ของภิกษุนั้นตั้งอยู่ นั่นไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้ กรุณาเจโตวิมุตินี้ ก็เป็นที่
สลัดออกจากความเบียดเบียน.
ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พึงกล่าวอย่างนี้ว่า
มุทิตาเจโตวิมุติ . . . . . ปรารภดีแล้ว เมื่อเป็นเช่นนั้น ความไม่ยินดียังครอบ
งำจิตของเราตั้งอยู่. ภิกษุนั้น พึงถูกกล่าวว่า เธออย่าพูดอย่างนี้ . . . . .
นั้นมิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส คำที่ว่า เมื่อมุทิตาเจโตวิมุติ . . . . . ปรารภดีแล้ว
เมื่อเป็นเช่นนั้น ความไม่ยินดียังครอบงำจิตของภิกษุนั้นตั้งอยู่ นั่นมิใช่
ฐานะที่จะมีได้ มุทิตาเจโตวิมุตินี้ ก็เป็นที่สลัดออกจากความไม่ยินดี.
ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พึงกล่าวอย่างนี้ว่า
อุเบกขาเจโตวิมุติ . . . . . ปรารภดีแล้ว เมื่อเป็นเช่นนั้น ราคะยังครอบงำจิต
ของเราตั้งอยู่. ภิกษุนั้นพึงถูกกล่าวว่า เธออย่าพูดอย่างนี้ . . . . . นั่นมิใช่
ฐานะ มิใช่โอกาส คำที่ว่า เมื่ออุเบกขาเจโตวิมุติ . . . . . ปรารภดีแล้ว เมื่อ
เป็นเช่นนั้น ราคะยังครอบงำจิตของภิกษุนั้นตั้งอยู่ นั่นมิใช่ฐานะที่จะมีได้
อุเบกขาเจโตวิมุตินี้ ก็เป็นที่สลัดออกจากราคะ.
ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พึงกล่าวอย่างนี้ว่า
เจโตวิมุติ อันหานิมิตมิได้ . . . . ปรารภดีแล้ว เมื่อเป็นเช่นนั้นวิญญาณของ
เรา ย่อมไปตามนิมิต ภิกษุนั้นพึงถูกกล่าวว่า เธออย่าพูดอย่างนี้ . . . .
นั่นมิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส คำที่ว่า เมื่อเจโตวิมุติ อันหานิมิตมิได้ . . . .
ปรารภดีแล้ว เมื่อเป็นเช่นนั้นวิญญาณอันไปตามนิมิต จักมีแก่ภิกษุนั้น
นั่นมิใช่ฐานะที่จะมีได้ เจโตวิมุติอันหานิมิตมิได้นี้ ก็เป็นที่สลัดออกจาก
นิมิตทั้งปวง.
ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัย พึงกล่าวอย่างนี้ว่า เมื่อ