พุทธธรรมสงฆ์


พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๑๑๗๐] อุ. ภิกษุประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล ไม่พึงพูดในสงฆ์ พระพุทธเจ้าข้า?
พ. ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ ไม่พึงพูดในสงฆ์. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:
๑. ไม่รู้อาบัติ
๒. ไม่รู้สมุฏฐานอาบัติ
๓. ไม่รู้ประโยคอาบัติ
๔. ไม่รู้ความระงับอาบัติ
๕. ไม่ฉลาดในการวินิจฉัยอาบัติ
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่พึงพูดในสงฆ์.
ภิกษุควรพูดในสงฆ์
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ พึงพูดในสงฆ์. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:
๑. รู้อาบัติ
๒. รู้สมุฏฐานอาบัติ
๓. รู้ประโยคอาบัติ
๔. รู้ความระงับอาบัติ
๕. ฉลาดในการวินิจฉัยอาบัติ
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล พึงพูดในสงฆ์
ภิกษุไม่ควรพูดในสงฆ์อีกนัยหนึ่ง
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ไม่พึงพูดในสงฆ์. องค์ ๕ อะไร
บ้าง? คือ:
๑. ไม่รู้อธิกรณ์
๒. ไม่รู้สมุฏฐานอธิกรณ์
๓. ไม่รู้ประโยคอธิกรณ์
๔. ไม่รู้ความระงับอธิกรณ์
๕. ไม่ฉลาดในการวินิจฉัยอธิกรณ์
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่พึงพูดในสงฆ์.
ภิกษุควรพูดในสงฆ์
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ พึงพูดในสงฆ์. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:
๑. รู้อธิกรณ์
๒. รู้สมุฏฐานอธิกรณ์
๓. รู้ประโยคอธิกรณ์
๔. รู้ความระงับอธิกรณ์
๕. ฉลาดในการวินิจฉัยอธิกรณ์

ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล พึงพูดในสงฆ์.
ภิกษุไม่ควรพูดในสงฆ์อีกนัยหนึ่ง
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ไม่พึงพูดในสงฆ์. องค์ ๕ อะไร
บ้าง? คือ:
๑. พูดข่มขู่
๒. พูดไม่ให้โอกาสผู้อื่น
๓. ไม่โจทตามอาบัติในธรรมและวินัยอันสมควร
๔. ไม่ปรับตามอาบัติในธรรมและวินัยอันสมควร
๕. ไม่ชี้แจงตามความเห็น
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่พึงพูดในสงฆ์.
ภิกษุควรพูดในสงฆ์
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ พึงพูดในสงฆ์. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:
๑. ไม่พูดข่มขู่
๒. พูดให้โอกาสผู้อื่น
๓. โจทตามอาบัติในธรรมและวินัยอันสมควร
๔. ปรับตามอาบัติในธรรมและวินัยอันสมควร
๕. ชี้แจงตามความเห็น
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล พึงพูดในสงฆ์.
ภิกษุไม่ควรพูดในสงฆ์อีกนัยหนึ่ง
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ไม่พึงพูดในสงฆ์. องค์ ๕ อะไร
บ้าง? คือ:
๑. ไม่รู้อาบัติและอนาบัติ
๒. ไม่รู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก
๓. ไม่รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติหาส่วนเหลือมิได้
๔. ไม่รู้อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ
๕. ไม่รู้อาบัติที่ทำคืนได้และทำคืนไม่ได้
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่พึงพูดในสงฆ์.
ภิกษุควรพูดในสงฆ์
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ พึงพูดในสงฆ์. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:
๑. รู้อาบัติและอนาบัติ
๒. รู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก
๓. รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติหาส่วนเหลือมิได้
๔. รู้อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ
๕. รู้อาบัติที่ทำคืนได้และทำคืนไม่ได้
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล พึงพูดในสงฆ์.
ภิกษุไม่ควรพูดในสงฆ์อีกนัยหนึ่ง
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ไม่พึงพูดในสงฆ์. องค์ ๕ อะไร
บ้าง? คือ:
๑. ไม่รู้กรรม
๒. ไม่รู้การทำกรรม
๓. ไม่รู้วัตถุของกรรม
๔. ไม่รู้วัตรของกรรม
๕. ไม่รู้ความระงับกรรม
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่พึงพูดในสงฆ์.
ภิกษุควรพูดในสงฆ์
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ พึงพูดในสงฆ์. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:
๑. รู้กรรม
๒. รู้การทำกรรม
๓. รู้วัตถุของกรรม
๔. รู้วัตรของกรรม
๕. รู้ความระงับกรรม
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล พึงพูดในสงฆ์.
ภิกษุไม่ควรพูดในสงฆ์อีกนัยหนึ่ง
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ไม่พึงพูดในสงฆ์. องค์ ๕ อะไร
บ้าง? คือ:
๑. ไม่รู้วัตถุ
๒. ไม่รู้นิทาน
๓. ไม่รู้บัญญัติ
๔. ไม่รู้บทที่ตกในภายหลัง
๕. ไม่รู้ทางถ้อยคำอันเข้าสนธิกันได้
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่พึงพูดในสงฆ์.
ภิกษุควรพูดในสงฆ์
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ พึงพูดในสงฆ์. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:
๑. รู้วัตถุ
๒. รู้นิทาน
๓. รู้บัญญัติ
๔. รู้บทที่ตกในภายหลัง
๕. รู้ทางถ้อยคำอันเข้าสนธิกันได้
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล พึงพูดในสงฆ์.
ภิกษุไม่ควรพูดในสงฆ์อีกนัยหนึ่ง
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ไม่ควรพูดในสงฆ์. องค์ ๕ อะไร
บ้าง? คือ:
๑. ถึงฉันทาคติ
๒. ถึงโทสาคติ
๓. ถึงโมหาคติ
๔. ถึงภยาคติ
๕. เป็นอลัชชี
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่พึงพูดในสงฆ์.
ภิกษุควรพูดในสงฆ์
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ พึงพูดในสงฆ์. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:
๑. ไม่ถึงฉันทาคติ
๒. ไม่ถึงโทสาคติ
๓. ไม่ถึงโมหาคติ
๔. ไม่ถึงภยาคติ
๕. เป็นลัชชี
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล พึงพูดในสงฆ์.
ภิกษุไม่ควรพูดในสงฆ์อีกนัยหนึ่ง
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ไม่พึงพูดในสงฆ์. องค์ ๕ อะไร
บ้าง? คือ:
๑. ถึงฉันทาคติ
๒. ถึงโทสาคติ
๓. ถึงโมหาคติ
๔. ถึงภยาคติ
๕. ไม่ฉลาดในวินัย
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่พึงพูดในสงฆ์.
ภิกษุควรพูดในสงฆ์
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ พึงพูดในสงฆ์. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:
๑. ไม่ถึงฉันทาคติ
๒. ไม่ถึงโทสาคติ
๓. ไม่ถึงโมหาคติ
๔. ไม่ถึงภยาคติ
๕. ฉลาดในวินัย
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล พึงพูดในสงฆ์.
ภิกษุไม่ควรพูดในสงฆ์อีกนัยหนึ่ง
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ไม่พึงพูดในสงฆ์. องค์ ๕ อะไร
บ้าง? คือ:
๑. ไม่รู้ญัตติ
๒. ไม่รู้การทำญัตติ
๓. ไม่รู้อนุสาวนาแห่งญัตติ
๔. ไม่รู้สมถะแห่งญัตติ
๕. ไม่รู้ความระงับแห่งญัตติ
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่พึงพูดในสงฆ์.
ภิกษุควรพูดในสงฆ์
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ พึงพูดในสงฆ์ องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:
๑. รู้ญัตติ
๒. รู้การทำญัตติ
๓. รู้อนุสาวนาแห่งญัตติ
๔. รู้สมถะแห่งญัตติ
๕. รู้ความระงับแห่งญัตติ
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล พึงพูดในสงฆ์.
ภิกษุไม่ควรพูดในสงฆ์อีกนัยหนึ่ง
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ไม่พึงพูดในสงฆ์. องค์ ๕ อะไร
บ้าง? คือ:
๑. ไม่รู้สุตตะ
๒. ไม่รู้สุตตานุโลม
๓. ไม่รู้วินัย
๔. ไม่รู้วินยานุโลม
๕. ไม่ฉลาดในฐานะและอฐานะ
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่พึงพูดในสงฆ์.
ภิกษุควรพูดในสงฆ์
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ พึงพูดในสงฆ์. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:
๑. รู้สุตตะ
๒. รู้สุตตานุโลม
๓. รู้วินัย
๔. รู้วินยานุโลม
๕. ฉลาดในฐานะและอฐานะ
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล พึงพูดในสงฆ์.
ภิกษุไม่ควรพูดในสงฆ์อีกนัยหนึ่ง
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ไม่พึงพูดในสงฆ์. องค์ ๕ อะไร
บ้าง? คือ:
๑. ไม่รู้ธรรม
๒. ไม่รู้ธรรมานุโลม
๓. ไม่รู้วินัย
๔. ไม่รู้วินยานุโลม
๕. ไม่ฉลาดในคำต้นและคำปลาย
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่พึงพูดในสงฆ์
ภิกษุควรพูดในสงฆ์
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ พึงพูดในสงฆ์. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:
๑. รู้ธรรม
๒. รู้ธรรมานุโลม
๓. รู้วินัย
๔. รู้วินยานุโลม
๕. ฉลาดในคำต้นและคำปลาย
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล พึงพูดในสงฆ์.
โวหารวรรค ที่ ๓ จบ
----------------
หัวข้อประจำวรรค

