ด้วยคำเพียงเท่านี้ว่า อชฺณตฺตํ เจโตสมถมนุยุตฺโต อนิรากตชฺฌาโน
เป็นอันตรัสอธิจิตตสิกขาไว้.
ด้วยคำเพียงเท่านี้ว่า วิปสฺสนาย สมนฺนาคโต เป็นอันตรัสอธิ-
ปัญญาสิกขาไว้.
ก็ด้วยบทว่า พฺรูเหตา สุญฺญาคารานํ นี้ เป็นอันตรัสรวมสิกขา
แม้ทั้ง ๒ อย่าง อย่างนี้คือ อธิจิตตสิกขา ในการเจริญสุญญาคาร ด้วย
อำนาจสมถะ อธิปัญญาสิกขา ด้วยอำนาจวิปัสสนา.
ก็ในที่นี้ ด้วยบทเหล่านี้ ว่า อชฺฌตฺตํ เจโตสมถมนุยุตฺโต อนิรา-
กตชฺฌาโน พระองค์ตรัสถึงความที่จิตเป็นเอกัคคตาว่า อนุรักษ์ศีลไว้ได้
ทีเดียว.
ด้วยบทว่า วิปสฺสนาย นี้ พระองค์ตรัสการกำหนดสังขารว่า
อนุรักษ์ศีลไว้ได้.
ถามว่า ความที่จิตเป็นเอกัคคตาจะอนุรักษ์ศีลไว้ได้อย่างไร ?
ตอบว่า ก็ผู้ใดไม่มีจิตเป็นเอกัคคตา ผู้นั้นเมื่อพยาธิเกิดขึ้น ย่อม
เดือดร้อน. เขาถูกพยาธิรบกวนกระวนกระวายถึงต้องให้ศีลขาด จึงจะ
กระทำพยาธินั้นให้สงบไปได้ ส่วนผู้ใดมีจิตเป็นเอกัคคตา ผู้นั้นข่มพยาธิ
ทุกข์ไว้ได้ เข้าสมาบัติ ในขณะที่เขาเข้าสมาบัติ ทุกข์ย่อมปราศไป
ความสุขซึ่งมีกำลังมากกว่าจะเกิดขึ้น. ความที่จิตเป็นเอกัคคตา ย่อม
อนุรักษ์ศีลได้ ด้วยประการอย่างนี้.
ถามว่า การกำหนดสังขาร ย่อมตามอนุรักษ์ศีลได้อย่างไร ?
ตอบว่า ก็ผู้ใดไม่มีการกำหนดสังขาร ผู้นั้นย่อมมีความรักอย่าง
รุนแรงในอัตภาพว่า รูปของเรา วิญญาณของเรา ดังนี้. ผู้นั้น เมื่อเผชิญ