พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (เล่ม 15)

[๗๙๗] ภิ. เราไม่ได้นำไป เราไม่ได้หัก เราดมดอกไม้ที่เกิดในน้ำห่างๆ เมื่อ
เป็นเช่นนี้ท่านจะเรียกว่าเป็นผู้ขะโมยกลิ่นด้วยเหตุดังรือ ส่วนบุคคลที่
ขุดเง่าบัว หักดอกบัวบุณฑริกเป็นผู้มีการงานอันเกลื่อนกล่นอย่างนี้
ไฉนท่านจึงไม่เรียกเขาว่าเป็นขะโมย ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (เล่ม 15)

[๗๙๘] เท. บุรุษผู้มีบาปหนา แปดเปื้อนด้วยราคาทิกิเลสเกินเหตุเราไม่พูดถึง
คนนั้น แต่เราควรจะกล่าวกะท่าน บาปประมาณเท่าปลายขนทราย ย่อม
ปรากฏประดุจเท่าก้อนเมฆในนภากาศแก่บุรุษผู้ไม่มีกิเลส ดังว่าเนิน ผู้
มักแสวงหาไตรสิกขาอันสะอาดเป็นนิจ ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (เล่ม 15)

[๗๙๙] ภิ. ดูก่อนเทวดา ท่านรู้จักเราแน่ละ และท่านเอ็นดูเราดูก่อนเทวดา ท่าน
เห็นกรรมเช่นนี้ในกาลใด ท่านพึงกล่าวอีก[ในกาลนั้น] เถิด ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (เล่ม 15)

[๘๐๐] เราไม่ได้อาศัยท่านเป็นอยู่เลย และเราไม่ได้มีความเจริญ เพราะท่าน
ดูก่อนภิกษุ ท่านพึงไปสุคติได้ด้วยกรรมที่ท่านพึงรู้ ฯ
ลำดับนั้นแล ภิกษุนั้นเป็นผู้อันเทวดานั้นให้สลด ถึงซึ่งความสังเวชแล้วแล ฯ
วนสังยุต จบบริบูรณ์
__________
รวมพระสูตรแห่งวนสังยุต มี ๑๔ สูตร คือ
วิเวกสูตรที่ ๑ อุปัฏฐานสูตรที่ ๒ กัสสปโคตตสูตรที่ ๓ สัมพหุลสูตรที่ ๔ อานันทสูตร
ที่ ๕ อนุรุทธสูตรที่ ๖ นาคทัตตสูตรที่ ๗ กุลฆรณีสูตรที่ ๘ วัชชีปุตตสูตรที่ ๙ สัชฌายสูตร
ที่ ๑๐ อโยนิโสมนสิการสูตรที่ ๑๑ มัชฌันติกสูตรที่ ๑๒ปากตินทริยสูตรที่ ๑๓ กับปทุมปุบผสูตร
ครบ ๑๔ ฯ
____________
ยักขสังยุต
อินทกสูตรที่ ๑

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (เล่ม 15)

[๘๐๑] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่บนภูเขาอินทกูฏ ซึ่งอินทกยักษ์ ครอบครอง เขต
กรุงราชคฤห์ ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (เล่ม 15)

[๘๐๒] ครั้งนั้นแล อินทกยักษ์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้
กราบทูลด้วยคาถาว่า
“[ถ้า] ท่านผู้รู้ทั้งหลายกล่าวว่า รูปหาใช่ชีพไม่ สัตว์นี้จะประสพ
ร่างกายนี้ได้อย่างไรหนอ กระดูกและก้อนเนื้อ จะมาแต่ไหน สัตว์นี้จะ
ติดอยู่ในครรภ์ได้อย่างไร”

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (เล่ม 15)

[๘๐๓] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “รูปนี้เป็นกลละก่อนจากกลละเป็นอัพพุทะ
จากอัพพุทะเกิดเป็นเปสิ จากเปสิเกิดเป็นฆนะจากฆนะเกิดเป็น ๕ ปุ่ม
(ปัญจสาขา) ต่อจากนั้น มีผมขนและเล็บ (เป็นต้น) เกิดขึ้น มารดา
ของสัตว์ในครรภ์บริโภคข้าวน้ำโภชนาหารอย่างใด สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์
มารดา ก็ยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยอาหารอย่างนั้นในครรภ์นั้น” ฯ
สักกสูตรที่ ๒

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (เล่ม 15)

[๘๐๔] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่บนภูเขาคิชฌกูฏ เขตกรุงราชคฤห์ ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (เล่ม 15)

[๘๐๕] ครั้งนั้นแล ยักษ์มีชื่อว่าสักกะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้ว
ได้กราบทูลด้วยคาถาว่า
“การสั่งสอนคนอื่นนั้น ไม่เหมาะแก่สมณะเช่นท่าน ผู้ละกิเลสได้
ทั้งหมด ผู้พ้นจากไตรภพ”

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (เล่ม 15)

[๘๐๖] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ดูกรสักกะ ธรรมเครื่องอยู่ร่วมกัน ย่อมเกิด
ด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง คนมีปัญญาไม่ควรที่จะไหวตามเหตุนั้นด้วยใจ
ถ้าคนมีใจผ่องใสแล้วสั่งสอนคนอื่นบุคคลนั้นย่อมไม่เป็นผู้พัวพันด้วย
เหตุนั้น นอกจากจะอนุเคราะห์เอ็นดู” ฯ
สูจิโลมสูตรที่ ๓