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๑๑๗๑] อาบัติ ๑ อธิกรณ์ ๑ ข่มขู่ ๑ รู้อาบัติ ๑ กรรม ๑ วัตถุ ๑ อลัชชี ๑
ไม่ฉลาด ๑ ญัตติ ๑ ไม่รู้สุตตะ ๑ ไม่รู้ธรรม ๑ รวมเป็นวรรคที่ ๓ แลฯ
ทิฏฐาวิกรรมวรรคที่ ๔
การทำความเห็นแย้งที่ไม่เป็นธรรม

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๑๑๗๒] อุ. การทำความเห็นแย้งที่ไม่เป็นธรรม มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า?
พ. ดูกรอุบาลี การทำความเห็นแย้งที่ไม่เป็นธรรมนี้ มี ๕ อย่าง. ๕ อย่างอะไรบ้าง?
คือ:
๑. ทำความเห็นแย้งในอนาบัติ
๒. ทำความเห็นแย้งในอาบัติที่ไม่เป็นเทสนาคามินี
๓. ทำความเห็นแย้งในอาบัติที่แสดงแล้ว
๔. ทำความเห็นแย้งพร้อมกัน ๔-๕ รูป
๕. ทำความเห็นแย้งด้วยนึกในใจ
ดูกรอุบาลี การทำความเห็นแย้งไม่เป็นธรรม ๕ อย่าง นี้แล.
การทำความเห็นแย้งที่เป็นธรรม
ดูกรอุบาลี การทำความเห็นแย้งที่เป็นธรรมนี้ มี ๕ อย่าง. ๕ อย่าง อะไรบ้าง?
คือ:
๑. ทำความเห็นแย้งในอาบัติ
๒. ทำความเห็นแย้งในอาบัติเป็นเทสนาคามินี
๓. ทำความเห็นแย้งในอาบัติอันยังมิได้แสดง
๔. ไม่ทำความเห็นแย้งพร้อมกัน ๔-๕ รูป
๕. ไม่ทำความเห็นแย้งด้วยนึกในใจ
ดูกรอุบาลี การทำความเห็นแย้งที่เป็นธรรม ๕ อย่าง นี้แล
การทำความเห็นแย้งที่ไม่เป็นธรรมอีกนัยหนึ่ง
ดูกรอุบาลี การทำความเห็นแย้งที่ไม่เป็นธรรม แม้อื่นอีก ๕ อย่าง. ๕ อย่างอะไร
บ้าง? คือ:
๑. ทำความเห็นแย้งในสำนักภิกษุนานาสังวาสก์
๒. ทำความเห็นแย้งในสำนักภิกษุผู้อยู่ในสีมาต่างกัน
๓. ทำความเห็นแย้งในสำนักภิกษุมิใช่ปกตัตตะ
๔. ทำความเห็นแย้งพร้อมกัน ๔-๕ รูป
๕. ทำความเห็นแย้งด้วยนึกในใจ
ดูกรอุบาลี การทำความเห็นแย้งที่ไม่เป็นธรรม ๕ อย่าง นี้แล.
การทำความเห็นแย้งที่เป็นธรรม
ดูกรอุบาลี การทำความเห็นแย้งที่เป็นธรรมนี้ มี ๕ อย่าง. ๕ อย่างอะไรบ้าง? คือ:
๑. ทำความเห็นแย้งในสำนักภิกษุสมานสังวาสก์
๒. ทำความเห็นแย้งในสำนักภิกษุผู้อยู่ในสีมาเดียวกัน
๓. ทำความเห็นแย้งในสำนักภิกษุผู้เป็นปกตัตตะ
๔. ไม่ทำความเห็นแย้งพร้อมกัน ๔-๕ รูป
๕. ไม่ทำความเห็นแย้งด้วยนึกในใจ
ดูกรอุบาลี การทำความเห็นแย้งที่เป็นธรรม ๕ อย่าง นี้แล.
การรับประเคนที่ใช้ไม่ได้

