พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (เล่ม 16)

[๓๐๙] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี ฯลฯ ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย … แล้วได้
ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อไม่รู้ไม่เห็นชรามรณะตามเป็นจริง พึงแสวงหาครู เพื่อ
ความรู้ในชรามรณะตามเป็นจริง บุคคลเมื่อไม่รู้ไม่เห็นเหตุเกิดแห่งชรามรณะตามเป็นจริง
พึงแสวงหาครู เพื่อความรู้ในเหตุเกิดแห่งชรามรณะตามเป็นจริง บุคคลเมื่อไม่รู้ไม่เห็นความดับ
แห่งชรามรณะตามเป็นจริง พึงแสวงหาครู เพื่อความรู้ในความดับแห่งชรามรณะตามเป็นจริง
บุคคลเมื่อไม่รู้ไม่เห็นปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งชรามรณะตามเป็นจริง พึงแสวงหาครูเพื่อ
ความรู้ในปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งชรามรณะตามเป็นจริง ฯ
[ไปยยาลแห่งบาลีประเทศทั้งปวงอย่างนี้]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อไม่รู้ไม่เห็นชาติตามความเป็นจริง … เมื่อไม่รู้ไม่เห็นภพตาม
เป็นจริง … เมื่อไม่รู้ไม่เห็นอุปาทานตามเป็นจริง … เมื่อไม่รู้ไม่เห็นตัณหาตามเป็นจริง … เมื่อไม่รู้
ไม่เห็นเวทนาตามเป็นจริง … เมื่อไม่รู้ไม่เห็นผัสสะตามเป็นจริง … เมื่อไม่รู้ไม่เห็นสฬายตนะตาม
เป็นจริง … เมื่อไม่รู้ไม่เห็นนามรูปตามความเป็นจริง … เมื่อไม่รู้ไม่เห็นวิญญาณตามความเป็นจริง …
เมื่อไม่รู้ไม่เห็นสังขารทั้งหลายตามเป็นจริง พึงแสวงหาครู เพื่อความรู้ในสังขารทั้งหลายตามเป็น
จริง เมื่อไม่รู้ไม่เห็นเหตุเกิดแห่งสังขารตามเป็นจริง พึงแสวงหาครู เพื่อความรู้ในเหตุเกิดแห่ง
สังขารตามเป็นจริง เมื่อไม่รู้ไม่เห็นความดับแห่งสังขารตามเป็นจริงพึงแสวงหาครู เพื่อความรู้
ความดับแห่งสังขารตามเป็นจริง เมื่อไม่รู้ไม่เห็นปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งสังขารตามเป็นจริง
พึงแสวงหาครู เพื่อความรู้ในปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งสังขารตามเป็นจริง ฯ
[พึงกระทำกิจในอริยสัจ ๔ แห่งปัจจยาการทั้งปวง เป็นสูตรหนึ่งๆ ]

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (เล่ม 16)

[๓๑๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อไม่รู้ไม่เห็นชราและมรณะตามเป็นจริง พึงกระทำ
ความศึกษาเพื่อความรู้ในชราและมรณะตามความเป็นจริง ฯ
[ไปยยาลอย่างนี้ พึงกระทำกิจอันเป็นไปในสัจจะ ๔]
พึงกระทำความเพียร … พึงกระทำฉันทะ … พึงกระทำความอุตสาหะ …พึงกระทำความ
ไม่ย่อท้อ … พึงกระทำความเพียรแผดเผากิเลส … พึงกระทำความเป็นผู้กล้า … พึงกระทำความ
เพียรเป็นไปติดต่อ … พึงกระทำสติ … พึงกระทำสัมปชัญญะ … พึงกระทำความไม่ประมาท …
ดังนี้แล ฯ
จบอันตรไปยยาลที่ ๙
หัวข้อแห่งอันตรไปยยาล
พระผู้มีพระภาคตรัส ครู ๑. ความศึกษา ๑. ความเพียร ๑.
ฉันทะ ๑. ความอุตสาหะ ๑. ความไม่ย่อท้อ ๑. อาตัปปะ ๑.
วิริยะ ๑. สาตัจจะ ๑. สติ ๑. สัมปชัญญะ ๑. อัปปมาท ๑.
จบอันตรไปยยาลอันเป็นหัวข้อพระสูตร
เบื้องต้นมีหัวข้อพระสูตร ๑๒ หัวข้อ รวมเป็น ๑๓๒ สูตร มีไปยยาลในระหว่าง
พระผู้มีพระภาคตรัสด้วยสัจจะ ๔ ฯ
จบหัวข้อในอันตรไปยยาลทั้งหลาย ฯ
________
อภิสมยวรรคที่ ๑๐
๑. นขสิขสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (เล่ม 16)

[๓๑๑] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงเอาปลายพระนขาช้อนฝุ่นขึ้นเล็กน้อย แล้ว
ตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายเธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ฝุ่นประ
มาณน้อยนี้ที่เราเอาปลายเล็บช้อนขึ้น กับแผ่นดินใหญ่นี้ อย่างไหนจะมากกว่ากันหนอ ภิกษุ
ทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แผ่นดินใหญ่นี้แหละมากกว่า ฝุ่นประมาณเล็กน้อยที่
พระผู้มีพระภาคทรงเอาปลายพระนขาช้อนขึ้นนี้มีประมาณน้อย เมื่อเทียบกับแผ่นดินใหญ่แล้ว
ฝุ่นที่พระผู้มีพระภาคทรงเอาปลายพระนขาช้อนขึ้นมีประมาณน้อยย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ ไม่ถึง
เสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ ไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (เล่ม 16)

