[๕๔๓] ลำดับนั้นแล นาฬิชังฆพราหมณ์ชื่นชม อนุโมทนาพระภาษิตของพระผู้มีพระภาค
แล้วลุกจากที่นั่ง ได้เข้าไปเฝ้าพระนางมัลลิกาเทวียังที่ประทับ ครั้นแล้ว ได้กราบทูลถึงการที่ได้
เจรจาปราศรัยกับพระผู้มีพระภาคทั้งหมดแก่พระนางมัลลิกาเทวี. ลำดับนั้นแล พระนางมัลลิกาเทวี
ได้เข้าไปเฝ้าพระเจ้าปเสนทิโกศลถึงที่ประทับ แล้วได้ทูลถามพระเจ้าปเสนทิโกศลว่า ข้าแต่
มหาราชาทูลกระหม่อมทรงเข้าพระทัยความข้อนั้นเป็นไฉน พระกุมารีพระนามว่าวชิรี เป็น
ที่รักของทูลกระหม่อมหรือ? พระเจ้าปเสนทิโกศลตรัสตอบว่า อย่างนั้นมัลลิกา วชิรีกุมารี
เป็นที่รักของฉัน.
ม. ข้าแต่พระมหาราชา ทูลกระหม่อมจะทรงเข้าพระทัยความข้อนั้นเป็นไฉน เพราะพระ
วชิรีกุมารีแปรปรวนเป็นอย่างอื่นไป โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส จะพึงเกิดขึ้น
แก่ทูลกระหม่อมหรือหาไม่ เพคะ?
ป. ดูกรมัลลิกา เพราะวชิรีกุมารีแปรปรวนเป็นอย่างอื่นไป แม้ชีวิตของฉันก็พึงเป็น
อย่างอื่นไป ทำไม โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส จักไม่เกิดแก่ฉันเล่า.
ม. ข้าแต่พระมหาราชา ข้อนี้แล ที่พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้ ทรงเห็นเป็นพระอรหันต์
ตรัสรู้เองโดยชอบ ทรงมุ่งหมายเอา ตรัสไว้ว่า โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส
ย่อมเกิดแต่ของที่รัก เป็นมาแต่ของที่รัก เพคะ.