฺโม มีวิเคราะห์ว่า ธรรมที่ชื่อว่า วินิบาต