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๑๑๗๓] อุ. การรับประเคนที่ใช้ไม่ได้ มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า?
พ. ดูกรอุบาลี การรับประเคนที่ใช้ไม่ได้นี้มี ๕ อย่าง. ๕ อย่างอะไรบ้าง? คือ:
๑. ของเขาให้ด้วยกาย ไม่รับประเคนด้วยกาย
๒. ของเขาให้ด้วยกาย ไม่รับประเคนด้วยของเนื่องด้วยกาย
๓. ของเขาให้ด้วยของเนื่องด้วยกาย ไม่รับประเคนด้วยกาย
๔. ของเขาให้ด้วยของเนื่องด้วยกาย ไม่รับประเคนด้วยของเนื่องด้วยกาย
๕. ของเขาให้ด้วยโยนให้ ไม่รับประเคนด้วยกาย หรือด้วยของเนื่องด้วยกาย
ดูกรอุบาลี การรับประเคนที่ใช้ไม่ได้ มี ๕ อย่าง นี้แล.
การรับประเคนที่ใช้ได้
ดูกรอุบาลี การรับประเคนที่ใช้ได้นี้ มี ๕ อย่าง. ๕ อย่างอะไรบ้าง? คือ:
๑. ของเขาให้ด้วยกาย รับประเคนด้วยกาย
๒. ของเขาให้ด้วยกาย รับประเคนด้วยของเนื่องด้วยกาย
๓. ของเขาให้ด้วยของเนื่องด้วยกาย รับประเคนด้วยกาย
๔. ของเขาให้ด้วยของเนื่องด้วยกาย รับประเคนด้วยของเนื่องด้วยกาย
๕. ของเขาให้ด้วยโยนให้ รับประเคนด้วยกาย หรือด้วยของเนื่องด้วยกาย
ดูกรอุบาลี การรับประเคนที่ใช้ได้ ๕ อย่าง นี้แล.
ของที่ไม่เป็นเดน

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๑๑๗๔] อุ. ของที่ไม่เป็นเดน มีเท่าไร พระพุทธเจ้าข้า
พ. ดูกรอุบาลี ของที่ไม่เป็นเดนนี้มี ๕ อย่าง ๕ อย่างอะไรบ้าง คือ:
๑. ภิกษุไม่ทำให้เป็นกัปปิยะ
๒. ไม่รับประเคน
๓. ไม่ยกส่งให้
๔. ทำนอกหัตถบาส
๕. มิได้กล่าวว่า ทั้งหมดนั้นพอละ
ดูกรอุบาลี ของที่ไม่เป็นเดนมี ๕ อย่าง นี้แล.
ของที่เป็นเดน
ดูกรอุบาลี ของที่เป็นเดนนี้ มี ๕ อย่าง. ๕ อย่างอะไรบ้าง? คือ:
๑. ภิกษุทำให้เป็นกัปปิยะ
๒. รับประเคน
๓. ยกส่งให้
๔. ทำในหัตถบาส
๕. กล่าวว่า ทั้งหมดนั่นพอละ
ดูกรอุบาลี ของที่เป็นเดน ๕ อย่าง นี้แล.
การห้ามภัตร

