[๕๕๗] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบการเชื้อเชิญของพรหม และ ทรงอาศัยพระ
กรุณาในสัตว์ทั้งหลาย จึงทรงสอดส่องดูโลกด้วยพระพุทธจักษุ ฯ
เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงสอดส่องดูโลกด้วยพระพุทธจักษุ ก็ได้ทรงเห็น สัตว์ทั้งหลาย
บางพวกมีกิเลสดุจธุลีในดวงตาน้อย บางพวกมีกิเลสดุจธุลีในดวงตา มาก บางพวกมีอินทรีย์กล้า
บางพวกมีอินทรีย์อ่อน บางพวกมีอาการดี บางพวก มีอาการเลว บางพวกจะพึงสอนให้รู้ได้โดย
ง่าย บางพวกจะพึงสอนให้รู้ได้โดยยากบางพวกมีปรกติเห็นโทษในปรโลกว่าเป็นภัยอยู่ ฯ
ในกออุบลก็ดี ในกอปทุมก็ดี ในกอบุณฑริก็ดี ดอกอุบลก็ดี ดอกปทุมก็ดี ดอก
บุณฑริกก็ดี บางเหล่าเกิดแล้วในน้ำ เจริญแล้วในน้ำ อาศัยอยู่ในน้ำจมอยู่ในน้ำ อันน้ำเลี้ยง
อยู่ บางเหล่าเกิดแล้วในน้ำ เจริญแล้วในน้ำ ตั้งอยู่ เสมอน้ำ บางเหล่าเกิดแล้วในน้ำ เจริญ
แล้วในน้ำ ตั้งขึ้นพ้นน้ำ อันน้ำไม่ติดแล้ว แม้ฉันใด พระผู้มีพระภาคทรงสอดส่องดูโลกด้วย
พระพุทธจักษุ ก็ได้ทรงเห็นสัตว์ ทั้งหลาย บางพวกมีกิเลสดุจธุลีในดวงตาน้อย บางพวกมีกิเลส
ดุจธุลีในดวงตา มาก บางพวกมีอินทรีย์กล้า บางพวกมีอินทรีย์อ่อน บางพวกมีอาการดี บางพวก
มีอาการเลว บางพวกจะพึงสอนให้รู้ได้โดยง่าย บางพวกจะพึงสอนให้รู้ได้โดยยากบางพวก
มีปรกติเห็นโทษในปรโลกว่าเป็นภัยอยู่ ฉันนั้น ครั้นทรงเห็นแล้ว จึงได้ ตรัสตอบสหัมบดีพรหม
ด้วยพระคาถาว่า
ประตูอมตะ เราเปิดแล้วเพราะท่าน ชนผู้ฟังจงปล่อยศรัทธามาเถิด ดูกร
พรหม เราจะไม่มีความสำคัญในความลำบากแสดงธรรมอันประณีต
ที่ชำนิชำนาญในหมู่มนุษย์ ฯ