[๓๑๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน ความทุกข์ที่หมดไป สิ้นไปนี้แหละ
ของบุคคลผู้เป็นพระอริยสาวก สมบูรณ์ด้วยทิฐิ ตรัสรู้แล้ว มีมากกว่า ส่วนที่เหลือมีประมาณ
น้อย ความที่ทุกข์เป็นสภาพยิ่งใน ๗ อัตภาพ เมื่อเทียบเข้ากับกองทุกข์ที่หมดสิ้นไปอันมีในก่อน
ไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การตรัสรู้ธรรมให้สำเร็จ
ประโยชน์ใหญ่อย่างนี้แล การได้ธรรมจักษุให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้ ฯ
จบสูตรที่ ๑
๒. โปกขรณีสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (เล่ม 16)

[๓๑๓] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย … แล้วได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย สระโบกขรณียาว ๕๐ โยชน์กว้าง ๕๐ โยชน์ ลึก ๕๐ โยชน์ มีน้ำเต็มเสมอขอบ
กาดื่มกินได้ บุรุษพึงวิดน้ำขึ้นจากสระโบกขรณีนั้นด้วยปลายหญ้าคา เธอทั้งหลายจะสำคัญความ
ข้อนั้นเป็นไฉน น้ำที่บุรุษวิดขึ้นด้วยปลายหญ้าคาก็ดี น้ำในสระโบกขรณีก็ดี ไหนจะมากกว่า
กัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น้ำในสระโบกขรณีนี้แหละมากกว่า
น้ำที่บุรุษวิดขึ้นด้วยปลายหญ้าคามีประมาณน้อย น้ำที่บุรุษวิดขึ้นด้วยปลายหญ้าคาเมื่อเทียบกัน
เข้ากับน้ำในสระโบกขรณี ไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ แม้ฉันใด ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (เล่ม 16)

[๓๑๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน ความทุกข์ที่หมดไป สิ้นไปนี้แหละ
ของบุคคลผู้เป็นพระอริยสาวก สมบูรณ์ด้วยทิฐิ ตรัสรู้แล้ว เป็นทุกข์มากกว่า ส่วนที่เหลืออยู่
มีประมาณน้อย ความที่ทุกข์เป็นสภาพยิ่งใน๗ อัตภาพ เมื่อเทียบเข้ากับกองทุกข์ที่หมดไป สิ้น
ไปอันมีในก่อน ไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
การตรัสรู้ธรรมให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้แล การได้ธรรมจักษุให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้ ฯ
จบสูตรที่ ๒
๓. สัมเภชอุทกสูตรที่ ๑

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (เล่ม 16)

[๓๑๕] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย … แล้วได้ตรัสว่า ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำใหญ่เหล่านี้คือ คงคายมุนา อจิรวดี สรภู มหี ไหลมาบรรจบกัน
บุรุษพึงวักน้ำขึ้นสองสามหยาดจากที่นั้น เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน น้ำสองสาม
หยาดที่บุรุษวักขึ้นแล้วก็ดี น้ำในที่บรรจบกันก็ดี ไหนจะมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น้ำในที่บรรจบกันนี้แหละมากกว่าหยาดน้ำสองสามหยาดที่บุรุษวักขึ้นแล้ว
มีประมาณน้อย หยาดน้ำสองสามหยาดที่บุรุษวักขึ้นแล้ว เมื่อเทียบเข้ากับน้ำในที่บรรจบกันไม่เข้า
ถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่๑๐๐,๐๐๐ แม้ฉันใด ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (เล่ม 16)

[๓๑๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ฯลฯ การได้ธรรมจักษุให้สำเร็จประ
โยชน์ใหญ่อย่างนี้ ฯ
จบสูตรที่ ๓
๔. สัมเภชอุทกสูตรที่ ๒

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (เล่ม 16)

[๓๑๗] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย … แล้วได้ตรัสว่า ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำใหญ่เหล่านี้คือ คงคายมุนา อจิรวดี สรภู มหี ไหลมาบรรจบกัน แม่น้ำ
นั้นพึงหมดไป สิ้นไป ยังเหลืออยู่สองสามหยาด เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน
น้ำในที่บรรจบกันซึ่งหมดไป สิ้นไป กับน้ำที่ยังเหลืออยู่สองสามหยาด ไหนจะมากกว่ากัน
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น้ำในที่บรรจบกันซึ่งหมดไป สิ้นไปนี้แหละมาก
กว่า น้ำที่ยังเหลืออยู่สองสามหยาดมีประมาณน้อย น้ำที่เหลืออยู่สองสามหยาดเมื่อเทียบเข้ากับน้ำ
ในที่บรรจบกัน ซึ่งหมดไป สิ้นไปแล้ว ไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐
แม้ฉันใด ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (เล่ม 16)

[๓๑๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ฯลฯ การได้ธรรมจักษุให้สำเร็จประ
โยชน์ใหญ่อย่างนี้ ฯ
จบสูตรที่ ๔
๕. ปฐวีสูตรที่ ๑