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๑๑๗๕] อุ. การห้ามภัตรย่อมปรากฎด้วยอาการเท่าไร พระพุทธเจ้าข้า?
พ. ดูกรอุบาลี การห้ามภัตร ย่อมปรากฏด้วยอาการ ๕ อย่าง. ๕ อย่างอะไรบ้าง?
๑. การฉันยังปรากฏอยู่
๒. โภชนะปรากฏอยู่
๓. ผู้ให้อยู่ในหัตถบาส
๔. เขาน้อมของเข้ามา
๕. การห้ามปรากฏ
ดูกรอุบาลี การห้ามภัตร ย่อมปรากฏด้วยอาการ ๕ นี้แล.
ทำตามปฏิญญาที่ไม่เป็นธรรม

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๑๑๗๖] อุ. การทำตามปฏิญญาที่ไม่เป็นธรรม มีเท่าไร พระพุทธเจ้าข้า?
พ. ดูกรอุบาลี การทำตามปฏิญญาที่ไม่เป็นธรรมนี้มี ๕ อย่าง. ๕ อย่างอะไรบ้าง?
คือ:
๑. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติปาราชิก เธอถูกโจทด้วยอาบัติปาราชิก แต่ปฏิญญาว่าต้อง
อาบัติสังฆาทิเสส สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติสังฆาทิเสส จัดเป็นทำตามปฏิญญาไม่เป็นธรรม
๒. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติปาราชิก เธอถูกโจทด้วยอาบัติปาราชิก แต่ปฏิญญาว่า ต้อง
อาบัติปาจิตตีย์ สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาจิตตีย์ จัดเป็นทำตามปฏิญญาไม่เป็นธรรม
๓. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ เธอถูกโจทด้วยอาบัติปาฏิเทสนียะ แต่ปฏิญญา
ว่า ต้องอาบัติทุกกฏ สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติทุกกฏ จัดเป็นทำตามปฏิญญาไม่เป็นธรรม
๔. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ เธอถูกโจทด้วย
อาบัติทุกกฏ แต่ปฏิญญาว่า ต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาราชิก จัดเป็นทำตาม
ปฏิญญาไม่เป็นธรรม
๕. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติทุกกฏ เธอถูกโจทด้วยอาบัติทุกกฏ แต่ปฏิญญาว่าต้องอาบัติ
สังฆาทิเสส ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาฏิเทสนียะ จัดเป็นทำตาม
ปฏิญญาไม่เป็นธรรม
ดูกรอุบาลี การทำตามปฏิญญาไม่เป็นธรรม ๕ อย่าง นี้แล.
ทำตามปฏิญญาที่เป็นธรรม
ดูกรอุบาลี การทำตามปฏิญญาที่เป็นธรรมนี้มี ๕ อย่าง. ๕ อย่างอะไรบ้าง? คือ:
๑. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติปาราชิก เธอถูกโจทด้วยอาบัติปาราชิก ปฏิญญาว่าต้องอาบัติ
ปาราชิก สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาราชิก จัดเป็นทำตามปฏิญญาที่เป็นธรรม
๒. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส เธอถูกโจทด้วยอาบัติสังฆาทิเสส ปฏิญญาว่า
ต้องอาบัติสังฆาทิเสส สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติสังฆาทิเสส จัดเป็นทำตามปฏิญญาที่เป็นธรรม
๓. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติปาจิตตีย์ เธอถูกโจทด้วยอาบัติปาจิตตีย์ ปฏิญญาว่าต้องอาบัติ
ปาจิตตีย์ สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาจิตตีย์ จัดเป็นทำตามปฏิญญาที่เป็นธรรม
๔. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ เธอถูกโจทด้วยอาบัติปาฏิเทสนียะ ปฏิญญาว่า
ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาฏิเทสนียะ จัดเป็นทำตามปฏิญญาที่เป็นธรรม
๕. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติทุกกฏ เธอถูกโจทด้วยอาบัติทุกกฏ ปฏิญญาว่าต้องอาบัติ
ทุกกฏ สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติทุกกฏ จัดเป็นทำตามปฏิญญาที่เป็นธรรม
ไม่ควรทำโอกาส

