พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (เล่ม 15)

[๕๘๗] เมื่อพรหมเหล่านั้นกล่าวแล้วเช่นนี้แล พรหมนั้นอดกลั้นคำนั้น ไม่ได้ จึง
นิรมิตตนเป็นพันตน แล้วได้กล่าวคำนี้กะสุพรหมปัจเจกพรหมว่า ฯ
“แน่ะท่านผู้นิรทุกข์ ท่านเห็นอิทธานุภาพเห็นปานดังนี้ของเราหรือไม่” ฯ
สุพรหมปัจเจกพรหมกล่าวว่า “แน่ะท่านผู้นิรทุกข์ เราเห็นอยู่แลซึ่ง อิทธานุภาพเห็น
ปานดั่งนี้ของท่าน” ฯ
พรหมนั้นกล่าวว่า “แน่ะท่านผู้นิรทุกข์ เรานั้นแลเป็นผู้มีฤทธิ์มากอย่างนี้ มีอานุภาพ
มากอย่างนี้ จักไปสู่ที่บำรุงของสมณะหรือพราหมณ์อื่นทำไม” ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (เล่ม 15)

[๕๘๘] ลำดับนั้นแล สุพรหมปัจเจกพรหมนิรมิตตนเป็นสองพันตน แล้วได้กล่าวคำนี้
กะพรหมว่า
“แน่ะท่านผู้นิรทุกข์ ท่านเห็นอิทธานุภาพ เห็นปานดังนี้ของเราหรือไม่” ฯ
พรหมนั้นกล่าวว่า “แน่ะท่านผู้นิรทุกข์ เราเห็นอยู่แลซึ่งอิทธานุภาพ เห็นปานดั่งนี้ของ
ท่าน ฯ
สุพรหมปัจเจกพรหมกล่าวว่า “แน่ะท่านผู้นิรทุกข์ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเท่านั้น
เป็นผู้มีฤทธิ์มากกว่า และมีอานุภาพใหญ่กว่าท่านและเราด้วย ฯ
“แน่ะท่านผู้นิรทุกข์ ท่านพึงไปสู่ที่บำรุงของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ผู้เป็นพระอรหันต
สัมมาสัมพุทธเจ้า” ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (เล่ม 15)

[๕๘๙] ครั้งนั้นแล พรหมนั้นได้กล่าวกะสุพรหมปัจเจกพรหมด้วย คาถาว่า
“แน่ะพรหม ครุธ ๓๐๐ หงส์ ๔๐๐ เหยี่ยวตะไกร ๕๐๐ และวิมาน
ของเราผู้มีฌานนี้นั้นย่อมรุ่งโรจน์ส่องสว่างอยู่ในทิศอุดร” ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (เล่ม 15)

[๕๙๐] สุพรหมปัจเจกพรหมกล่าวว่า
“วิมานของท่านนั้นถึงจะรุ่งโรจน์ส่องสว่างอยู่ในทิศอุดรก็จริง ถึงเช่นนั้นเพราะเห็นโทษ
ในรูป [และ] เพราะเห็นรูปอันหวั่นไหวด้วยความหนาวเป็นต้นอยู่ เป็นนิจ ฉะนั้นพระศาสดา
ผู้มีเมธาดีจึงไม่ยินดีในรูป”

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (เล่ม 15)

[๕๙๑] ครั้งนั้นแล สุพรหมปัจเจกพรหมและสุทธาวาสปัจเจกพรหม ยังพรหมนั้นให้
สลดใจแล้วหายไปในที่นั้นเอง ฯ
ก็พรหมนั้น โดยสมัยต่อมาได้ไปสู่ที่บำรุงของพระผู้มีพระภาคผู้เป็น พระอรหันตสัมมา
สัมพุทธเจ้าแล้วแล ฯ
ปฐมโกกาลิกสูตรที่ ๗

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (เล่ม 15)

[๕๙๒] สาวัตถีนิทาน ฯ
ก็สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงประทับพักกลางวันหลีกเร้นอยู่แล้ว ฯ
ครั้งนั้นแล สุพรหมปัจเจกพรหมและสุทธาวาสปัจเจกพรหมเข้าไปใกล้ ที่ประทับของ
พระผู้มีพระภาค ครั้นแล้วได้ยืนพิงบานประตูคนละข้าง ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (เล่ม 15)

[๕๙๓] ลำดับนั้นแล สุพรหมปัจเจกพรหมปรารภพระโกกาลิกภิกษุ ได้กล่าวคาถานี้ใน
สำนักพระผู้มีพระภาคว่า
“ใครผู้มีปัญญาในโลกนี้ จะพึงกำหนดวัดซึ่งพระขีณาสพผู้มีคุณอันใครๆ
ประมาณไม่ได้ เราเห็นว่าผู้นั้นไม่มีธุตธรรมเป็นปุถุชน วัดอยู่ซึ่ง
พระขีณาสพผู้มีคุณ อันใครๆ ประมาณมิได้ ฯ
ติสสกสูตรที่ ๘

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (เล่ม 15)

[๕๙๔] สาวัตถีนิทาน ฯ
ก็โดยสมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงประทับพักกลางวันหลีกเร้นอยู่แล้ว ฯ
ครั้งนั้นแล สุพรหมปัจเจกพรหมและสุทธาวาสปัจเจกพรหมเข้าไปใกล้ ที่ประทับของ
พระผู้มีพระภาค ครั้นแล้วได้ยืนพิงบานประตูคนละข้าง ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (เล่ม 15)

[๕๙๕] ลำดับนั้นแล สุทธาวาสปัจเจกพรหมปรารภกตโมรกติสสกภิกษุ ได้กล่าวคาถานี้
ในสำนักของพระผู้มีพระภาคว่า
ใครผู้มีปัญญาในโลกนี้จะพึงกำหนดวัดซึ่งพระขีณาสพผู้มีคุณ อันใครๆ
ประมาณไม่ได้ เราเห็นว่าผู้นั้นไม่มีธุตธรรม เป็นคนไม่มีปัญญา วัดอยู่
ซึ่งพระขีณาสพผู้มีคุณอันใครๆประมาณมิได้
ตุทุพรหมสูตรที่ ๙

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (เล่ม 15)

[๕๙๖] สาวัตถีนิทาน ฯ
ก็โดยสมัยนั้นแล พระโกกาลิกภิกษุ เป็นผู้อาพาธ ถึงความลำบากเป็นไข้หนัก ฯ
ครั้งนั้นแล ตุทุปัจเจกพรหม เมื่อราตรีปฐมยามล่วงไปแล้วมีรัศมีอันงามยิ่งนัก ยังพระ
วิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่าง เข้าไปหาพระโกกาลิกภิกษุจนถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้ยืนในเวหาส
กล่าวคำนี้กะพระโกกาลิกภิกษุว่า
“ข้าแต่ท่านโกกาลิก ท่านจงทำจิตให้เลื่อมใสในพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ
พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ เป็นผู้มีศีลเป็นที่รัก” ฯ
พระโกกาลิกภิกษุถามว่า “ผู้มีอายุ ท่านเป็นใคร” ฯ
ตุทุปัจเจกพรหมตอบว่า “เราคือตุทุปัจเจกพรหม” ฯ
พระโกกาลิกภิกษุกล่าวว่า “ผู้มีอายุ พระผู้มีพระภาคได้ทรงพยากรณ์ท่านแล้วว่าเป็น
พระอนาคามี มิใช่หรือ ไฉนเล่า ท่านจึงยังมาเที่ยวอยู่ในที่นี้ จงเห็นเถิดว่า ก็นี่เป็นความผิด
ของท่านเพียงไร ฯ