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๑๑๗๗] อุ. ภิกษุประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล ขอให้ทำโอกาส สงฆ์ไม่ควรทำ
โอกาส พระพุทธเจ้าข้า?
พ. ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ ขอให้ทำโอกาส สงฆ์ไม่ควรทำโอกาส.
องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:
๑. เป็นอลัชชี
๒. เป็นพาล
๓. ไม่ใช่เป็นปกตัตตะ
๔. เป็นผู้พูดประสงค์ให้เคลื่อนจากพรหมจรรย์
๕. ไม่เป็นผู้พูดประสงค์ให้ออกจากอาบัติ
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ขอให้ทำโอกาส สงฆ์ไม่ควรทำโอกาส.
ควรทำโอกาส
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ ขอให้ทำโอกาส สงฆ์ควรทำโอกาส. องค์ ๕
อะไรบ้าง? คือ:
๑. เป็นลัชชี
๒. เป็นบัณฑิต
๓. เป็นปกตัตตะ
๔. เป็นผู้พูดประสงค์ให้ออกจากอาบัติ
๕. ไม่เป็นผู้พูดประสงค์ให้เคลื่อนจากพรหมจรรย์
ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ขอให้ทำโอกาส สงฆ์ควรทำโอกาส.
ไม่ควรสนทนาวินัย

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๑๑๗๘] อุ. ภิกษุทั้งหลายไม่พึงสนทนาวินัยกับภิกษุประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล
พระพุทธเจ้าข้า?
พ. ภิกษุทั้งหลายไม่พึงสนทนาวินัยกับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕. องค์ ๕ อะไร
บ้าง? คือ:
๑. ไม่รู้วัตถุ
๒. ไม่รู้นิทาน
๓. ไม่รู้บัญญัติ
๔. ไม่รู้บทที่ตกหล่นภายหลัง
๕. ไม่รู้ทางถ้อยคำอันเข้าสนธิกันได้
ดูกรอุบาลี ภิกษุทั้งหลายไม่พึงสนทนาวินัยกับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล.
ควรสนทนาวินัย
ดูกรอุบาลี ภิกษุทั้งหลายพึงสนทนาวินัยกับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕. องค์ ๕
อะไรบ้าง? คือ:
๑. รู้วัตถุ
๒. รู้นิทาน
๓. รู้บัญญัติ
๔. รู้บทที่ตกหล่นในภายหลัง
๕. รู้ทางถ้อยคำอันเข้าสนธิเข้ากันได้
ดูกรอุบาลี ภิกษุทั้งหลายพึงสนทนาวินัยกับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล.
เหตุที่ถามปัญหา ๕ อย่าง

พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร (เล่ม 8)

[๑๑๗๙] อุ. การถามปัญหามีเท่าไร พระพุทธเจ้าข้า?
พ. ดูกรอุบาลี การถามปัญหานี้ มี ๕. อย่าง ๕ อย่างอะไรบ้าง? คือ:
๑. ภิกษุถามปัญหา เพราะความรู้น้อย เพราะงมงาย
๒. เป็นผู้มีความปรารถนาลามก ถูกความปรารถนาครอบงำ จึงถามปัญหา
๓. ถามปัญหาเพราะความดูหมิ่น
๔. เป็นผู้ไม่ประสงค์จะรู้ จึงถามปัญหา
๕. ถามปัญหาด้วยมนสิการว่า ถ้าเราถามปัญหาขึ้น ภิกษุจะพยากรณ์โดยชอบเทียว
การพยากรณ์ดังนี้นั้นเป็นความดี ถ้าเราถามปัญหาแล้ว เธอจักไม่พยากรณ์โดยชอบเทียว เราจัก
พยากรณ์แก่เธอโดยชอบเทียว.
ดูกรอุบาลี การถามปัญหา ๕ นี้แล.
การอวดอ้างมรรคผล
อุ. การอวดอ้างมรรคผล มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า?
พ. ดูกรอุบาลี การอวดอ้างมรรคผลนี้ มี ๕ อย่าง. ๕ อย่าง อะไรบ้าง? คือ:
๑. ภิกษุอวดอ้างมรรคผล เพราะความรู้น้อย เพราะความงมงาย
๒. ภิกษุมีความปรารถนาลามก ถูกความปรารถนาครอบงำ จึงอวดอ้างมรรคผล
๓. อวดอ้างมรรคผล เพราะวิกลจริต เพราะจิตฟุ้งซ่าน
๔. อวดอ้างมรรคผล เพราะสำคัญว่าได้บรรลุ
๕. อวดอ้างมรรคผลที่เป็นจริง.
ดูกรอุบาลี การอวดอ้างมรรคผล ๕ อย่าง นี้แล.
วิสุทธิ ๕